เมื่ออาทิตย์ก่อน เดินทางกลับบ้านดูชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ไม่รู้ว่าเป็นยังงัยดูเงียบพิกล ตอนละหมาดมัฆริบเหลือครึ่งแถวจากเคยละหมาดกันสามแถวใหญ่ ....ยาสุบหานัลลอฮ. อะไรกำลังเกิดขึ้น เป็นคำถามในใจเพื่อถามตัวเอง
หลังละหมาดอิชาสนทนาวงชาตามประสาพี่น้อง คำตอบจึงได้ว่าตอนนี้เขาเต้น "แอโรบิกกัน" ดีจังเลย คนแก่ๆ ที่ไม่ค่อยแข็งแรงได้มาออกกำลังกาย ผู้หญิง แม่บ้านที่เคยป่วยบ่อยก็แข็งแรงขึ้น .....เสียงบอกกล่าวจากญาตมุสลิมะฮ.ท่านหนึ่ง
นั่งคิดในใจเมื่อก่อนเห็นเขาไปเต้นกันไกลหน่อย ห่างจากมัสยิด 2 กม. ก็ปวดร้าวพอแล้ว แต่ปัจจุบันตรงข้ามมัสยิดเลยครับ ข้ามถนนถึงทันทีในโรงยิมของโรงเรียนประถม มุสลิมะฮ.ทุกวัยเขาไปรวมตัวกันเพื่อออกกำลังกายตมานโยบายของผู้จัด "มุสลิมที่เข้มแข็งย่อมดีกว่ามุสลิมที่อ่อนแอ"....คงจะเป็นฝีมือของกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นมุสลิม พวก สท. หรือ อบต.
มีประโยชน์นะ ไม่น่าจะผิดหลักการ เราออกกำลังกาย แถมเต้นในโรงยิมด้วย มิดชิด ไม่มีใครเห็นหรอก หรือถ้าจะเห็นก็ต้องเพ่งมองจริงๆ (คิดในใจ....ไม่เห็นได้ยังงัยเคยขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านยังมองเข้าไปเห็นเลย อาคารโล่งออก แถมแต่งตัวมาฟิตเปรียะ )....มุสลิมะฮ.ศิษย์เก่าปอเนาะหนึ่ง.สมาชิกแอโรบิก เปรียบเปรยให้ฟัง
มิน่าหล่ะมัสยิดไม่มีคน ยาพิษของมุสลิมะฮ.ยุคใหม่ (ยุคไฮโซ, ยุคหุ่นต้องดี, ยุคกลัวความอ้วน, ยุคหลงระเริง) ยุคนี้ผู้หญิงเขาไปรักษาหุ่น ผู้ชายไปให้กำลังใจจ้องมองดู มัสยิดจึงร้าง
จะเอาแรงที่ใหนไปมัสยิดหล่ะ แค่ประคองให้ละหมาดครบในสถานการณ์อีหม่านย่ำแย่ขนาดนี้ก็หนักพอแล้ว
ขั้นต่อไปจะทำอย่างไรดี.....
หรือสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอีหม่านของเราที่ยังไม่เข้มแข็งพอ, ดุอาให้กับพี่น้องน้อยไป หรือ ดุอาไม่ถูกตอบรับ
แน่นอนเหลือเกิน....สิ่งที่เกิดย่อมมีสาเหตุ อาจจะเกิดจากปัจจัยเดียวหรือหลายๆปัจจัย....อะไรบ้าง..เป็นคำถามให้กับตัวเอง?