กว่าจะมาเป็นรอยยิ้ม

       ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องที่รพ.ก่อนนิดนึงค่ะกำลังลงประเมินผลข้อมูลสมรรถนะจากฝ่ายต่างๆของโรงพยาบาลอยู่ดูเหมือนแต่ละฝ่ายจะได้เกินเกณฑ์ทั้งนั้น   คิดได้ 2 แง่คือบุคลากรมีประสิทธิภาพสูง หรืออีกอย่างคือประเมินเกินจริงหรือไม่ แต่เราใช้แบบประเมิน 270 องศาตอนแรกแต่ละคนก็กลัวว่าจะมีผลต่อการประเมินความดีความชอบท่านผู้อำนวยการชี้แจงว่าเป็นการประเมินเพื่อจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาต่อไป แบบAAR เลยบอกว่าลดความกดดันลงไปเยอะ   ต้องดูตอนประเมินเสร็จอีกที ถ้าใครมีข้อแนะนำรบกวนหน่อยนะคะ   

              ช่วงนี้ทีมเบาหวานที่รพ.ไปงานมหกรรมความรู้เบาหวานที่ศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์สงสัยกลับมาไฟแรงกันใหญ่แน่เลย  เราก็รอรับความรู้ใหม่ที่ รพ.ที่พี่เค้าไปรู้มา ทีมที่ไปมีคนไข้อยู่ในทีมด้วยนางเอกของเราคุณนภาไงคะ (ที่พี่เอนกเล่าแล้ว)ขึ้นเวทีพูดคุยในงานมหกรรมครั้งนี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้แนวปฏิบัติมาปรับกับบริบทของรพ.ต่อไป  บังเอิญเจอคุณนภานั่งยิ้มแย้มหน้าห้องตรวจเลยถามว่า เพิ่งมาเอายาไปวันก่อน  วันนี้เป็นอะไรคะ  นภาเลยบอกว่ารอหมอหงา(พี่กายภาพ)พาไปตัดรองเท้าใหม่เข้ากรุงเทพ จะไปเล่าให้เค้าฟังว่าอยู่กับเบาหวานอย่างไรให้เป็นสุข  เลยถามว่าแล้วจะไปบอกเค้ายังไงล่ะ  ก่อนอื่นก็ต้องทำใจซิหมอ(เออจริงด้วย แต่กว่านภาจะทำใจได้ก็นานเหมือนกันนะจ้ะ ตอนตัดขานั้นเรายังไม่รู้จักนภา เราเจอนภาตอนทำค่ายเรื่องเล่าของนภาทำให้เราร้องไห้แน่ะ )  กำลังจะคุยกันต่อพี่หงากายภาพคนสวยมาพอดีเลยบอกนภาว่าเที่ยวกรุงเทพเผื่อด้วยนะ  นภาหัวเราะแล้วบอกว่ากลัวไปไหนไม่เป็นซิคุณหมอ    รอยยิ้มของนภาในวันนี้ทำให้นึกถึงความพยายามของทีม  รอกลับมาจากมหกรรมเบาหวานอยู่รอฟังว่านภาไปเล่าอะไรบ้างหนอ    อยากฟังเรื่องเล่าของพี่ๆที่ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาด้วย      ใครไปมาแล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะว่าประทับใจอะไรกันบ้าง