<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การก้าวออกไปของใครบางคน </p>
หลังจากกที่เราได้ไปฝึกกันที่ตึกวิทยบริการ B กันเสียหลายวัน เราชาว STAFF ทั้งน้องและพี่ก็ได้ย้ายมาฝึกกันที่อาคารพลศึกษา ที่นี่เองที่มดกับทิพย์ ได้เจอกับ พี่อดีดประธานพี่ร้องเพลงกลาง ที่ไปฝึกงานกลับมาช่วยน้องๆ พี่ๆเพื่อนๆ เรียกพี่คนนี้ว่า “พี่กุ้งน้ำแดง” แห่งเอกการจัดการทรัพยากรมนุษย์ และพี่คนนี้นี่เองที่สอนให้มดกับทิพย์ร้องเพลง
- เพลงMSU มาร์ช
- เพลงอาลัย มมส.
- เพลง รำวง มมส.รวมใจ
- เพลงอำลาอาลัย
- เพลงเหลืองเทาถิ่นงาม
ซึ่งเราร้องเพลงเหล่านี้ได้ภายในเวลาไม่กี่วัน การมาฝึกร่วมกับเพื่อนๆ พี่ๆในครั้งนี้ ยิ่งนานวันที่เราอยู่ร่าวมกัน ก็ยิ่งเพิ่มความเผ็ดร้อนเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ความผูกพัน ระหว่างเพื่อน พี่และน้อง เริ่มก่อตัวแน่นขึ้น ยิ่งพี่ผู้ที่มาก่อนด้วยแล้ว ยิ่งแยกกันไม่ออก ความต่างระหว่างคณะและเอก ไม่ได้เป็นกำแพงขวางกั้นความเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องของเราได้เลย
คืนนี้ มีพี่ STAFF หลายคนที่จบการศึกษาไปแล้วมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจน้องๆ ไม่ว่าจะเป็น พี่แสบ พี่รุธ พี่เอ็ม พี่อู๋ พี่ขวัญ พี่โฟม อดีตประธานเชียร์ปีที่แล้ว พี่ๆต่างมาด้วยความเป็นห่วงน้องๆ ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ต่างมีข้าวของติดไม้ติดมือมาฝากน้องๆ คนละเล็กละน้อย แต่เมื่อพี่ๆทุกคนนำของฝากมารวมกันก็มากพอที่จะให้น้องกินอิ่มได้ทุกคน แต่นอกเหนือจากของฝากที่ติดมือมา คือ ความห่วงหาอาทรจาก STAFFรุ่นพี่มีให้รุ่นน้อง
การฝึกที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำให้น้องๆของพี่ๆเหนื่อยกาย แต่การที่มีพี่มาดูน้อง ก็ทำให้เกิดพลังใจอันยิ่งใหญ่ ที่จะผลักดันให้น้องทุกคน ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ต่อไป จากรุ่นสู่รุ่น
คืนนี้ มดกับทิพย์ สัมผัสได้ถึงความเงียบงัน ที่มากับความมืด ในเวลาดึกสงัด เสียงของใครคนหนึ่งเรียก STAFF ทุกคนไปร่วมกัน ทุกคนที่นั่งประชุมกันอยู่ไม่รอช้า รีบวิ่งหายเข้าไปในความมืด
“คุณรู้มั๊ย ว่ารองประธานเชียร์คนที่ 2 ไปไหน ทำไมไม่มา”
พี่ปกครองกลางคนหนึ่งที่มดกับทิพย์ก็จำไม่ได้ว่าเป็นใครพูดขึ้น เราสองคนนั่งอยู่ที่อาคารพลศึกษา ได้ยินเพียงเสียงอันดังสะท้อนทั่วอาคารพลศึกษา เป็นอันรู้กันว่า วันนี้จะมีสถานการณ์เพิ่มความเข้มแข็งให้กับประธานรุ่นเสือดาวเก้า ที่จะต้องรับหน้าที่อันใหญ่หลวง รับผิดชอบในการประชุมเชียร์ในปีต่อๆไป แต่รู้สึกว่าวันนี้เพื่อนคนนี้จะไม่สบาย มาฝึกไม่ได้ ทำให้เพื่อนที่อยู่และต้องเจอสถานการณ์กดดัน เริ่มไม่พอใจที่เขาไม่มาในวันนี้
มดกับทิพย์ไม่รู้รายละเอียดหรอกว่า มันเกิดอะไรขึ้นแต่การประชุมต่อจากการฝึกและกดดันในครั้งนี้ ทำให้เขามาที่นี่ แล้วทุกคนไม่ว่าจะเป็นพี่ หรือเพื่อน ก็พูดโจมตีเพื่อนคนนี้อย่างหนักในที่ประชุม บ้างก็ว่า เพื่อนคนนี้ไม่รับผิดชอบในหน้าที่บ้าง บ้างก็ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยมา ซึ่งโดยตำแหน่งแล้ว เขาต้องมาทุกวัน บ้างก็ว่า เพื่อนคนนี้ชอบเก็บปัญหาต่างๆไว้คนเดียวโดยไม่ปรึกษาเพื่อนหรือพี่ ซึ่งก็อาจะจริงบ้างไม่จริงบ้าง เพราะทุกคนได้ประเมินเหตุการณ์รวมกับอุปนิสัยของเพื่อนคนนี้แล้วว่าควรจะเริ่มอย่างไร รู้สึกว่าการประชุมในวันนี้จะเสร็จเช้าของวันรุ่งขึ้นพอดี
เพราะหลังจากเสร็จประชุม ทุกคนก็ไปวิ่งรอบมหาวิทยาลัยกันต่อ อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาฟ้าก็สาง แต่ใครจะล่วงรู้ว่า การประชุมที่ผ่านมาเมื่อคืนนี้ จะนำมาสู่เหตุการณ์ในอีกสามวันต่อมา เพื่อนคนนี้หายไปจากวงโคจรของSTAFF สามวัน มีเพียงพี่ๆบางคนที่รู้ความเป็นไปของเขา
