GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทางกลับคือการเดินทางต่อ (1)

บทความคอลัมน์ "ทางกลับคือการเดินทางต่อ" ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับปฐมฤกษ์ มกราคม 2549

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอนเสียเถิดลูกนอน        พ่อจะกู้สหกรณ์ไปส่งออมทรัพย์
ลูกจงนอนเสียให้หลับ      พ่อจะกู้ออมทรัพย์ไปส่ง กข.คจ.
ลูกจงนอนเสียให้พอ        พ่อจะกู้ กข.คจ.ไปส่งเงินล้าน
ลูกจงอย่างเกียจคร้าน     จะรักษากองทุนเงินล้านไว้ให้ ธกส.

เพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ชื่อเพลง “หมุนหนี้” แต่งโดยพี่ยับ วุ่นโต ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาเปอะ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ผมอ่านเจอในขณะที่กำลังค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และเมื่อนำไปใช้ในการบรรยายเกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนในเวทีต่าง ๆ ก็ได้รับความสนใจคัดลอกนำไปใช้ประโยชน์กันมาก คงจะเป็นเพราะเนื้อหาของเพลงสะท้อนถึงสภาวะที่เป็นอยู่จริงในสังคมชนบท นั่นก็คือ พอถึงช่วงสิ้นเดือนผู้ที่เป็นหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น พ่อบ้าน แม่บ้าน ลูกคนโต หรือลูกคนอื่น ๆ ที่มีงานทำ บรรลุนิติภาวะ และมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก็จะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์เปิดไฟหน้าขับออกไปยังเป้าหมาย สวนกันไปสวนกันมาในหมู่บ้าน เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่เรียกว่า การ “หมุนหนี้” กันเป็นพัลวัน ดังในเนื้อหาของเพลงฯ

สภาวะแบบเดียวกันนี้ในสังคมเมืองก็ดูจะไม่แตกต่างกันไปมากนัก ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ลูกจ้างบริษัทห้างร้าน ข้าราชการ ฯลฯ เมื่อถึงสิ้นเดือนก็จะต้องเผชิญกับภารกิจ “หมุนหนี้” เช่นเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากกองทุนเงินล้าน กข.คจ. ธกส. ฯลฯ มาเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าเงินผ่อน ชื่อเท่ห์ ๆ เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเปิดขึ้นมาให้บริการกันอย่างทันอกทันใจ มากมายหลายแห่งในช่วง 2-3 ปีมานี้

เมื่อพูดคุยสอบถามลึกลงไป ก็ได้รับคำตอบที่คล้าย ๆ กันว่า แต่ละคนอยากจะหลุดพ้นจากสภาวะหนี้สินเช่นนี้ อยากจะเริ่มต้นใหม่ย้อนกลับไปในวันที่ไม่มีหนี้สินมาเป็นเครื่องพันธนาการชีวิตและจิตใจ ถ้าวันนั้นรู้ได้ว่าความเดือดร้อนจะมาสุมรวมกันได้ถึงขนาดนี้ คงจะไม่คิดอยากมีอยากได้ไปตามแรงกระตุ้นจากสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่คอยกวักมือเรียกเราให้ออกไป หยิบยืมเงินในอนาคตมาใช้จ่ายเพื่อความสุขทันใจต่าง ๆ นานา

ในอีกแง่มุมหนึ่งของเศรษฐกิจระบบทุนนิยม เหตุผลของการเพิ่ม “กำลังซื้อ” ด้วยการกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับครัวเรือน เพิ่มการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน ควบคู่ไปกับการขยายการส่งออก / ควบคุมการนำเข้า ก็เป็นวิถีทางที่ยากจะปฏิเสธในการบริหารประเทศไทยในปัจจุบัน

มาถึงตอนนี้ หลายฝ่ายตระหนักดีแล้วว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการเพิ่ม “กำลังซื้อ” ถ้าอยู่บนพื้นฐานของการที่ชุมชนและครัวเรือนไม่เข้มแข็งในการบริหารเงิน ไม่รู้จักพอดีในการใช้จ่าย เลือกที่จะใช้จ่ายเพื่อความสนุกสนานสำราญใจมากกว่าการสร้างงาน สร้างอาชีพ  ฯลฯ ในไม่ช้าปัญหาที่มาเยือนก็จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากปัญหาส่วนบุคคล ปัญหาในครัวเรือน ลุกลามกลายเป็นปัญหาของสังคม แสดงออกมาในรูปแบบของความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรม พฤติกรรมทางเพศที่เบี่ยงเบนในกลุ่มเด็กและเยาวชน ฯลฯ

