เล่าเรืองซวยงักต่อ.....กิมงิดตุดตั้งแต่เสียทัพพ่ายงักฮุยกลับมาแล้ว ก็คิดที่จะแก้แค้นตลอดเวลา วันหนึ่งจึงปรึกษากับคับมิชีที่ปรึกษา ทำนองว่าทำอย่างไรจึงจะกลับไปตีเมืองจีนได้อีก

    คับมิชีจึงว่า "เดิมที่ท่านได้ชัยชนะ เพราะพระเจ้าแผ่นดินซ้องตั้งขุนนางกังฉินเป็นผู้สำเร็จราชการ และเราได้ล่อลวงให้เป็นไส้ศึก จึงทำการได้สะดวก แต่ท่านเป็นคนสัตย์ซื่อเกลียดชังพวกชุนนางกังฉิน และได้ฆ่าจนหมดสิ้นแล้ว อนึ่งกษัตริย์วงศ์ซ้องนี้ไม่รู้จักเลี้ยงคนดีและคนชั่ว จึงมีขุนนางกังฉินแทรกเป็นใหญ่อยู่ทุกแผ่นดิน หากครั้งนี้เราหาคนไปทำราชการเป็นไส้ศึกได้อย่างเตียปังเชียง การก็จักสำเร็จ"

    คับมิชีพูดต่อไปว่า "ข้าพเจ้าเห็นว่า พวกขุนนางห้าคนซึ่งตามเสด็จสองกษัตริย์ ตายไปแล้วสี่คน เหลืออยู่ 1 คน ชื่อ ชีนไคว่ เป็นคนฉลาดและมีลักษณะโกงเป็นกังฉิน ถ้าท่านติดตามมาเลี้ยงดูทำนุบำรุงให้ถึงขนาดสัก 1 ปี แล้วให้กลับไปทำราชการกับพระเจ้าซ้องเกาจง การของท่านซึ่งคิดแก้แค้นก็จักสำเร็จ"

   กิมงิดตุด สั่งคนให้ไปเที่ยวตามหาชีนไคว่หลายวันแล้วยังไม่พบ วันหนึ่งไปเที่ยวล่าสัตว์ เห็นหญิงคนหนึ่งแอบต้นไม้อยู่ ลักษณะงดงาม รู้สึกถูกใจ จึงให้ทหารพาตัวมายังที่อยู่ เอาเสื้อผ้าให้เปลี่ยน ถามได้ความว่าชื่อนางเฮงสี เป็นภรรยาชีนไคว่ ก็ดีใจ จึงพูดจาทอดสนิทเพื่อให้เป็นไมตรีต่อกัน จะได้ทำนุบำรุงสองสามีภรรยาให้มีความสุข นางเฮงสียอมตามใจกิมงิดตุด จึงได้เป็นภรรยาของกิมงิดตุดอีกคนหนึ่ง

   แล้วกิมงิดตุดให้ไปรับชีนไคว่ มาอยู่ที่ตึกเดียวกัน และนางเฮงสีก็ไปมาหาสู่กิมงิดตุดอยู่เนืองๆ   ชีนไคว่รู้ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

   เวลาผ่านไปสักปีหนึ่ง กิมงิดตุดก็ปรึกษาสองสามีภรรยา จะให้กลับไปเมืองจีนไปทำราชการด้วยพระเจ้าซ้องเกาจง โดยไปขอหนังสือสำคัญจากสองกษัตริย์ที่ต้องจำขัง

   เมื่อชีนไคว่ไปเมืองนิ่มอัน พระเจ้าซ้องเกาจงถามข่าว 2 กษัตริย์ได้ความว่ายังมีชีวิตอยู่ แล้วก็ตั้งชีนไคว่เป็นขุนนางผู้ใหญ่

   ฝ่ายทางบูเชียงก๋ง ก็ถูกเรียกตัวให้กลับมาปราบโจรอีก 3 ก๊ก ระหว่างปราบก๊กสุดท้าย ก็ได้ข่าวกิมงินตุดยกทหารไตกิมก๊กมาอีกกว่า 700,000 คน ทางฝ่ายบูเชียงก๋งได้ดาบอาญาสิทธิ์ เกณฑ์ทหารได้ทั่วประเทศก็ระดมพล 700,000 คนมาสู้รบ ทั้งสองฝ่ายมีกำลังพอๆ กัน ตั้งทัพยันกันอยู่นาน

