ความเห็นในการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550
ในฐานะนักรัฐศาสตร์ ซึ่งศึกษาและมีประสบการณ์ทางรัฐศาสตร์ไม่สามารถรับหลักการของรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นโดยกลุ่มคนที่แต่งตั้งมาจากอำนาจเผด็จการและประเทศชาติไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาชนไม่มีส่วนร่วม
ในฐานะประชาชนธรรมดาที่สนใจการเมือง โดยการเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 เห็นว่ามีหลายมาตรามีประโยชน์ต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและมีการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นทางการเมือง แต่มีช่องว่างของการแต่งตั้ง ส.ว. ซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นจุดอ่อนของการสืบทอดอำนาจทางเผด็จการทหารเป็นต้น แต่ก็สามารถที่รับไปก่อนและไปแก้ไขภายหลังจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ดังนั้น ก็จะกาไม่รับ และ การับ ทั้งสองอย่าง
ก็ฝากเป็นข้อคิดสำหรับท่านผู้อ่าน
หมายเหตุ ติดตามรับฟังการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ 2550 โดยตลอด ทางสถานีวิทยุรัฐสภา โดยเฉพาะมาตราสำคัญๆ และในอดีตเป็นผู้บรรยายรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นภาษาพื้นเมืองให้กับประชาสัมพันธ์กกต.จังหวัดลำพูน ชุดแรก ทางสถานีวิทยุอสมท.จังหวัดลำพูน
ถามหน่อยครับว่าที่ว่าให้แก้ไขได้ทีหลังนะอย่าไปฝันกับการเมืองไทยจะ
ที่ผมคิดว่าแก้ไขได้โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นเพียงหลักการเท่านั้น โดยข้อเท็จจริง รัฐธรรมนูญไทย เป็นเพียง "ปั๊ปยองขัน"คนบ้านผมว่าไว้สมัยเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 14 ตุลาคม 16 แปลว่า แผ่นพับซ้อนๆกันวางไว้บนขันน้ำพานรองเท่านั้น ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะว่าความหมายอยู่ที่ผู้มีอำนาจไม่ว่ามาจากใหนรูปแบบใดรัฐบาลแบบใหน ประชาชนเป็นเพียงผู้อยู่ใต้ปกครองเท่านั้น วันนี้เราทำได้เพืยงการเมืองภาคประชาชนไม่เคยมีสิทธิที่แท้จริงในการใช้อำนาจทางการปกครองครับ ยิ่งอำนาจตุลาการที่หวังว่าจะพอช่วยประทังแก้ปัญหาให้ชาติได้บ้างก็ถูกดึงมาปู้ยี่ปู้ยำเรียบร้อย
ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นจะได้มีช่องทางระบายความอึดอัดในใจได้บ้าง
อยากทราบว่า การไม่ไปลงประชามติ หรือการไปลงไม่รับประชามตินี้ มีความหมายเหมือนกันมั๊ย และอยากทราบว่า รัฐธรรมนูญปี 40 ไม่ดีตรงไหน พวกที่รัฐประหารถึงต้องล้ม ในเมื่อเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจริงๆ และจากความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา จะเสียสละเพื่อชาติจริงๆ สักคน เห็นแต่พวกกลืนน้ำลายตัวเอง พวกบ้าอำนาจ…กันทั้งนั้น ไม่รู้จะบ้ายศ บ้าเกียรติ บ้าอำนาจกันไปถึงไหน….ยิ่งเดี๋ยวนี้ เห็นผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ ไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมปลุกเสกของขลังด้วยแล้ว ยิ่งหมดศรัทธา… แล้วประเทศชาติจะไปหวังพี่งใคร…ในขณะคนที่เราคิดจะหวังพึ่ง ดันมีมันสมองนิดเดียว…
ผมว่ายิ่งใกล้วันที่ 19 สิงหา การออกความเห็นเรื่องนี้ก็มากมายหลากหลาย การไปลงประชามติหรือไม่ไปลง ตอบแบบกำปั้นทุบดินไม่เหมือนกันแน่นอน ไปกับไม่ไป แต่ถ้ามองมุมประวัติศาสตร์การเมือง เรื่องนี้เป็นครั้งแรกการมีส่วนร่วมลงความเห็นผมว่าน่าสนใจ ถึงไม่เห็นด้วยก็ยังมีทางออกในการลงมติ แบบจะค้านแบบไม่ไปลงเพื่อสร้างเงื่อนไขบางทีไปๆมาๆ เป็นหมากทางการเมืองของเขาโดยไม่รู้ตัว ผมถึงแสดงความรู้สึกผ่านทาง gotoknow รัฐธรรมนูญ 40 ดีครับแต่ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่เสร็จ พวกรัฐประหารผมว่าเขาป้องกันตัวเขากับเรื่องอำนาจของเขาและของสถาบันของเขาที่เป็นเรื่องภายในมากกว่า เมื่อปฏิวัติก็ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ 40 ก่อนเพราะมีบทบัญญัติลงโทษคนทำปฏิวัติล้มล้าง และต้องลุ้นให้มีรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็วและต้องทำให้มาจากประชาชน เพื่อรับรองความถูกต้องจึงมีการลงประชามติโดยประชาชนถ้าการลงประชามติไม่ผ่าน เขาเหนื่อยแน่เพราะถ้าไปหยิบรัฐธรรมนูญมาใช้เองในบ้านเมืองเรื่องไม่จบหอกกลับมาย้อนได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าฝ่ายตรงกันข้ามกลับมามีอำนาจอีกครั้งและขาดความชอบธรรมแน่นอน แต่ถ้าวางเรื่องการเมืองแย่งอำนาจไว้ก่อนเพราะประชาชนในยุค ทุนนิยม จะตายแล้วต้องหาทางให้ประเทศชาติสงบหันหน้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนที่ยากจนอยู่ได้ก่อนแล้วค่อยช่วยกันวางกติกาที่ดีเหมาะสมกับบ้านเราสามารถจัดการกับอำนาจทุกรูปแบบไม่ให้มาเหนือกว่าอำนาจประชาชนส่วนใหญ่ต่อไปครับผมคิดแบบนี้ถูกหรือผิดก็ไม่รู้
อย่าลืม 19 ธันวาคมนี้ ชาติไทยจะเป็นอย่างไรอยู่ที่คนไทยทุกคน ไม่ว่าท่านจะรับร่างหรือไม่ก็ตามแต่ท่านก็ควรที่จะไปลงประชามติ
19 สิงหานี้ถือเป็นวันเปลี่นนแปลงประเทศไทยครั้งใหญ่ ชาติไทยจะเป็นอย่างไรก็อยู๋ที่การไปลงประชามติของประชาชนไทยในครั้งนี้