การเฝ้ามองการเจริญเติบโตของระบบวิจัยไทย เป็นเรื่องที่ผูกติดกับชีวิตของผมมาตลอด     ยิ่งได้มีโอกาสทำหน้าที่ ผอ. สกว. อยู่ ๘ ปี ผมยิ่งชอบทำความเข้าใจภาพใหญ่ของระบบวิจัยไทย     วันที่ ๒๔ มิ.ย. ๕๐ จึงดีใจจนเนื้อเต้น ที่เห็น นสพ. เดอะ เนชั่น ลงเรื่องการสัมภาษณ์ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง ลงในหน้า Features เรื่อง Research in Motion    

         การวิจัยเชิงประเด็น (thematic) ที่ สกว. ให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ มี ๖ ประเด็น ได้แก่ 
            (๑) การเปลี่ยน/พัฒนาในระดับ transform ภาคเกษตร  ให้แข่งขันได้ในยุคโลกาภิวัตน์
            (๒) มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของไทย
            (๓) การจัดการทรัพยากรน้ำ (Water Resource Management)
            (๔) พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก (Energy and Climate Changes)
            (๕) การจัดการด้านวัฒนธรรม (Culture Management)
            (๖) การจัดการด้านความปลอดภัย  (Security Management)

          แม้ผมจะยังทำงานอยู่กับ สกว. แต่ก็ไม่ได้ลงคลุกอย่างแต่ก่อน     เพราะหันมาจับเรื่อง KM อย่างเอาเป็นเอาตาย     และโดนใช้งานนอกอีกมากมาย     เมื่อได้มาเห็นประเด็นโฟกัส ๖ ด้านของ สกว. ผมจึงดีใจและภูมิใจมาก     ที่เวลานี้ สกว. ได้พัฒนาศักยภาพด้านการจัดการงานวิจัย ยกระดับขึ้นไปอีกหลายขั้น จากตอนที่ผมทำหน้าที่ ผอ. สกว.     การที่หน่วยงานสนุบสนุนการวิจัย สามารถชักชวนสถาบันวิจัย และนักวิจัย ให้ยอมรับการโฟกัสประเด็นวิจัย ที่เป็นเรื่องสำคัญของชาติ  ไม่ทำวิจัยแบบเบี้ยหัวแตก กระจัดกระจาย ถือเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่     และมีคุณูปการต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง      

          นอกจาก thematic research สกว. ยังสนับสนุน basic research  และ area-based research     ซึ่งการสนับสนุนการวิจัยแต่ละแบบ มีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน     ใช้วัฒนธรรมวิจัย และการจัดการวิจัยคนละแบบ     นี่คือจุดแข็งของ สกว. ที่เราช่วยกันสร้างขึ้น     และพัฒนาต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

         ผู้เขียนบทความนี้ คือคุณนพคุณ ลิมสมานพันธ์ ยกคำพูดสรุปงานของ สกว. ที่ ศ. ดร. ปิยะวัติ กล่าว ดังนี้  "Overall, the TRF's mission is to provide society with more knowledge so that public decisions are made based on facts and evidence."

วิจารณ์ พานิช
๒๔ มิ. ย. ๕๐
ครบรอบ ๗๕ ปี สวนโมกข์