   ครั้งสุดท้าย รบกันแตกหักด้วยค่ายกล และทัพของกิมงิดตุดปราชัยยับเยิน เสียทหารไป 700,000 เศษ เหลือทหารกลับไปเพียง 5,000 คน กิมงิดตุดทำสงครามพ่ายแพ้บูเชียงก๋งสองครั้งใหญ่ๆ เสียไพร่พลไปถึงกว่า 1 ล้านคน และค่ายกิมงิดตุดแตกครั้งนี้เพราะลูกตุ้ม 4 คู่ที่ทหาร 4 คนของบูเชียงก๋งถือ คือ งักฮุน,เต็กหลุย,กวนเหลง,ฮวนเสง

    ขณะนั้นชีนไคว่ได้เป็นไจเสี่ยง(สมุหนายก/อัครมหาเสนาบดี/นายกรัฐมนตรี) ในพระเจ้าซ้องเกาจงที่เมืองนิ่มอัน คับมิชีกับที่ปรึกษาของกิมงิดตุดจึงต้องแปลงตัวเข้าไปพบเพื่อให้ชีนไคว่คิดอุบายกำจัดบูเชียงก๋งเสีย จะได้ตีเมืองนิ่มอันสำเร็จ

    ชีนไคว่ เมื่อพบกับคับมิชีได้หนังสือของกิมงิดตุดให้คิดกำจัดบูเชียงก๋งแล้ว ก็ปลอมหนังสือรับสั่งหลายฉบับเพื่อลดกำลังทหารของบูเชียงก๋ง และปลอมหนังสือรับสั่งอีก 12 ฉบับ ไปเรียกบูเชียงก๋งเข้ามาในเมืองหลวง บูเชียงก๋งก็รู้ทันแต่ด้วยความซึ่อสัตย์กตัญญูต่อเจ้าแผ่นดินก็จำต้องเข้ามาในเมืองหลวง ระหว่างทาง ชีนไคว่ก็ให้คนตามไปจับบูเชียงก๋งจองจำเข้ามาในเมืองหลวง พระเจ้าซ้องเกาจงปล่อยให้ชีนไคว่ทำตามอำเภอใจ เพราะกลัวว่าถ้าบูเชียงก๋งไปรับสองกษัตริย์กลับมา พระองค์จะต้องออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์

   ชีนไคว่ปรักปรำบูเชียงก๋ง 3 ข้อหา คือ ได้ชัยชนะแล้วไม่ไปช่วย 2 กษัตริย์, ยักยอกเสบียงอาหาร และติดต่อสมคบกับกิมงิดตุด แล้วแต่งตั้งตุลาการบีบบังคับจะให้บูเชียงก่งสารภาพ แต่บูเชียงก่งก็ไม่ยอมรับ และกล่าวว่า "เราเกิดมาในชาตินี้ ทำสงครามสู้รบครั้งใดๆ ก็ไม่แพ้สติปัญญาและฝีมือแก่ข้าศึก แม้ว่าจะถูกอาญาต่างๆ เจ็บป่วยเวทนา ก็จะเอาชัยชนะ ไม่โกรธแค้น เกิดมาชาตินี้จะเอาชัยชนะแก่คนทั้งหลายด้วยกำลังกาย และกำลังจิตใจ ให้ยิ่งกว่ามนุษย์ทั้งหลาย"

   และแล้วชีนไคว่กับนางเฮงสี ก็สั่งให้พรรคพวกลอบฆ่างักฮุยหรือบูเชียงก๋งกับงักฮุนและเตียเหียนรวม 3 คน โดยการแขวนคอที่ฮองโปเตงในพระราชวัง ในวันสิ้นปี พ.ศ. 1685 ก่อนขึ้นปีใหม่วันตรุษจีน บูเชียงก๋งตายขณะที่มีอายุได้ 39 ปี