พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องผลของอาหารต่อภูมิต้านทานโรคมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข่าวดีมาฝากพวกเราที่กินผักและผลไม้เพียงพอทุกวันครับ...

พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องผลของอาหารต่อภูมิต้านทานโรคมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข่าวดีมาฝากพวกเราที่กินผักและผลไม้เพียงพอทุกวันครับ...

ทีมนักวิจัยจากออสเตรเลียทำการศึกษาพบว่า กลุ่มคนที่กินอาหารประเภท “หนักเนื้อ-หนักมัน” และกินผัก-ผลไม้น้อยมีความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังชนิดสะควอมัสเซลล์ (squamous cell carcinoma) เพิ่มขึ้นมาก

อาจารย์ดอกเตอร์นายแพทย์เกบ เมียคินกล่าวว่า สาเหตุที่เป็นไปได้คือ การกินอาหารประเภท “หนักเนื้อ-หนักมัน” น่าจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำลง

ส่วนการกินอาหารประเภทผัก-ผลไม้ต่ำนั้นมีส่วนทำให้ร่างกายขาดสารพฤกษเคมี (phytochemicals) หรือสารคุณค่าพืชผัก ซึ่งออกฤทธิ์เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้ดีขึ้น

เรียนเชิญพวกเราหันมาลดอาหารมัน โดยเฉพาะอาหารประเภท “ทอด-ผัด” ซึ่งน้ำมันมักจะซึมเข้าไปในเนื้ออาหาร ทำให้มองไม่เห็นมันหรือเป็น “มันล่องหน”

การกินอาหารทอดมากๆ นั้น กว่าจะรู้ตัวอีกที... ไขมันก็ไปจับอยู่รอบพุง หรือรอบเอวเสียแล้ว

อาหารเนื้อสัตว์มีไขมันอิ่มตัวแทรกอยู่ในเนื้อมากกว่าที่คิด การกินโปรตีนพืชแทนโปรตีนสัตว์อย่างน้อย 50% เช่น ถั่ว งา เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ มีส่วนช่วยลดการได้รับไขมันจากสัตว์ ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงมากได้

โปรตีนจากพืชมีคุณค่าทางอาหารไม่แพ้โปรตีนจากสัตว์ถ้ากินให้หลากหลาย มื้อหนึ่งกินกับข้าวอย่างละเล็กละน้อยให้ได้ 3-5 อย่างขึ้นไป และควรเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เนื่องจากข้าวกล้องมีโปรตีนสูงกว่าข้าวขาว

ถ้ากินโปรตีนจากพืชหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีถั่วเหลืองและข้าวกล้องปนอยู่ด้วย ร่างกายจะนำโปรตีนจากพืชไปใช้ได้ดีขึ้น

เรียนเชิญพวกเราหันมาลดเนื้อ-ลดมัน(ไขมัน อาหารทอด) เพิ่มผัก-เพิ่มผลไม้ที่ไม่หวานจัด เพื่อสุขภาพผิวพรรณ เพราะผิวพรรณดีส่วนหนึ่งเริ่มจากภูมิต้านทานโรคที่ดี

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี มีสุขภาพผิวพรรณดี ไม่มีโรคมะเร็งผิวหนังมาเบียดเบียนไปนานๆ ครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • เนื่องจากผู้เขียนมีภาระงานมาก อินเตอร์เน็ตที่อาศัยโรงพยาบาลใช้อยู่ช้ามาก จำเป็นต้องปิดส่วนความคิดเห็นในบล็อก "บ้านสุขภาพ" และงดตอบปัญหาไปพลางก่อน...

ขอแนะนำ...                                                    

    แหล่งที่มา:                                       

  • Many thanks to Dr. Mirkin > Dr. Gabe Mirkin’s Fitness and Health e-Zine > http://www.drmirkin.com/ > July 22, 2007. // source: American Journal of Clinical Nutrition. May 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 20 กรกฎาคม 2550.