นายทวีเลิศ โนนทิง สมาชิกกลุ่มเด็กหลังห้อง
ใครควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

แค่ได้ยินชื่อแอลกอฮอล์ใครบางคนอาจเมาขึ้นมาทันที ขณะที่หลายคนอาจจะคิดไปถึงยาล้างแผล ยาฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลายคนคงจะยังไม่ทราบถึงความหมายที่แท้จริงของแอลกอฮอล์ เอาเป็นว่าเฉลยเลยดีกว่าว่าอะไรคือแอลกอฮอล์ Alcohol เป็นสารที่ประกอบด้วย Carbon (C) Hydrogen (H) และ ตัว OH (Hydroxy group) ซึ่งหากมีคาร์บอนหนึ่งตัวคือ เมธิล แอลกอฮอล์ (Methy Alcohol) ที่รู้จักกันดีในการนำมาใช้ทำความสะอาดแผล ฆ่าเชื้อโรค ห้ามรับประทาน ขณะที่คาร์บอนสองตัวก็คือ เอธิล แอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ได้แก่สุรา แปลว่าเหล้ากินแล้วเมานั่นเอง โดยแอลกอฮอล์ชนิดนี้สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทดังนี้  เบียร์ ซึงได้มาจากการหมัก พวกข้าว เช่น ข้าวบาร์เล จำนวนน้ำหนักแอลกอฮอล์ประมาณ 3-6 กรัมต่อปริมาณ (100 cc) หรือนิยมเรียกว่า มีแอลกอฮอล์อยู่ 3-6%   ไวน์ ได้มาจากการหมักน้ำตาลของผลไม้ จำนวนแอลกอฮอล์มีประมาณ 12-14% มีไวน์ที่ทำให้เข้มข้น โดยเติมแอลกอฮอล์เข้าไปอีก ให้เป็น 18-20% ก็มี ส่วน ไวน์คูลเลอร์ (Wine Cooler) นั้นมีส่วนผสมของน้ำตาล ไวน์แดงหรือขาวเข้าไปด้วย มีปริมาณแอลกอฮอล์เท่ากับเบียร์ เหล้า กลุ่มสุดท้าย ได้แก่พวกเหล้าดีกรีสูง เช่นวิสกี้ ซึ่งได้จากการต้มกลั่นกันเลย พวกนี้ มีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 40-50% เห็นพูดถึงเครื่องดื่มของมึนเมาในคอลัมน์สุขภาพ อย่าตกใจนึกว่าจะเชียร์ให้คนหันมาดื่มเหล้ากันหรือเปล่า? ไม่ใช่อย่างแน่นอน แค่อยากจะอธิบายถึงลักษณะของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะในขณะที่บางคนได้ประโยชน์จากการจิบไวน์ หรือดื่มเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่ควรเตะต้องของมึนเมาพวกนี้อย่างเด็ดขาด ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคและป้องกันแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ระบุกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรได้รับแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายเพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้แก่  คนที่รู้ตัวว่าตนเองควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ได้ยาก ซึ่งรวมไปถึงคนติดสุราหรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง   ผู้หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์เพราะอาจทำให้แท้ง ทารกเสียชีวิตขณะคลอดได้   คนที่ต้องขับรถใช้ยวดยานพาหนะ หรือใช้เครื่องมือเครื่องจักรกล   ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งห้าม หรือการบำบัดโรคโดยยาซึ่งอาจเสริมฤทธิ์กันทำให้มีอันตรายมากขึ้น