ความรู้ที่เราแสวงหาผ่านกระบวนการ KM จะไม่ใช่ความรู้แบบ "รู้ไว้ใช่ว่า" แต่เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งและเป็นความรู้ที่คงทนในเรื่องที่ปฏิบัตินั้นจริงๆ
  • ดิฉันขอยืนยันว่าการเรียนรู้เรื่อง KM ไม่ต้องใช้การอบรม แต่มาจากการเข้าร่วมกระบวนการในกิจกรรมที่ใช้ KM เป็นเครื่องมือ อย่างที่อาจารย์ปราณีบอกไว้ใน blog  แม้ว่าเราจะยังไม่รู้จัก KM อย่างชัดแจ้งในตอนแรก หากเข้าร่วมกระบวนการ KM บ่อยครั้งเข้า เราก็จะรู้จัก KM มากขึ้นเรื่อยๆไปเอง และรู้ดีกว่าฟังจากคนอื่นผ่านการอบรมหรือจากการอ่านหลักการและทฤษฏีจากเล่มไหนๆ
  • การเรียนรู้จากการปฏิบัตินี้ สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงด้วยตัวเราเองหรือเรียนรู้จากประสบการณ์ทางอ้อม จากการอ่านหรือเรียนรู้จากการปฏิบัติของผู้อื่นก็ได้

           แต่ที่ดีที่สุดคือเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของเราเอง และความรู้ที่เราแสวงหาผ่านกระบวนการ KM จะไม่ใช่ความรู้แบบ "รู้ไว้ใช่ว่า" แต่เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งและเป็นความรู้ที่คงทนในเรื่องที่ปฏิบัตินั้นจริงๆ

            ดิฉันก็เรียนรู้ KM มาด้วยวิธีนี้เองล่ะค่ะ ถ้าครูเราได้ใช้วิธีการเรียนรู้แบบนี้กับนักเรียนในโรงเรียน นอกจากจะทำให้นักเรียนสามารถค้นหาหรือสร้างความรู้จากประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุขแล้ว เป้าหมายการศึกษาของชาติในการสร้างคนเก่ง ดี มีสุข จะสามารถบรรลุได้ ไม่ใช่เป็นแค่ตัวหนังสือที่เขียนไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเท่านั้น