ในขณะนี้
ผมกำลังเจอกับเรื่องบางอย่างที่เป็นทั้งเรื่องเศร้าและเรื่องตลกในเรื่องเดียวกัน
แต่เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยแก้ไขปัญหา
เรื่องมันมีอยู่ว่ามีคนๆหนึ่งที่ผมเคยให้การดูแลรักษาเขามาเท่าๆกับที่ผมมาอยู่ที่บ้านตาก
นั่นคือเรื่องของคนไข้คนหนึ่งของผมและแพทย์ที่มาอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านตาก
ผมขอใช้นามสมมุติคนไข้ว่าชื่อนายจิตใจ เป็นโรคจิตชนิดจิตเภท รับยากับเราตลอด จำผมได้มากที่สุดเพราะเจอกันมาเกือบเก้าปีแล้ว เขาเป็นเบาหวานด้วย นอนโรงพยาบาลบ่อย ด้วยการขอนอนเอง ไม่สนใจหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ของหมอคนใดทั้งสิ้น ถ้าไม่ให้นอนเขาก็จะไม่ยอมกลับบ้าน เราก็ใจอ่อนให้นอน แต่ถ้าเมื่อไหร่อยากกลับบ้าน เราห้ามก็ไม่ได้ เขาก็จะกลับ หากไม่ให้กลับโดยดีก็จะหนีกลับเอง เราก็ต้องตามใจ
หลายครั้งที่เขานอนโรงพยาบาล
เขาจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าผมตรวจเขา
ผมจะพูดคุยและกระตุ้นให้เขาใช้เวลาว่างในโรงพยาบาลทำกิจกรรมที่เขาสนใจ
ซึ่งพบว่าเขาวาดรูปสวยมาก ผมก็ขอทางหอผู้ป่วยจัดปากกา กระดาษให้เขา
เขาก็วาดมาให้ผม ให้พยาบาลดู ซึ่งเขาวาดได้สวย
เราก็ให้รางวัลเขาพร้อมคำชื่นชม ดูเขาพึงพอใจมาก
เคยให้เขาเข้าร่วมประกวดคำขวัญงานควบคุมโรคติดเชื้อของโรงพยาบาล
ซึ่งเขาขอส่งเข้าประกวด เราก็ได้ให้รางวัลแก่เขาด้วย และเขาก็ดีขึ้น
จนไม่ค่อยมานอนโรงพยาบาลอีก
รายนี้ เราได้ทำการดูแลต่อเนื่องที่บ้านด้วยโดยทีมสุขภาพจิตและHome health care สภาพที่บ้านของเขา คนในบ้านมีแม่ พี่สาว พี่ชาย มีอาการทางจิตคล้ายๆกับเขา มีอดีตกำนันคนหนึ่งเป็นญาติที่คอยช่วยดูแลให้เขาทานยาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งควบคุมอาการได้ ส่วนโรคเบาหวานก็มาวินิจฉัยได้จากการที่เขามานอนโรงพยาบาล เราจึงได้ให้การรักษา แต่มีหลายครั้งที่พบว่าการควบคุมระดีน้ำตาลไม่ค่อยดี
ช่วงหลังๆ
ผมยุ่งๆก็ไม่ค่อยได้เจอเขามากนัก
และเวลามาตรวจเขาจะเลือกห้องและแพทย์เอง
ส่วนใหญ่เขาจะเข้าห้องแพทย์ที่มาใหม่ๆ ไม่ค่อยเลือกคนที่เจอบ่อยๆ
ทั้งๆที่เราก็ไม่เคยขัดใจเขา
แต่เขาน่าจะเบื่อจากการที่เราพยายามพูดคุยหรือให้ข้อแนะนำแก่เขา
ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน
ผมได้พบเขาที่หอผู้ป่วยเพราะมาเฝ้าแม่และพีสาวเขาที่มานอนโรงพยาบาลด้วยเรื่องของโรคกายที่เกิดจากจิตใจ
หลับไม่ดี และได้ข้อมูลว่า แม่ไม่สบายใจที่พี่สาวกับพี่ชาย ทะเลาะกัน
ทำให้เขาเครียดมากขึ้นและดูเหมือนอาการจะมีมาอีก
มีข่าวว่าเขาไปแจ้งจับผมในข้อหาว่าเล่นอินเตอร์เน็ตแล้วใช้อินเตอร์เน็ตยิงเข้าหัวพี่สาวกับพี่ชายเขาแล้วทำให้พี่เขาทะเลาะกัน และเวลาผมไม่อยู่ เขาจะมาขู่ที่โรงพยาบาลว่าจะมาทุบกระจก มาทำลายข้าวของเพราะโกรธที่(เขาคิดว่า) ผมใช้พลังจากอินเตอร์เน็ตยิงใส่พี่ชายและพี่สาวเขา
ทีมสุขภาพจิต ได้นำปัญหานี้มาพูดคุยกัน และเดินทางไปเยี่ยมบ้านเขา ก็ทราบว่าพี่ชายกับพี่สาวเขามักจะทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว พี่ชายเขาก็เป็นโรคจิต รับยาที่บ้านตากเหมือนกัน และคาดว่าเขาน่าจะทานยาไม่ครบเพราะกำนันที่ได้คอยดูแลเขาได้เสียชีวิตลงได้สัก 1 เดือน ทางทีมเราก็กำลังมองว่าจะทำอย่างไรให้เขาทานยาได้ครบ มีคนคอยดูแลจัดยาให้เขา เพราะทั้งแม่ พี่สาว พี่ชายจะทำไม่ได้เลย
ปัญหาเรื่องโรคจิต ไม่ใช่แค่ปัญหาทางแพทย์เท่านั้น
แต่เป็นปัญหาทางครอบครัว สังคมด้วย แก้ที่โรคอย่างเดียวไม่ได้
ต้องอาศัยชุมชนเข้ามาช่วย
ซึ่งทางโรงพยาบาลบ้านตากก็ได้พยายามที่จะสร้างเครือข่ายเรื่องสุขภาพจิตชุมชนขึ้น
โดยการประสานงานของงานบริการสุขภาพจิต
ขอให้กำลังใจหมอพิเชฐครับ เรื่องแบบนี้คงต้องทำใจ และเนื่องจากตอนนี้คุณหมอพิเชฐถือได้ว่าเป็นคนเด่นแล้วนะครับ ก็ต้องระมัดระวัง noise ที่มากับความเด่นด้วยครับ จะเห็นว่าสิ่งดีๆ ทุกอย่างก็มีด้านลบติดมาด้วย ขอเอาใจช่วยให้คุณหมอมีสติมั่นครับ (คือมีปัญญาอยู่แล้ว เป็นปัญญาปฏิบัติเสียด้วย) คนเราต้องฝึกฝนทั้ง สติ และปัญญา คู่กัน ให้คุมกัน และส่งเสริมกันครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ
วิจารณ์
ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอพิเชฐและทีมงาน รพ.บ้านตาก ขอให้สามารถแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้และครอบครัวได้สำเร็จนะคะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์หมอวิจารณ์และอาจารย์วัลลามากครับ