เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 99 โดยใช้แผ่นแปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น ในระหว่างที่ใช้แผ่นแปะ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย โดยไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา จึงเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่าย สะดวก ลดปัญหาการลืมทานยาเม็ด ทำให้ไม่อ้วน และช่วยลดผลกระทบต่อการทำงานของตับ นอกจากนี้เมื่อเลิกใช้ยาแล้วจะมีการตกไข่ภายใน 4-6 สัปดาห์ ทำให้มีบุตรง่าย
<p>ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดด้านละ 1 3/4 นิ้ว ผิวเรียบ เป็นแผ่นบาง สีเบจ ประกอบด้วยตัวยาสองชนิด คือโปรเจสโตเจนและเอสโตรเจน ตัวยาดังกล่าวเหมือนกับยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป เมื่อแปะที่ผิวหนังแล้ว ตัวยาจะค่อยๆซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่สม่ำเสมอ พอดีสำหรับการออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์</p><p>กลไกการออกฤทธิ์</p><p>กลไกการออกฤทธิ์ของยาเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ของยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ เหมือนกับยาคุมกำเนิดชนิดกิน</p><ol>
ฮอร์โมนในแผ่นค่อยๆ ออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ จากการศึกษาประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในการยับยั้งการตกไข่ โดยการตรวจติดตามระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในกระแสเลือดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง พบว่าในระยะเวลาหนึ่งปี มีการตกไข่เกิดขึ้นเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น </ol><p>ฮอร์โมนในแผ่นแปะ norelgestromin เป็นโปรเจสโตเจนที่ออกฤทธิ์ในยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ สังเคราะห์จาก norgestimate โดยผ่านขบวนการ deacetylation ข้อดีคือมีสมบัติของความเป็นแอนโดรเจนในตัวต่ำมาก
ทำให้เกิดปฏิกิริยากับตัวรับแอนโดรเจนลดน้อยลง ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้มากกว่าร้อยละ 60</p><p>ส่วน ethinyl estradiol เป็นเอสโตรเจนที่ออกฤทธิ์ในยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ ถูกนำมาใช้ในยาคุมกำเนิดชนิดกินหลายชนิด ฤทธิ์เด่นในการยับยั้งการตกไข่ผ่านทางฮฮร์โมนโกนาโดโทรปินที่สร้างมาจากต่อมใต้สมอง นอกจากนี้ตัวของมันเองยังสามารถกดการสร้างฮอร์โมนโกนาโดโทรปินได้อีกด้วย</p><p>วิธีใช้แผ่นแปะ</p><p>วิธีใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ ทำได้สองวิธี วิธีแรกเริ่มใช้วันแรกของรอบเดือน ส่วนวิธีที่สองเริ่มใช้วันอาทิตย์</p><p>
วิธีแรก เรียกว่า "First Day Start" โดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันแรกที่รอบเดือนมา โดยเริ่มใช้แผ่นแปะภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเริ่มแปะหลังจากวันแรกไปแล้ว 7 วันแรก ควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นในวันที่เคยเปลี่ยน และสามารถมีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่วันแรกของแผงแรกของรอบนั้นทันที หนึ่งรอบมี 4 สัปดาห์ แปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น สัปดาห์ที่4 เว้นการแปะ 7 วัน เมื่อเว้นครบ 7 วันแล้ว ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนมาแล้วจะหยุดหรือไม่หยุด ก็ให้แปะแผ่นแรกของรอบใหม่ทันที</p><p>วิธีที่สอง เรียกว่า "Sunday Start" โดยเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันอาทิตย์ ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นแปะทุกวันอาทิตย์ ทั้งนี้ในช่วง 7 วันแรก ควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย วิธีที่สองนี้สามารถมีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่วันแรกของแผงแรกของรอบนั้นทันที หลักการเดียวกับวิธีที่หนึ่ง คือหนึ่งรอบมี 4 สัปดาห์ แปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น สัปดาห์ที่4 เว้นการแปะ 7 วัน เมื่อเว้นครบ 7 วันแล้ว ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนมาแล้วจะหยุดหรือไม่หยุด ก็ให้แปะแผ่นแรกของรอบใหม่ทันที</p><p>ตำแหน่งของแผ่นแปะ</p><p>ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ สามารถแปะได้หลายที่ แต่ส่วนมากก็มักแปะที่ท้องน้อย หรือสะโพก แต่ละแผ่นไม่ควรแปะซ้ำที่ แต่ให้เลื่อนออกไปตำแหน่งใหม่</p><ol>
จุดที่ห้ามแปะคือที่เต้านม และจุดที่จะแปะไม่ควรใช้เครื่องสำอาง หรือแป้งหรือครีม และหลีกเลี่ยงจุดที่มีแผล มีการอักเสบ หรือมีโรคผิวหนัง </ol><p>วิธีเปลี่ยนมาใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ</p><p>วิธีจะเปลี่ยนจากยาคุมกำเนิดชนิดกิน มาเป็นยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ ให้เริ่มวันแรกที่รอบเดือนมาได้เลย หรือจะเลือกใช้วิธีวันอาทิตย์ก็ได้</p><p>ข้อแนะนำบางประการ</p><ol>
ถ้าแผ่นแรกแปะครบ 7 วันแล้วลืมแกะออกหรือลืมเปลี่ยนแผ่นใหม่ ทันทีที่นึกได้ ให้รีบเปลี่ยนแผ่นใหม่ทันที ถ้าไม่เกิน 2 วัน ก็ยังมีผลในการคุมกำเนิด แผ่นที่แปะช้าก็แปะไม่ถึง 7 วัน โดยให้อยู่ในล็อคเดิม ส่วนแผ่นที่สามถ้าลืมก็ปฏิบัติเหมือนแผ่นที่สอง </ol><p>ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ</p>
ได้อ่านวิธีการใช้แล้ว ขอบคุณนะค่ะที่เอาความรู้ใหม่มาเผยแพร่ โดยส่วนตัวยังไม่ได้ใช้ ยาคุมกำเนิดหรอกค่ะ แต่มีความรู้สึกว่า วิธีนี้ยุ่งยากจัง ถ้าแบบกินยาปกติ ก็คงง่ายกว่าไหมค่ะ แต่ดีค่ะ ได้รู้อะไรใหม่ๆๆ
ตอนใช้คือสามารถมีกิจกรรมทางเพศได้เหมือนเดิมใช่ไหมค่ะ