สังคมแห่งการเอื้อเฟื้อต่อกัน เป็นบรรยากาศของสังคมที่งดงาม

งานอดิเรกชิ้นล่าสุดที่ผมโปรดปรานมากในช่วงนี้คือ การได้ down load เพลงจาก Free web ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งดีของงานอดิเรกชิ้นนี้คือ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมชอบคือ ผมเป็นคนชอบฟังเพลงอยู่แล้ว และผมได้เลือกฟังเพลงในแนวที่ผมโปรดปรานได้ไม่จำกัด และที่สำคัญที่สุดคือ ผมทำได้โดยที่ผมไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย (จริง ๆ ก็มีน่ะ คือผมต้องจ่ายเป็นเวลา และที่สำคัญ เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสำคัญเสียด้วย)

เพื่อน ๆ ที่เขียนบทความใน Blog คงมีความรู้สึกที่ไม่ต่างกันมากน่ะครับ ว่าความภูมิใจของการเขียนคือ การที่งานเขียนของเรามีคนเข้ามาอ่านกันเยอะ ๆ มีคนเข้ามา Comment กันเยอะ ๆ  มันทำให้เรามีกำลังใจ มีไฟ กับงานเขียนครั้งต่อไปเป็นอย่างมาก

ไม่ต่างจาก คนเสนอผลงานเพลงใน web free down load ที่มีสมาชิกสร้างสรรค์ผลงานเพลงของตัวเอง โดยที่เจ้าของผลงานไม่มีเวที ไม่มีนายทุน ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะนำงานของตัวเองไปวางบนแผงเทป

การที่งานของพวกเขามีคนโหลดไปฟังกันเยอะ ๆ มีคน Rating voted ให้พวกเขาใน Ranking ที่ดี ๆ ก็เป็นสิ่งที่เขาเหล่านี้ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน 

Blog culture ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการเสนองานเพลงของศิลปินใต้ดินเหล่านี้ไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่งานของพวกเขาจะต้องทำเป็นเทปคลาสเซ็ท ซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างที่จะสูง แล้วจะต้องนำงานของตัวเองไปฝากขายตามแผงเทปต่าง ๆ กระบวนการการทำการตลาดเหล่านี้ เป็นหนึ่งในข้อจำกัดที่ทำให้วงการคนทำงานเพลงไม่พัฒนา

แต่ Blog culture ก็ได้ทำให้ทุกอย่างที่ว่ามาทั้งหมดเป็นอดีต การสร้างงานจาก PC  1 ตัวที่อยู่ในบ้าน แล้วฝากงานไว้บน Web free down load ก็สามารถทำให้งานของตัวเองเผยแพร่สู่สาธารณชนได้แล้ว

ตัวอย่างเช่น เพลงผีกาก้า ซึ่งหลาย ๆ คนคงเคยได้ยิน เป็นเพลงดัดแปลงจากเพลงหมีแพนด้า เนื้อหาเสียดสีแฟนบอลแมน ยูฯ นัดที่ทีมแมน ยูฯ แพ้ทีมเอ ซี มิลาน ตกรอบฟุตบอลยุโรป โดยที่ผู้แต่งเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล ซึ่งใคร ๆ ก็รู้กันว่าแฟนฟุตบอลของ 2 ทีมนี้มีอะไรให้กระแหนะกระแหนกันอยู่บ่อย ๆ

ภายในเดือนเดียวที่เพลงผีกาก้า ถูกปล่อยลงสู่ Web free down load เพลงนี้ก็ดังเป็นพลุแตก สื่อหลายชนิด ทั้ง วิทยุ ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า (เอ๊ะ...ชักจะไปกันใหญ่) ต่างก็มีเพลงนี้เอาไว้เปิดกันอย่างถ้วนทั่ว เป็นเหตุให้เจ้าของเพลงนี้ก็พลอยดังไปด้วยเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยประกวดร้องเพลงที่ไหน ไม่เคยเข้าร่วมแข่งขัน Reality show AF ใด ๆ ผลงานที่ Hand made ขึ้นมาเองล้วน ๆ ที่ส่งให้ตัวเขาดังชั่วข้ามเดือน หลุดพ้นคำว่า No name (เหมือนใครบางคนที่อยู่ใน gotoknow.org ของเรา) กลายเป็นเจ้าของเพลงดังขึ้นมาทันที