แล้วในตอนเย็นของวันหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังทวนเพลงกันอยู่ เพื่อนคนนี้ก็เดินเข้ามา เขามีอะไรจะคุยกับเพื่อนปี 2 ทุกคน มดกับทิพย์ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย แต่เราสองคนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย เพราะเราสองคนก็อาจจะมาทีหลัง ยังไม่ได้ผูกพันฉันมิตร กับเพื่อนคนนี้เลยด้วยซ้ำ
“เขาขอก้าวออกไปจากเพื่อนๆ”
ถึงแม้ว่าเพื่อนๆจะพยายามพูดให้เขาคิดดูก่อนได้มั๊ย และเพื่อนบางคนก็รั้งเขาเอาไว้ทั้งน้ำตา เขาก็พยายามพูดว่า เขาต้องการไปให้ได้ เขาพูดว่า ไม่ชอบระบบการกระทำของพี่ที่มีการกดดัน โดยใช้สงครามจิตวิทยาแบบย่อมๆ
การจะก้าวออกไปของเพื่อนคนนี้ ได้สร้างความผิดหวังและเสียใจให้กับใครหลายคน เราสองคนไม่รู้หรอกว่า ในวินาทีนั้น เพื่อนคนนี้รู้สึกอย่างไร เขาจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่เพื่อนๆที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขารู้สึกหรือเปล่าหนอ
เพื่อนๆทุกคนยังจำได้ ว่าเพื่อนคนนี้ ประธานรุ่นเสือดาวเก้าคนนี้ เคยเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในการนำเพื่อนๆทั้งมหาวิทยาลัยที่ก้าวเข้ามาเป็นน้องใหม่เมื่อปีที่แล้ว ร่วมพิสูจน์รุ่นด้วยกัน ภาพที่เขาชูธงรุ่น ยังคงติดตราตรึงใจของเพื่อนๆทุกคนมาจนวันนี้ และวินาทีนี้ และเมื่อทุกคนรับรู้ว่าเขากำลังจะก้าวออกไป มีหลายคนที่รับไม่ได้
เพื่อนหลายคนที่เสียใจมากจนเริ่มมีอาการแปลกๆที่เรียกกันว่า “ไฮเปอร์” กิ๊บ เยาว์ ก้อย ก็เป็นสามคนที่อยู่ในกลุ่มอาการนั้น เพื่อนๆพี่ๆ ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกันยกใหญ่ ความโกลาหล วุ่นวายเริ่มเกิดขึ้น จนยากที่จะควบคุมสถานการณ์ทางอารมณ์ของน้องปีสอง
จนพี่โฟมต้องก้าวเข้ามาในเหตุการณ์
"น้อง รุ่นน้องไม่ใช่รุ่นแรกที่ประธานรุ่นได้ก้าวออกไป แต่รุ่นจามรีแปดรุ่นของพี่ก็เช่นเดียวกันที่มีพี่ของพวกน้องต้องก้าวออกไป และพี่ก็ได้มาทำหน้าที่นี้แทน แทนที่น้องจะไปเสียใจกับการก้าวออกไปของเพื่อน น้องน่าจะส่งเพื่อนให้ก้าวออกไปอย่างมีความสุขจะดีกว่า เพราะเขาก็เป็นเพื่อนของน้อง และหน้าที่ของน้องก็ยังไม่จบ อย่าให้การก้าวออกไปของใครคนใดคนหนึ่งต้องกระทบต่อหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่รออยู่”
พี่โฟมพูดในทำนองนี้ ก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลายลง ในวันนี้ ทุกคน พี่ๆเพื่อนๆ จับมือกันร้องเพลง “เราและนาย” ส่งเพื่อนคนนี้
วันนี้เขาคงก้าวออกไปอย่างมีความสุข เพราะเขาได้รู้ว่า การก้าวออกไปในครั้งนี้ เขาไม่ได้เสียมิตรภาพที่เลอค่าไปเลยแม้แต่นิดเดียว การประชุมเชียร์ในปีนี้และปีต่อไป ไม่แน่ว่า เพื่อนคนนี้ อาจจะกำลังเฝ้ามองเพื่อนด้วยความภาคภูมิใจ ที่มีทุกคนเป็นเพื่อน พี่ และน้อง ก็ได้</span></strong>
ดีใจนะคะ ที่อ่านเจอ "เพื่อนคนนี้ อาจจะกำลังเฝ้ามองเพื่อนด้วยความภาคภูมิใจ ที่มีทุกคนเป็นเพื่อน พี่ และน้อง ก็ได้ " ขอให้รักกันเสมอนะคะ
ยังไงก็เพื่อนกัน เลือดเหลือง-เทา เนอะ
อ่านบันทึกของน้อง ๆ แล้วทำให้ย้อนนึกถึงชีวิตในรั้วมหาลัย...
ประสบการณ์ที่ได้จากการร่วมทำกิจกรรม เป็นสิ่งที่มีค่ามาก อาจจะมีความขัดแย้งหรือความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง...
แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่เราได้รับคือมิตรภาพดี ๆ ที่แต่ละคนมีให้แก่กันครับ...
เป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ครับ...
ขอบคุณครับ...