บันทึกไว้อ่านครับ ขออนุญาตเจ้าของบทกลอนไว้แล้ว แต่เขายังไม่อนุญาต (ฮา)
 

 

..... โอบอรุณ .....

เพรง.พเยีย



๏ โลมแดดสายทอดทิวสู่ผิวเนื้อ
โอบอุ่นเจือหนาวลมมาห่มหาย
ระยับแสงทอดทางจนพร่างพราย
ร้อยความหมายกำซาบลงทาบใจ

๏ แต่ละหยดหยาดรินก็สิ้นแล้ว
ยังแต่แว่วฝากย้ำกับคำไข
ก็เพียงหยาดน้ำค้างที่จางไป
ท่ามเนื้อไอหนึ่งเจ้า..ผู้เฝ้าคอย

๏ ทุกอณูแห่งถวิลระรินผ่าน
จากฝุ่นลานผืนย่ำอันต่ำต้อย
จรดสรวงงามเรื่อดั่งเนื้อพลอย
มาหลอมร้อยรับขวัญอย่างบรรจง

๏ โอบจนอุ่นแทนเจ็บอันเหน็บหนาว
ลบเรื่องราวเกาะกุมจากลุ่มหลง
ทิ้งเงาร้างปรากฏจนหมดลง
พร้อมรอยบ่งเลือนหายกับสายกาล

๏ ปลิดปลิวเถิด..บทตอนวันอ่อนไหว
เพื่อแกร่งใจได้ระบัดขึ้นหยัดขาน
ถ้อยสำเสียง..เถิดฟัง..ยิ่งกังวาน
เมื่อแว่วหวานร่วมร่ำขับทำนอง

๏ กระซิบผ่านธารโศกถึงโตรกผา
กี่น้ำตาซับบนความหม่นหมอง
ตราบรุ่งแสงระเหยไห้เป็นไอฟอง
ใต้ครรลองโชนช่วงแห่งดวงไฟ

๏ โลมแดดผ่านลานพุ่มโกสุมสี
แต้มมาลีร่วมล้อมกล่อมสมัย
ลบอดีตกรีดรอยจากคอยใคร
เหลือเพียงใจหนึ่งร้อย..มาคอยเคียง

๐ ลมโอบรัดสายหมอกและดอกไม้
ปลุกวันใหม่ให้ตื่นด้วยคลื่นหนาว
หยดน้ำค้างหยาดรับแสงวับวาว
หลังเดือนดาวลับดวงเมื่อล่วงคืน

๐ ภุมรินบินว่อนแล้วร่อนดอม
กรุ่นหวานหอมยื้อยุดก็สุดขืน
กุสุมกลิ่นหวนลมเข้ากลมกลืน
ย่อมแตะตื่นปรารถนาบรรดามี

๐ เมื่อลิขิตสิทธาสถานภาพ
ย่อมสืบทราบเหมาะควรทุกส่วนที่
จึงเกื้อการณ์ก่อถวิลและยินดี
เฉกมาลีล่อภมรให้ร่อนลง

๐ ไร้สำเนียงเสียงดังเพื่อฟังเพราะ
จะหลั่งเซาะโสตสดับความรับส่ง
เหลือแต่หวานหอมผกาในป่าดง
จักสืบส่งสาปภู่ให้รู้ยอม

๐ บ้าง..เสมอมาลีอันมีกลิ่น
จึงกำจายรวยรินให้ถิ่นหอม
ผู้หวนหามธุรสฤๅอดออม
ผละห่างห้อมรื่นนั้น..ได้ฉันใด

๐ งามประณีตกิริยาที่ปรากฎ
ปานเปรียบหอมผการส..สีสดใส
เอ่อผกายอบอุ่นละมุนละไม
จนบ้าง..ใฝ่ฝันเห็นไม่เว้นวาย

๐ ดอกหญ้าไหว..แดดบ่มเสียงลมร่ำ
พร้อมหนาวคร่ำครวญให้อกใจหาย
แต่สบรอยเนตรตอบใครลอบชาย
แอบเร้นเห็นชม้ายอยู่หลายคราว

๐ ลมโอบรัดสายหมอกและดอกไม้
ปลุกอกใจให้ตื่นด้วยคลื่นหนาว
แววในเนตรเลศระยับอยู่วับวาว
เหมือนรอก้าวย่างสู่..เดินคู่เคียง

แหล่งข้อมูล :: http://www.thaipoem.com/forever/poem.php?poemid=95080