หลังจากนั้นค่ายเพลงเจ้าของเพลงหมีแพนด้าก็ติดต่อที่จะขอซื้อเพลงผีกาก้า และเพลงอื่น ๆ ที่เขาแต่งเอาไว้อีกหลายเพลง เพื่อออกอัลบั้มใหม่เพื่อวางขาย สร้างรายได้ให้คนแต่งเพลงนี้อย่างชนิดที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คาดฝัน

ในอีกด้านหนึ่ง เพลงของเขาก็กลายเป็น Ringtone สุดฮิตในหมู่วัยรุ่น ในยุคสมัยแอ็บแบ๊ว (ถึงผมจะพยายามใช้ภาษาพ่อภาษาแม่ของผมให้ถูกต้องเพียงไหนก็ตาม แต่ผมก็ไม่เคยปิดกั้นคำ หรือวลีใหม่ๆ ที่วัยรุ่นสมัยนี้หรือสมัยไหนก็ตาม พยายามรังสรรค์มันขึ้นมา ถ้าผมได้พิจารณาดูแล้วว่า คำหรือวลีนั้น ๆ ไม่ได้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจนเกินงาม) นี้อย่างแพร่หลาย ทำให้เขามีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์อย่างเป็นกอบเป็นกำ

จากโมเดลดังกล่าว ทำให้คนล่าฝันอีกหลายคนมีความหวังที่จะใช้โมเดลนี้เปลี่ยนแปลงตัวเอง จาก Nobody เป็น Somebody ขึ้นอีกหลายคน

ตอนที่ผมสมัคร และมี Username ใน gotoknow.org ใหม่ ๆ ผมเคยคิดเล่น ๆ ว่า เอ๊ะ.. เราจะมีวิธีที่จะมีรายได้จาก Blog ที่นี้ได้รึเปล่าน่ะ ผมพยายามคิดอยู่หลายวัน ซึ่งผมจะคิดออกหรือคิดไม่ออกนั้น ผมไม่ขอเฉลยน่ะครับ แต่ผมคิดออกอยู่อย่างนึงแน่นอนคือ 

ความรู้ที่ทุกคนได้มีโอกาส Sharing ใน web นี้นั้น เป็นความรู้ที่มีค่าสำหรับเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ทุกคน ซึ่งแต่ละคนมีความรู้ที่แตกต่างกันออกไป การได้แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรู้ให้ผู้อื่นได้รู้โดยที่ไม่คิดหวังอะไรตอบแทน เป็นการยกระดับจิตใจของผู้ให้ให้สูงขึ้น ซึ่งทำให้สังคมใน web นี้เป็นสังคมแห่งการให้ เป็นสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อต่อกัน เป็นบรรยากาศของสังคมที่งดงาม

แนวความคิดที่จะหารายได้จาก gotoknow.org จึงแนวความคิดที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย ถ้ามีใครบางคน มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองจาก Nobody เป็น Somebody ใน web นี้ ก็ต้องสร้างสรรค์งานเขียนของตัวเองให้ได้รับความนิยมจากเพื่อน ๆ สมาชิกที่อ่านและออกความเห็นให้เยอะ ๆ เท่านั้น หาใช่แนวคิดการทำรายได้จาก web นี้ไม่

ดังนั้น ผีกาก้าโมเดล จึงใช้ได้กับ gotoknow.org ได้เกือบทุกส่วน เพียงแต่ผลตอบแทนที่จะได้รับไม่ได้เป็นตัวเงิน แต่ผลตอบแทนที่จะได้รับเป็นความอิ่มเอมทางจิตใจแห่งการแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนต่างหาก