ศ. นพ. วารินทร์  ตัณฑฺ์ศุภศิริ  เป็นแพทย์ศิริราชรุ่นพี่ผม 1 ปี จึงรู้จักกันดี   ท่านได้ชื่อว่าเป็นหมอกีฬา   ได้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยทางด้านกีฬาเป็นอย่างมาก

         มหาวิทยาลัยมหิดลได้ประกาศเกียรติคุณท่านไว้  ดังนี้

         "ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์วารินทร์  ตัณฑ์ศุภศิริ  สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์    เมื่อปี พ.ศ.2508 ได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ทั่วไปจากแพทยสภา  เมื่อปี พ.ศ.2514

         ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์วารินทร์  ตัณฑ์ศุภศิริ เริ่มรับราชการในตำแหน่งอาจารย์โท ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์   เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา   รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลฝ่ายกีฬาและกิจกรรมพิเศษ   ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา ประธานคณะกรรมการและกรรมการในองค์กรต่าง ๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติหลายสถาบัน   นอกจากนั้นยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รองหัวหน้าคณะนักกีฬาและหัวหน้าคณะแพทย์ประจำทีมกีฬาไทย  ในการแข่งขันกีฬาทั้งในระดับโอลิมปิคเกมส์  เอเชียนเกมส์และซีเกมส์หลายครั้ง   ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการและประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายแพทย์และวิทยาศาสตร์การกีฬา  คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

         ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์วารินทร์  ตัณฑ์ศุภศิริ นอกจากจะทำหน้าที่ในการตรวจรักษาผู้ป่วยแล้ว   ยังได้อุทิศเวลาให้กับวงการกีฬาของประเทศ  นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลามากกว่า 30 ปี   ได้นำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการแพทย์มาพัฒนาวงการกีฬาของประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ   เป็นผู้ก่อตั้งวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล   และร่วมจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

         ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า  ผลงานดีเด่น  และคุณูปการดังกล่าว   สภามหาวิทยาลัยมหิดลในคราวประชุมครั้งที่ 396 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2550 จึงมีมติให้ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์วารินทร์  ตัณฑ์ศุภศิริ ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อเป็นเกียรติสืบไป"

วิจารณ์  พานิช
 24 ก.ค.50