แมงลงปอบินมาเกาะที่ต้นยูคาลิปตัส และตะโกนด้วยเสียงอันเล็กแหลมขึ้นว่า “โอ้ย ใครมาร้องเสียงดังเซ็งแซ่ขนาดนี้ ไม่รู้จักเหนื่อยจักพักจักวางกันบ้างหรือไงเนี่ย”“แหม ฉันหรืออุตส่าห์พยายามร้องเพลงอันไพเราะนี้ให้สัตว์ในป่านี้ได้ฟัง” หลักจากพูดจบ จักจั่นออกมาจากที่ซ่อนซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของต้นยูคาลิปตัส “อ้าฮ่า… ตกลงเป็นเสียงจักจั่นหรือนี่” แมลงปอถามเพื่อหาคำตอบจากผู้ถูกถาม ผู้ถูกถามอย่างจักจั่นหรือจะนิ่งอยู่ได้ “ใช่ ฉันเอง เป็นไงเสียงเพลงของฉัน ไพเราะใช่ไหม ฉันหัดอยู่นานเลยนะ กว่าจะได้ถึงขนาดนี้” จักจั่นเริ่มร่ายสรรพคุณ แมลงปอจึงตอบโต้ไปว่า “อ้าว นั่นคุณจักจั่นร้องเพลงหรือ” จักจั่นได้ฟังถึงกับอึ้งอยู่พักใหญ่ มีหรือสัตว์อย่างจักจั่นอุตส่าห์พยายามร้องเพลงอย่างละเมียดละไม เพื่อหวังว่าผู้ฟังจะได้ฟังเพลงที่กลั่นออกมาจากใจและการเรียบเรียงเป็นอย่างดีของตน “ตกลงว่า คุณแมลงปอฟังเพลงไม่เป็นใช่ไหม” จักจั่นถาม “ทำไมจะไม่เป็น ฉันฟังเพลงมาตั้งแต่เล็ก ลุงของฉันร้องให้ฟังออกบ่อย แต่เสียงที่นายร้องนั้น เนื้อเพลงนั้นฉันยอมรับว่าเป็นเนื้อเพลง แต่เสียงที่เปล่งออกมาต้องมีท่วงท่า ทำนอง อ่อนโยน แข็งกร้าว อ่อนไหว ฮึกเหิม เศร้าตามลักษณะเพลง มิใช่มีเสียงแนวเดียวแล้วฉันก็ใช้เสียงนี้ใส่ลงไปในเพลง โดยไม่ใส่ใจอะไรเลย แหม มาถึงตรงนี้ให้รู้สึกคันหัวใจ ขอพูดต่อเถอะ อย่างชีวิตของเราก็เหมือนกัน มันต้องมีจังหวะชีวิต มันต้องมีท่วงท่า ทำนอง ไม่มีใครเลยใช่ไหมที่หวานซึ้งตลอดชีวิต ไม่มีใครเลยใช่ไหมที่ลำบากตลอดชีวิต อย่าเพิ่งเข้าใจว่า การที่สัตว์กินข้าวกับปลาเค็มจะไม่มีความสุขนะ”“พอๆๆ พอได้แล้ว ฉันฟังมามากแล้ว เอาอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปฝึกร้องเพลงใหม่ เสียงของฉันจะได้เหมาะกับเพลงที่หลากหลาย” จักจั่นตัดความ เพราะไม่อยากได้ยินแมลงปอพร่ำ แต่แมลงปอก็พร่ำไปตามประสาแมลงปออีกว่า “ใช่แล้ว การที่เราจะได้อะไรๆ มาในสิ่งที่มันไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิด เราต้องฝึกฝน ไม่มีอะไรที่จะเกินความสามารถของการฝึกฝนหรอก จะบอกให้ ปู่ของฉันเป็นแมลงปอชาวนา แต่รู้ไหม ท่านพูดภาษาอังกฤษปร๋อเลย ท่านบอกว่า ไม่ได้เรียนในชั้นเรียน ท่านเรียนด้วยตัวของตัวเอง ดังนั้นไม่มีอะไรยากเกินไปกว่าความสามารถของสัตว์จะเข้าถึงได้ เพียงแต่เราจะฝึกหรือไม่เท่านั้นเอง” ยังไม่ทันที่แมลงปอจะพูดจบอีกเช่นกัน จักจั่นก็สอดแทรกขึ้นมาในเชิงล้อเล่นอีกว่า “สาธุ เจ้าภาพของถวายกัปปิยภัณฑ์แทนปัจจัยสี่ หากพระคุณเจ้าประสงค์สิ่งใด ขอได้โปรดเรียกร้องเอาจากไวยาวัจกรจักจั่นได้เทอญ…สาธูๆๆๆๆ” จากนั้นจึงบินหนีเมื่อสังเกตเห็นว่าแมลงปอกำลังจะกระโดดสกายคิกมาที่ตน ฝ่ายแมลงปอก็ไม่ลดละ บินไล่ตามไปอย่างทันควัน “เจ้านี่ สำคัญนัก เรื่องดีๆ แล้วฟังกันไม่ได้ เรื่องร้ายๆ ล่ะรู้ดีนัก” แมลงปอครวญด้วยเสียงกร้าว
สวัสดีค่ะ
“เจ้านี่ สำคัญนัก เรื่องดีๆ แล้วฟังกันไม่ได้ เรื่องร้ายๆ ล่ะรู้ดีนัก” แมลงปอครวญด้วยเสียงกร้าว
เรื่องนี้ สอนใจดีค่ะ อย่างนี้ต้องใกล้ชิดธรรมะหน่อยค่ะ
โย่วๆๆๆๆ…..สวัสดีค่ะ ครูเอก……มาอ่านนิทาน คั่นเวลาอ่านหนังสือ เหอๆๆๆ ……..อ่านชีววิทยามา ปวดสมองมากๆ เลยพักสมองด้วยนิทานคุณครู ค่อยดีขึ้นมาหน่อย…….. ขอบคุณเจ้าค่ะ ———> น้องจิ ^_^