วันนี้ได้ไปเยี่ยมคุณจรูญ โพนคำ ศิษย์เก่าดีเด่น กศน.พนมสารคาม และผู้นำองค์กรนักศึกษากศน.พนมสารคาม ที่เป็นหนึ่งในคนดีที่ค้นพบ คุณจรูญ โพนคำ จบกศน.ตั้งแต่ระดับประถม มุมานะเรียนต่อกศน.ระดับมัธยมปลาย ชีวิตยังไม่สายในการเรียนก็พากเพียรเรียนต่อปริญญาตรีจนบัดนี้จบปริญญาโท
หอไอเฟิล ที่เด่นเป็นสง่าเมื่อผ่านมาอำเภอพนมสารคาม คือสัญญลักษณ์ของคุณจรูญ ที่มีแต่เพิ่มพูนคุณความดีที่ช่วยเหลือชุมชน สังคม โดยเฉพาะด้วยแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กศน. โดยซื้อที่ดินสร้างศูนย์การเรียนชุมชนเกาะขนุนอันเกรียงไกร นำองค์กรนักศึกษาให้ช่วยกันสร้างเสริมเติมแต่งจนศูนย์การเรียนแห่งนี้มีศักยภาพในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนเป็นประโยชน์กับประชาชนที่แสวงหาโอกาสทางการศึกษา
ศูนย์การเรียนชุมชนเกาะขนุน และหอไอเฟิล นี้อยู่ในระแวกบริษัทเจเอ็มคอนกรีตอัดแรง พนมสารคาม ของคุณจรูญ ซึ่งให้บริการใช้เป็นสถานที่ประชุมได้ นักศึกษากศน.ก็มาใช้สถานที่นี้จัดกิจกรรมกันอย่างสดวกสบาย ด้วยน้ำใจไมตรีที่คุณจรูญมีให้แก่ กศน. ผมจึงได้แต่งเพลง ส่งเสริมคนดีที่กศน.พนมสารคาม ที่ใช้คุณจรูญ โพนคำ เป็นตัวแบบ ของศิษย์เก่าดีเด่น และผู้นำองค์กรนักศึกษากศน.พนมสารคาม ที่จบลงที่ว่า..............กศน.พนมสารคาม มีน้ำใจงามมากด้วยไมตรี ศิษย์เก่าศิษย์ใหม่มากมีเป็นคนคนที่ดีในเวทีธุรกิจ ศิษย์เก่าศิษย์ใหม่มากมี เป็นคนที่ดี มีคุณธรรม... วันนี้จึงมอบเพลงให้คุณจรูญ ไปให้ทีมงานบริษัทเจเอ็ม ฯ ซึ่งคุณจรูญ มีห้องดนตรีให้พนักงานในบริษัทไว้ซ้อมเล่นดนตรีกัน คราวนี้ไม่ต้องซ้อม เอาจริง นำเพลงนี้ไปบันทึกเสียงและประกวดเพื่อรับรางวัลกันเลย...




เป็นคนที่ดี มีคุณธรรม คุณจรูญ โพนคำ ศิษย์เก่าดีเด่น กศน.พนมสารคาม และผู้นำองค์กรนักศึกษากศน.พนมสารคาม ขอแสดงความยินดีและชื่นชม
ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณจรูญ โพนคำ 2 ครั้ง ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่สัมผัสได้...ในความเป็นนักสู้ชีวิต...ในความเป็นคนนอกโรงเรียน ที่ภาคภูมิใจในสถานศึกษากศน.พนมสารคาม และความเป็นนักศึกษากศน.ของตนเอง... โดยได้ให้ความร่วมมือส่งเสริม สนับสนุน ทั้งด้านความคิด และทุนทรัพย์ อย่างต่อเนื่องเสมอมา ถึงแม้นว่าท่านจะจบจากกศน.พนมสารคามมานานแล้ว แต่จิตใจที่จะช่วยกศน.ยังมีอยู่อย่างแนบแน่น จึงคิดว่ารางวัลที่คณะกรรมการจะพิจารณานี้ เหมาะสมกับท่านที่สุดแล้ว และขอแสดงความยินดีกับท่านผอ.อนันต์ ตันไล ที่มีองค์กรนักศึกษาที่เข้มแข็ง และเป็นจุดแข็งของกศน.พนมสารคามที่จะสร้างงานกศน.ให้เกรียงไกรต่อไป