หลายคนเริ่มมองหา “ทางกลับ” ด้วยถวิลหวังถึงภาพเดิม ๆ ของสังคมไทยที่สงบร่มเย็นในอดีต แต่ในความคิดของผม “ทางกลับ” ที่เป็นการเดินถอยหลังย้อนกลับไปสู่จุดที่เราผ่านมาแล้ว เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพราะด้วยเงื่อนไขของเหตุการณ์ สถานที่ และเวลาที่ผ่านเลยไปไม่มีทางที่จะย้อนกลับมา เราทั้งหลายที่ได้เดินทางร่วมกันมาบนถนนสายนี้มีหน้าที่ที่จะต้องสรุปบทเรียนร่วมกันทั้งเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน เพื่อกำหนดภาพที่พึงประสงค์ของการสร้างเส้นทางที่เราจะ “เดินทางต่อ” มุ่งไปในอนาคต คอลัมน์ “ทางกลับคือการเดินทางต่อ” ขอเป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่นี้ครับ.

 ไอศูรย์  ภาษยะวรรณ์
[email protected]

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 11196
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

สวัสดีปีใหม่ค่ะ อาจารย์ไอศูรย์

       ที่อาจารย์กล่าวมาในข้างต้นเนื้อหาเหมาะกับโฆษณาระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อหนึ่งเลยนะค่ะ  

       ปีใหม่แล้วขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยช่วยคุ้มครองให้อาจารย์และครอบครัวประสบแต่ความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ 

                                                   45545009

                                                     krittiya

คุณ 45545009 krittiya คงจะหมายถึง โฆษณา "สำนึกรักบ้านเกิด" อาจจะเป็นเพราะ "ชื่นชม" ในเนื้อหาและการนำเสนอของหนัง มันคงจะใกล้เคียงกับอุดมการณ์ของคุณ krittiya แต่ตอนที่เขียนบทความนี้ผมไม่ได้นึกถึงเลยนะ เป็นไปได้ว่า เรื่องนี้มี "กลิ่น" ที่คล้าย ๆ กัน ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นครับ.
อยากให้ชาวบ้านระดับรากหญ้า(คำใช้เรียกคนจนของรัฐ)ได้อ่านบทความนี้ของอาจารย์จังเลยค่ะ........เพราะดิฉันอ่านแล้วตรงกับความรู้สึกที่คิดไว้เหมือนกัน........เราทุกคนต้องเดินทางต่อไป........แม้ว่าอนาคตช่างมืดมน........นี่หรือคนไทย........
เห็นด้วยค่ะ อยากให้เมืองไทยกลับไปเหมือนเดิม ที่ผู้คนมีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต้องมีเงินก็อยู่กันได้ ไม่เหมือนสมัยนี้ค่าของคนวัดกันที่วัตถุและเงิน
ผมเคยอ่านพุทธทำนาย 16 ประการ มีแนวโน้มจะเป็นจริงไปเรื่อย ๆ ที่เราเคยทำโครงการบูรณาการกัน มาตอนนี้เงียบไปหมด สังคมกำลังถูกปิดกั้น ดูเหมือน ทุนนิยมแบบผูกขาด หมายความว่า ผูกขาดความรวยอยู่กับกลุ่มคนกลุ่มนึงแล้วที่เหลือก็อยู่ด้วยประชานิยม เพื่อคนหนึ่งคนซึ่งมีที่หมายใหม่จะเป็น "รัฐบุรุษ"
สวัสดีครับ พี่ไอศูรย์  ปีใหม่ 2549 ขอให้พี่และครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญในด้านการงานนะครับ

สวัสดีครับ...คุณไก่แจ้

  • ขอพรปีใหม่จงบังเกิดผลกับคุณไก่แจ้ และครอบครัวเช่นกันครับ
  • เมืองระนองเป็นอย่างไรบ้าง เขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