ตามที่ฉันได้ไปร่วมงานสัมมนาเรื่องนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่างที่ทำให้ฉันต้องนำมาคิดต่อ เพื่อทบทวนการทำหน้าที่ของตนเองเคยมีเพื่อนของฉันทักฉันว่าทำไมฉันต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรต่างๆของบริษัทเยอะแยะไปหมด ทำเกินหน้าที่ไปหรือเปล่า
หากกล่าวโดยคร่าวทั่วๆไป คนมักเข้าใจว่า CFO หรือ Finance Director หรือFinancial Controller มีบทบาทรับผิดชอบเฉพาะงานหลังบ้าน งานกำกับควบคุมธุรกิจให้ไปตามแนวทางที่ควรเป็น สอดส่องดูแลกิจการของตนเองเป็นสำคัญ
ฉันพบว่าการเป็น CFO นั้น ต้องรอบรู้ และรู้รอบด้านในหลายๆเรื่อง ไม่ใช่งาน Bookkeeping หรือ Bean Countingเพียงอย่างเดียวจริงอยู่โดยพื้นฐานอาจเป็นเช่นนั้น แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งเรื่องกฏเกณฑ์ สภาพเศรษฐกิจ การแข่งขัน เทคโนโลยี ทำให้บทบาทและความรับผิดชอบของ CFO จากการควบคุมดูแล เป็นการสนับสนุนธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนบทบาทเป็นคู่คิดในการวางกลยุทธ์องค์กรด้วย (Strategic) มิใช่เป็นแค่ฝ่ายปฎิบัติการ (Operational) เพียงอย่างเดียวดังนั้น CFO จะรู้เพียงเรื่องการเงินอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องรอบรู้ทุกเรื่องของธุรกิจ ต้องรู้จักกระบวนการทางธุรกิจ อุตสาหกรรม รู้สภาพการแข่งขัน คู่แข่ง รู้จักสินค้า รู้ตลาด รู้จักลูกค้า เช่นเดียวกับฝ่ายขายหรือการตลาดหรือที่ CEO รู้ และที่มากกว่านั้นต้องเข้าใจปัจจัยความเสี่ยงต่างๆเป็นอย่างดี รวมทั้งกระบวนการภายในต่างๆของธุรกิจ รู้เรื่องเทคโนโลยีทาง IT เพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ทั้งสำหรับสนับสนุนธุรกิจ และใช้สำหรับการควบคุมดูแลธุรกิจ รู้เรื่องทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารทุกๆตำแหน่งรู้กฏเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งของประเทศของตน และกฏเกณฑ์ระหว่างประเทศ
อนึ่ง อายุงานเฉลี่ยของ CFOในประเทศสหรัฐอเมริกาคือสี่ปีเศษๆเท่านั้นน่าตกใจเหมือนกัน หลังจากนั้น ๔๒% ไปเป็น CEO ของบริษัทนั้น๑๑%ไปเป็น CEO ของบริษัทอื่นๆที่เหลือมีทั้งย้ายงาน โดนปลดหรือเกษียณไป
ฉะนั้นงานนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนอยากอยู่นิ่งๆนั่งสบายๆทำ ต้องปรับตัว เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งต้องสามารถทำงานรวมกับทั้งคนในองค์กร และนอกองค์กรได้ดี เพราะ (ลืมบอกไปว่า) หน้าที่สำคัญอีกอันคือ การเป็นผู้กำข้อมูลสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นการให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็น นักลงทุน นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุนต่างๆก็เป็นหน้าที่ของ CFO เช่นกัน
นอกจากนั้นความสำคัญอันหนึ่งคือ ในธุรกิจใดที่มีการฉ้อฉลนั้น หากเป็นการฉ้อฉลโดยพนักงานทั่วไปแล้ว ผลเสียหายอาจจะมีในระดับหนึ่ง แต่เมื่อใดที่การฉ้อฉลนั้นมี CFO ร่วมด้วย ธุรกิจนั้นถึงขั้นล้มละลายได้แน่นอน (ดูกรณี Enron เป็นตัวอย่าง)