คุณจรูญ โพนคำ เป็นบุคคลตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงส่วนหนึ่งของศักยภาพ กศน.ที่น่าชื่นชม ซึ่งถึงแม้ว่าในสายตาของบุคคลบางกลุ่มจะมองไม่เห็นคุณค่า ของ กศน. บางกลุ่มจะร้อง..ว๊า..จบ กศน.เหรอ..จริงๆแล้วสิ่งที่ดีมีให้เห็นอยู่มากมาย ศิษย์เก่าของบางปะกงที่จบนิติศาสตร์ จาก มสธ.ก็มี เพียงแต่โอกาสไม่ได้อำนวยให้เขาได้แสดงศักยภาพของการเป็นศิษย์ กศน.ให้คนอื่น ๆ ได้เห็น...วันนั้นเขาเข้ามาหาและมาบอกว่าเรียนจบแล้วครับ ใช้เวลาเรียน 3 ปีครึ่ง และก็ขอบคุณที่ได้ให้ความรู้และคำแนะนำในการเรียน จบ กศน.ไม่ใช่จะด้อยคุณค่าเสมอไป..ความตั้งใจและความเพียรของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ เพียงแต่ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
เวลาการเดินทางของชีวิต....ย่อมผ่านเส้นทางมากมาย...และในที่สุด.....จะถึงเส้นชัย......
ชัยชนะที่เป็นของคุณ.........
การเป็นศึษย์เก่า กศน.ดีเด่น ระดับประเทศเป็นสิ่งที่ดีจะได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการประเมินที่จะไปดูผลงานในเร็วๆ นี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณงามความดี และผลงานดีเด่นเหล่านี้ยังอยู่ในใจเราชาว
กศน.ทุกคน
นี่ละครับ อีกหนึ่งตัวอย่างการทำความดี ที่ไม่ต้องป่าวประกาศ แต่เป็นการกระทำที่แสดงออกมาให้เห็น และทุกคนที่อยู่ใกล้หรือได้พบปะก็จะสามารถสัมผัสได้
ถึงไออุ่นของความดี ไม่ต้องสร้างภาพให้ยุ่งยาก
การทำความดี ที่ไม่ต้องมีใครเห็นแต่อื่นก็จะสามารถสัมผัสได้
ประการแรก คือ การให้ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน ประการที่สอง คือการที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงานประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา และในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำ นำความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงอยู่ในเหตุในผล การทำความดีนั้นก็เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ นั้นคือ มักจะเกิดอุปสรรค อาจมีคนขัดขวางหรือไม่เห็นด้วย นั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากเรามั่นใจในความดี มีความบริสุทธิ์ใจ และใช้ปัญญาไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว อุปสรรคจากภายนอกย่อมไม่สามารถขัดขวางได้
ข้อสำคัญ คือ อุปสรรคจากภายใน เช่น ความท้อแท้ ท้อถอย ซึ่งมักเกิดจากการจดจ่ออยู่กับความ สำเร็จที่ยังอยู่อีกไกล จนลืมมองไปว่าทุกขณะก็มีความก้าวหน้าอยู่แล้ว
หากเราจดจ่อกับจุดหมายข้างหน้าให้น้อยลง และใส่ใจกับงานที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน ชื่นชมกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นทุกขณะ เราจะมีกำลังใจมากขึ้น
ในการเดินทางไกลนั้น ถ้าเรามัวแต่นึกถึงเป้าหมาย จะรู้สึกอึดอัด เพราะใจเอาแต่บ่นว่าเมื่อไหร่จะถึง แต่ถ้าหันมาชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทาง เราจะเพลิดเพลินกับการเดินทาง และรู้สึกว่าถึงเป้าหมายได้ในเวลาไม่นานัก
บ่อยครั้งเราทุกข์เพราะคอยเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานที่เก่งกว่าหรือทำได้มากกว่าเรา ลองพิจารณาดูว่าที่ทุกข์นั้นเป็นเพราะอิจฉาเขาหรือไม่ ที่จริงน่าจะยินดีที่เขาทำได้ดี เพราะนั่นหมายความว่าประโยชน์จะเกิดแก่ส่วนรวมได้มากขึ้น งานของกลุ่มจะก้าวหน้ามากขึ้น
