หลังจากที่เสร็จจากการตกลงซื้อหมูขี้พร้า ที่ค่อยกลับมาเอา ก็เดินทางต่อการเดินทางจากนี้ไปจะเป็นการเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวเสียมากกว่า นั่นคือ วัดเขาอ้อ เป็นวัดที่ พลตำ​รวจตรี​ ​ขุนพันธรักษ์ราชเดช เรียนคาถาอาคม ไปเที่ยวเฉยๆ นะครับ ไม่ได้ไปจองจตุคาม

ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ แค่อยากบอกว่าเขาเพิ่งเสร็จพิธีไปหมาดๆ ไม่จองจตุคาม แต่ซื้อข้าวกล้องสังข์หยดกลับบ้าน 2 กิโลกรัมแม่ค้าขายอยู่ในวัด ข้าวพันธุ์สังหยดเป็นข้าวที่ขึ้นชื่อที่จังหวัดพัทลุง นอกจากได้ซื้อข้าวแล้วก็ยังได้ข้อมูลแหล่งพันธุ์ข้าวที่จะเอามาปลูกด้วย เที่ยววัดเขาอ้อเสร็จก็ไปทะเลน้อย ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบ (เกือบพิมพ์เป็นทะเลสาป โชคดีเปิดพจนานุกรมเสียก่อน) ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพัทลุง

มีภาพมาฝากครับ

กระจูดครับใช้ทำเสื่อ

มีรูปพานอรามามาฝากครับ

ถ่ายรูปเสร็จก็มุ่งหน้าไปเที่ยวสะพานข้ามทะเลน้อย ข้ามไปยังอำเภอระโนดจังหวัดสงขลา ระหว่างทางมีโรงานทำสุราจากน้ำตาลโตนด ก็ต้องแวะดูเสียหน่อย ไม่ใชโรงงานใหญ่โตอะไรครับแค่มีหม้อกลั่นใบโตๆ

 

กลั่นเสร็จแล้วอยู่ในขวดนี้

ผมไม่ซื้อนะครับ ชมเสร็จก็ไปต่อไปที่สะพาน หรือว่าจะเรียกถนนยกระดับดีก็ดูเอาเองนะครับ ได้ข้อมูลมาว่ายาว 7 กิโลเมตร มีรูปมาฝากเยอะหน่อยนะครับ

 

  

   ชมวิวกันเรียบร้อยก็มุ่งหน้าต่อไปยังบ้านของพี่สาวของพี่ที่ไปด้วยกัน บ้านพี่เขาอยู่ติดคลอง ที่ออกไปยังทะเลลำปำ มียอยักษ์ ยอยักษ์เป็นยังไงดูเองก็แล้วกันครับ

 

มีสิ่งที่ผมได้อิจฉาอีกแล้วครับ ดูภาพนะครับ

 

ถ้าได้นอนหลับซักตื่นคงจะดี 

     ไปต่อครับ คราวนี้ไปบ้านของพี่เขาเองซักที พี่สาวของพี่เขาเลี้ยงหลานอยู่ครับ มีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสมัยนี้หาดูยากแล้วคือ เปลเด็ก เขายังใช้เปลเด็กแบบโบราณอยู่เลย

 

ก็ใกล้สี่โมงเย็นแล้วต้องลากลับ ระหว่างทางซึ่ง MTX ผ่านทุ่งนา เจอภาพประทับใจเลยนำมาฝากครับ เป็นภาพทุ่งนาครับ ดูเอาไว้นะครับเผื่ออนาคตจะไม่มีให้ดู

 

    ไม่ลืมแวะเอาหมูขี้พร้า แล้วเดินทางกลับตรังพร้อมหมูขี้พร้า 4 ชีวิต ด้วยความปลอดภัย   จบแล้วครับ

      สรุปว่าไปพัทลุงรอบนี้ก็คุ้มค่าครับ ไป 1 วันมีเรื่องเล่าถึง 3 ตอน และได้อะไรๆ เยอะกว่าเที่ยวห้าง :)