KM คือความสุข

ได้ศึกษาเรื่อง KM จนมีความเข้าใจมากขึ้น สามารถอธิบายวิธีการให้ครูโรงเรียนจ่านกร้องเข้าใจได้ จากความเข้าใจมากขึ้นนี้ ทำให้มีความคิดขึ้นมาว่า กิจกรรม KM นี้ น่าจะอยู่ในวงการศึกษาของไทย(ในโรงเรียน) นานกว่า QCC เนื่องจากเป็นการนำความสำเร็จ ความภาคภูมิใจ หรือที่เรียกกันว่า ความสุขมาเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่นำปัญหา หรือความทุกข์เป็นตัวตั้ง ดังนั้น คนปฏิบัติงานที่เป็น คุณกิจ จึงมาร่วมกิจกรรม KM อย่างเต็มใจ

วันนี้ได้พูดคุยกับครูโรงเรียนจ่านกร้อง ที่ป้านางให้ไปร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้ 4 ภาค เมื่อวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2550 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ครูที่ไปด้วยทุกคนพึงพอใจ ซึ่งบางคนก็ยังไม่รู้จักเรื่อง KM เลย พอไปร่วมกิจกรรมแล้ว ทุกคนต่างบอกว่า รู้จัก KM กันบ้างแล้ว ขอให้ป้านางช่วยอบรมเรื่อง KM ให้หน่อย ป้านางเลยบอกว่า เรื่อง KM ไม่ต้องอบรมหรอก ทำกิจกรรม KM ในฐานะเป็นคุณกิจ สัก 1-2  เรื่อง ก็พอจะเข้าใจกระบวนการ KM และหาความรู้เพิ่มจาก Website ของโรงพยาบาล ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็จะทำให้เข้าใจ KM ได้อย่างกระจ่าง เข้าใจได้ตลอดแนวตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงจุดเผยแพร่ความรู้ เหมือน ๆ กับที่ป้านางศึกษาอยู่ ป้านางเริ่มต้นจากเป็นคุณกิจ ของงานวิจัยของคณะศึกษาศาสตร์ มหวิทยาลัยนเรศวร โดย ดร.อมรรัตน์ ซึ่งได้รับความรู้เรื่อง KM มากโดยที่ไม่ต้องเข้าอบรมที่ไหนเลย แต่ร่วมทำกิจกรรม KM กับ ดร. อมรรัตน์เลย แล้วก็ศึกษาจาก Website ของมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ แล้วก็ของโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วย ก็สามารถนำกระบวนการ KM มาใช้ในโรงเรียนจ่านกร้องได้อย่างครบวงจร 

วันต่อไปป้านางจะเล่าให้อ่านว่าป้านางทำอะไรบ้าง ทำอย่างไรและได้ผลมากน้อยแค่ไหน สนใจติดตามอ่านนะ