ความยินดีเมื่อคนอื่นทำดีหรือดีกว่านั้นเรียกว่ามุทิตา มุทิตาเมื่อเกิดกับใครย่อมทำให้เขามีความสุข และเป็นตัวป้องกันจิตไม่ให้รุ่มร้อนเพราะความอิจฉา
บางครั้งความทุกข์ก็เกิดเพราะไม่มีใครเห็นความดีของเรา ที่จริงคนเราเมื่อได้ทำความดี ก็มีความสุขอยู่แล้วในตัว เช่นเดียวกับดอกไม้ที่มีความสุขเมื่อได้เบ่งบาน จะมีคนเห็นหรือไม่ดอกไม้ไม่เคยสนใจ ขอเพียงแต่ได้สยายกลีบก็สุขใจแล้ว เป็นความสุขเนื่องจากพลังสร้างสรรค์ภายในได้เบ่งบานออกมา และเป็นความสุขที่ได้ช่วยแต่งแต้มโลกให้งดงาม
ความดีงามในใจเราก็เช่นกัน เพียงได้เปล่งประกายออกมาสู่โลกภายนอกก็เป็นสุขแล้ว แม้จะไม่มีใครรับรู้ก็ตาม การสนใจคนภายนอกต่างหากที่กลับจะทำให้มีความทุกข์ เพราะทำให้เกิดความห่วงกังวล จริงอยู่คำชื่นชมจากคนรอบข้างอาจทำให้เกิดความพอใจ แต่เมื่อมีคำชื่นชนแล้ว มีหรือที่ไร้คำตำหนิ
ใครที่เป็นสุขเพราะคำชม ก็ย่อมเป็นทุกข์เมื่อถูกตำหนิ ถ้าไม่อยากเป็นทุกข์เพราะคำตำหนิ ก็อย่าหลงใหลได้ปลื้มเมื่อมีคนชม เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ทำดีจะมีคนเห็นหรือไม่ ก็มิใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป
การทำความดีถ้าจะให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่แล้ว ควรก่อให้เกิดทั้งประโยชน์ท่านและประโยชน์ตน กล่าวคือนอกจากคนอื่นจะได้รับประโยชน์แล้ว เราก็พลอยได้รับอานิสงส์ด้วย อานิสงส์นั้นไม่ใช่แค่ความสุขจากการทำดีเท่านั้น ที่สำคัญก็คือได้ลดละกิเลศ ความเห็นแก่ตัว หรือความยึดถือในตัวตน
การทำงานการศึกษานอกโรงเรียน ศิษย์เก่าและเครือข่าย กศน.นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่เราจะแสวงหา เมื่อแสวงหามาได้เราต้องรักษาไว้ให้ดีด้วย เพราะศิษย์เก่าและเครือข่ายทั้งหลายสามารถช่วยงาน กศน.ได้มากมายโดยไม่ต้องใช้งบประมาณจาก รัฐบาล ยกตัวอย่าง เช่น คุณป้าสุภา ตันเจริญ คุณมุกดา นันทมานพ ฯลฯ ศิบย์เก่า กศน.ท่าตะเกียบที่ได้ร่วมด้วยช่วนกัน กับพระอาจารย์กฤษณะ อกโชโตสร้าง ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอท่าตะเกียบ เป็นศักดิ์ศรีและน่าตาของ กศน.ท่าตะเกียบจนทุกวันนี้ ขอยกย่อง ชมเชย และขอบคุณ ศิษย์เก่าหรือเครือข่ายของ กศน. ทุกท่าน
มาเก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ ครับ น่าชื่นชมในความสำเร็จของเจ้าตัวมาก....... คนอย่างนี้แหละ ที่เราต้องรวบรวมข้อมูลไว้เป็นตัวอย่างของ กศน. เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของงาน กศน. ......................
ขอบคุณ
คุณคนนอกโรงเรียน
คุณเสือตัวที่สิบเอ็ด
คุณรุ้งระพี
คุณชูวิทย์ บางปะกง
คุณวัชรินทร์
คุณ ไม่แสดงตน
คุณเด็กบ้านสามขา
คุณนะโม (ดูเหมือนจะมาเร็วแทนคุณนภัส )
คุณรัฐเขต ครับ
ขอขอบคุณ ในนามชาวกศน.พนมสารคาม ครับที่ได้ต้อนรับคณะประเมินคุณภาพทุกท่านครับ และขอขอบคุณท่านผอ.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ที่เป็นกำลังใจตลอดมาครับ