อุปสรรคของการจัดการความรู้ในวงการศึกษา ก็คือ การที่บุคลากรทางการศึกษาได้รับการป้อนอาหารสมองอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ในสมองของท่านเหล่านี้เอ่อล้นไปด้วยแนวคิด ทฤษฎี หลักการ ต่างๆนาๆมากมาย บ้างก็พอจะหาเวลาไปทดลองใช้ ทดลองทำ ปรับแต่งกระบวนยุทธ ย่อยทฤษฎีสู่การปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งก็นับว่า "น่าชื่นชม" เป็นยิ่งนัก แต่ก็มีอีกมายมายหลายท่าน ท่องจำ เก็บความรู้เรื่องทฤษฎีแนวปฏิบัติเหล่านั้น ฝังลึกไว้เพียงในสมอง ไม่หยิบมาย่อยใช้ "รู้แต่ไม่เคยปฏิบัติ" นี่ซิน่าหนักใจ พอมีสิ่งใหม่ให้เริ่มเรียนรู้ ก็ปิดตาปิดใจ เพราะมั่นใจว่าตนเอง รู้แล้ว ซึ่งมันขัดกับเรื่องของการจัดการความรู้เป็นอย่างมาก เพราะ การจัดการความรู้ นั้น หลักสำคัญของมัน ก็เพียงเปิดใจยอมรับฟังสิ่งใหม่ เรียนรู้กับเพื่อนร่วมงาน และแบ่งปันความรู้ให้แก่กัน ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทุกคนมีประสบการณ์ความรู้ความชำนาญที่เกิดจากการปฏิบัติ...
อุปสรรคของการจัดการความรู้
เปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ เรียนรู้กับเพื่อนร่วมงาน และแบ่งปันความรู้ให้แก่กัน ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทุกคนมีความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
คุณน้อย ℡ 089-106-0793 · 10 ก.ค. 2550
เบญจมาศขาว · 10 ก.ค. 2550
เถาะทะเล · 10 ก.ค. 2550
บล็อกครูอุ๋ย · 10 ก.ค. 2550
เบญจมาศขาว · 10 ก.ค. 2550
เห็นด้วยครับ การศึกษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ย่อยยากครับ หากรับมาทั้งก้อนอาจทำให้ธาตุพิการอาหาร ไม่ย่อยท้องอืดท้องเฟ้อได้ครับ รู้หนึ่งก็ทำหนึ่ง รู้ห้าก็ทำห้า เป็นการดีครับแต่รู้ห้าทำหนึ่ง ท่านอาจารย์ ดร.โกวิท ท่านบอกว่าไม่ดีครับ
อย่างนี้ ปรมาจารย์ ทางไสยศาสตร์ เคยพร่ำเตือนว่า
การแขวนพระเพียงองค์เดียวไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร
ถ้าแขวนพระปิดตา ควรจะแขวนพระปางเปิดโลกด้วย
จะสร้างความสมดุลย์ ในด้านการป้องกันสิ่งที่ไม่ดี และรับสิ่งที่ดี ดี แล้ว..อย่าลืมปางสมาธิด้วยเป็นประธาน ไว้คอยเตือนสติ วิเคราะห์ สิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุด
พระพุทธเจ้า การที่คนเราจะเกิดองค์ความรู้ได้มาจากปัจจัย 2 ประการ คือ ปรโต โฆสะ(เสียงจากภายนอก สิ่งที่ก่อให้เกิดการเรียนเรียนรู้ผ่าน(เบญจผัสสะ) และ โยนิโสมนสิการ(การหยั่งรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งและสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ หรือการอาศัยปัจจัยภายนอกและสังเคราะห์บูรณาการเป็นองค์ความรู้ของตัวเอง) หรือ พูดให้ง่ายก็คือ ปัจจัยภายนอกกับภายใน
ในกระบวนการจัดการความรู้(km) ที่มีการฝึกอบรมในปัจจุบัน วิทยากรที่เก่ง กระบวนการที่ดี บริบทที่เอื้อ เหล่านี้ เป็นปัจจัยภายนอก ที่ถือว่าเยี่ยม ผู้รับการฝึกอบรม เมื่อได้ความรู้จากปัจจัยภายนอกมาอย่างดี ลำดับต่อไปก็คือกระบวนการสังเคราะห์ หลอมรวม กลั่น ให้เป็น tasit ของตัวเอง
ครูดาว ครับ หากขาดกระบวนการหลังสุดก็ส่อแววว่าจะขาดทุน เพราะอะไร เพราะในสมองมีแต่ความรู้ที่ถูกยัด(เยียด) รับมาแบบอึ้ง ๆ ไม่สกรีนว่าส่วนไหนเป็นเนื้อ เป็นน้ำส่วนไหนที่รับได้รับไม่ได้ จุดสำคัญผม(ผมคนเดียวหรือเปล่า)ว่าอยู่ที่จุดนี้แหละครับ