วัดกันยังงัย

เมื่อวันที่ 5  ก.ค 50 ที่ผ่านมา คณะสหเวชศาสตร์มีการตรวจประเมินประกันคุณภาพภายใน  ในตอนที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปนั่งฟังคณะกรรมการฯ ณ ห้องประชุม 1  นั้น   พี่บอย (คุณอนุวัทย์) ได้นำเอาหัวข้อประกันคุณภาพในหัวข้อมาตรฐานวัดความสุขในที่ทำงานของคณะแพทยศาสตร์ให้ข้าพเจ้าดู แล้วก็คุยกับข้าพเจ้าว่าจะวัดกันได้ยังงัย แล้วเราจะเอามาให้วัด ความสุขในที่ทำงาน  ข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะวัดกันยังงัย   แต่ตอนนี้ข้าพเจ้ามีเรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นในคณะสหเวชศาสตร์แห่งนี้ มาเล่าให้ทุกท่านฟัง  ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะใช้วัดได้ไหม กับหัวข้อประกันคุณภาพนี้  ถ้าใช้เป็นหลักฐานวัดไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ก็ขอเป็นบันทึกเรื่องราว ๆ ดี ๆ ที่เกิดขึ้น เก็บไว้เป็นบันทึกแห่งความประทับใจของข้าพเจ้าก็ได้    เรื่องมีอยู่ว่า  คณะสหเวชศาสตร์ ของเรามีแมวอยู่ตัวหนึ่ง  แต่ก่อนมันก็ป่วนเปี้ยนไปมาประสาแมวทั่วไป  เจ้าหน้าที่ในสำนักงานของเราบางคนก็ใจดีแบ่งข้าวให้มันกินบ้างตามประสาของผู้รักแมว  นานวันเข้า แมวที่ว่านี้ไม่ไปไหนเลยปักหลักอยู่ที่คณะนี่เอง  หนำซ้ำ มันออกลูกมาแล้ว 2 คลอก  ๆ ละ หลายๆ ตัว  (บอกเป็นเลขไม่ได้เดี๋ยวมีคนเอาไปตีเป็นเลขเด็ด ไม่ถูกขึ้นมาแล้วเดี๋ยวจะมาว่ากัน)  เจ้าหน้าที่ในสำนักงานเลขาฯของเราก็ช่วยกันดูแลหาข้าวหาปลา ดูแลมันและลูกจนวิ่งกันเต็มคณะ  อยู่มาซักพักก็ค่อย ๆ หายไปทีละตัวสองตัว สอบถามไป ๆ มา ๆ น้องนิสิตในคณะของเรานี่เองที่เอาไปเลี้ยง  จนมาวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ถ่ายเอกสารของเราก็เอ่ยชวนกันทำหมันให้มัน เนื่องจากเป็นห่วงแมว กับลูกที่จะเกิดขึ้นมาอีก เดี๋ยวจะลำบากกันไปใหญ่  เจ้าหน้าที่ในคณะของเราหลาย ๆคน ก็เลยร่วมกันบริจาคทำหมันแมว  พี่ที่อาสาจะพาแมวไปทำหมัน บอกว่า  จะซื้อปลอกคอมาให้มันด้วย คนอื่นจะได้รู้ว่ามีเจ้าของ  จึงมีบางคนพูดว่า “อย่างนี้ต้องบอกให้พัสดุตีตรา สหเวช ด้วยนะ เค้าจะได้รู้ว่านี่แหละแมวสหเวช”  บางคนพอได้ยินก็หัวเราะ บอกว่าไอเดียดี   หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน  พี่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็พาแมวเหมียวของเราไปหาหมอ  แต่ว่าไม่ได้ไปคนเดียวนะค่ะ  มีอาจารย์ท่านหนึ่งในคณะที่มีเพื่อนเป็นสัตวแพทย์  เอารถมาพาแมวไปคลีนิกด้วย (โห… อิจฉาแมวมีราชรถเกย)  เพื่อนของอาจารย์นอกจะบริการทำหมันให้แมวอย่างดีแล้วยังลดราคาให้ด้วย  พี่เจ้าหน้าที่เราก็เลยมีเงินเหลือพอซื้ออาหารแมวมาไว้ให้มันกับลูกกินอีก … ถ้าหากท่านสมาชิกอ่านมาถึงตอนนี้อาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวกันตรงไหนกับมาตรฐานวัดความสุขในที่ทำงาน…   ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า มันอยู่ที่ตรงนี้ค่ะ ทุกๆ คนที่นี่มีความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน(แต่ต่างสไตล์กันค่ะ) แม้กระทั่งแมว ก็ยังได้รับความปราถนาดีจากชาวสหเวชอย่างถ้วนทั่วตั้งแต่ จนท. อาจารย์ และนิสิต  ถึงแม้ว่าแมวตัวนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน  หลายๆ คนในที่นี่ก็ยังเอาใจใส่มัน อาจจะเรียกได้ว่าดีกว่าแมวพเนจรทั่วไป  ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรับเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน  และข้าพเจ้าก็เชื่อว่ามันมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็คงจะไม่อยู่ที่นี่แน่นอน ทั้งๆ ที่ บริเวณนี้มีอาคารของคณะ ต่างๆ หลายหลัง มันก็ไม่ไปไหน เช้ามาบางทีมันก็มานั่งรอที่กระได ทักทายจนท. ที่เดินขึ้นมาบนชั้น 2 (หรือไม่บางที มันอาจอยากจะบอกว่าหิวข้าวแล้วหาข้าวให้กินหน่อย)   เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เพียงแมวเท่านั้นที่ได้รับความรู้สึกดี ๆ นี้   แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาข้าพเจ้าต้องเข้ารับการผ่าตัดเท้า เนื่องจากมีกระดูกที่งอกผิดตำแหน่ง จากเหตุไฟไหม้เมื่อตอนเป็นเด็ก  และไม่เคยได้รับการรักษาใด ๆ มาก่อน เมื่อมีโอกาสจะได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด  ข้าพเจ้าก็ได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจากอาจารย์และจนท.ภาควิชารังสีเทคนิคในการฉายรังสีเอ็กซเรย์ให้  เพื่อประกอบการพิจารณาในเบื้องต้นเพื่อรับเข้าเป็นคนไข้ในโครงการฯ    และเมื่อผ่าตัดกลับมาข้าพเจ้าก็ได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากอาจารย์และจนท.ภาควิชากายภาพบำบัด ในการดูแลบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการผ่าตัด  ฝึกเดิน และอำนวยความสะดวกในการทำงานให้ข้าพเจ้าด้วยรถประจำตำแหน่งอีก 1 คัน (รถเข็น)  และเพื่อน ๆ พี่ในสำนักงานแห่งนี้ก็ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้ข้าพเจ้าเป็นอย่างดีในการทำงาน  หากท่านผู้อ่านจะมองว่าข้าพเจ้าเขียนยกย่อว่าสำนักงานของตนเองนั้น  ดีเลิศ   หรือ  ไม่หรอกค่ะข้าพเจ้ามิบังอาจ แต่ข้าพเจ้าจะขอตอบว่าไม่ดีเลิศ  แต่มีดีค่ะ   จริงๆ แล้วข้าพเจ้าคิดว่าในที่ที่ทำงานหรือที่ใดๆ ก็ตามมักจะมีความสุขแฝงอยู่  เพียงแต่บางครั้งอาจจะไม่มีเวลามองดูก็เท่านั้น  เพราะว่าบางทีก็จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย   ไม่สำคัญ อะไร  แต่รวม ๆ แล้วก็จะกลายเป็นความสุขที่มีมากมายและมีหลายเรื่องด้วย   …….อย่างเช่นรอยยิ้มที่มีให้กัน   ก็ทำให้ที่ทำงานน่าอยู่และมีความสุขได้เช่นกัน