ไม่อยากคิด
ไม่ อยาก คิด
เอ๋ยว่า...มือซ้าย ถือตำรา
มือขวา ถือชอล์ก
จดตาม คำครูบอก
ผลออกมา ดีแน่นอน...
สอนนักเรียน ไม่ลำบาก ไม่ยากเย็น
ไม่จำเป็น ต้องใช้ สื่อการสอน
ไม่ต้องมี วัสดุ อุปกรณ์
ไม่เห็นต้อง ทุกข์ร้อน หรืออ่อนใจ
ถ้าเด็ก เฉลียวฉลาด คงรู้เรื่อง
เด็กเซื่องเซื่อง ก็คงซวย ช่วยไม่ได้
มันเป็นเรื่อง ธรรมดา จะตายไป
อย่าคิดให้ มันสมอง ต้องมึนมัว
รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตายาย
เขาสืบสาย การศึกษา มากี่ชั่ว
ที่ได้ดิบ ได้ดี มีเนียนัว
ที่ต่ำต้อย ก็มีทั่ว ประเทศไทย
อนิจจา...
มือซ้ายครู ถือตำรา
มือขวา ถือชอล์ก จะทำไฉน
เมื่อครูยัง ไม่ปรับ ไม่เปลี่ยนใจ
ภายหน้า ชาติเป็นอย่างไร ไม่อยากคิด
- ปณิธิ ภูศรีเทศ -
แม้นโยบายการศึกษาไทยจะปรับเปลี่ยนหลายครั้ง ภาพที่อาจารย์บรรยายก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ...
หวังว่า...อาจารย์คงไม่แอบกินลูกท้อนะครับ!
เพียงคำว่าไม่อยากคิด ก็ทำให้ต้องคิดมากมาย....
แต่งได้ดีมากค่ะ
ปัจจุบันครูเราก็มุ่งมั่นพัฒนาการสอนดีขึ้นนะคะ
ไม่อยากคิดจริงๆครับ
ช่วงนี้ไม่ได้เขียนงานลงเลย จนจำรหัสผ่านไม่ได้ วันนี้จึงนำบทคัดย่อเกี่ยวกับงานวิจัย "4-สำ" มาฝากอ่านไปพลางๆ ก่อนนะครับ ..................................................... บทคัดย่อ
รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนรายวิชาภาพกับบทประพันธ์ ด้วยรูปแบบการสอน“4 - สำ”
ยึดหลักว่านักเรียนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุดโดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตอบสนองความสนใจ ความถนัดความสามารถและความต้องการของนักเรียน เพื่อพัฒนาให้นักเรียนเป็นผู้ที่ “คิดเป็น–ทำเป็น–แก้ปัญหาได้” อันจะนำไปสู่การเป็นคนที่สมบูรณ์ คือ “เก่ง–ดี–มีสุข” ต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อรายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนรายวิชาภาพกับบทประพันธ์ ท40209 โดยใช้รูปแบบการสอน “4 - สำ” 2 เพื่อรายงานผลความพึงพอใจของนักเรียน ครูและผู้ปกครองที่มีต่อการเรียนการสอนรายวิชาภาพกับบทประพันธ์ ท40209 หลังการใช้รูปแบบการสอน “4 - สำ” ประชากรคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 จำนวน 37 คน ระยะเวลาการพัฒนา 1 ภาคเรียน (ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2550) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีดังนี้ 1. เครื่องมือเบื้องต้น 1.1 แบบสังเกตความสนใจ ความสามารถและความถนัด 1.2 แบบสำรวจเนื้อหาและกิจกรรมที่นักเรียนต้องการเรียน 2 แบบฝึกแต่งบทประพันธ์ 3 แบบฝึกชุด “เส้นและสี” 4 แบบประเมินผลงานภาพกับบทประพันธ์ 5 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ครูและผู้ปกครอง การวิจัยครั้งนี้ มีการดำเนินการเป็น 2 ช่วง ดังนี้ ช่วงแรกคือสำรวจและสังเกต ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ ความต้องการเนื้อหา และกิจกรรมของนักเรียนก่อนเรียน ช่วงที่ 2 คือการเตรียมเนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อสนองตอบข้อมูลที่ได้ สำรวจสังเกตและสอบถามนักเรียนแล้วพร้อมดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติบรรยายและวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า 1. ผลงาน “ภาพกับบทประพันธ์” ของนักเรียนมีคุณภาพระดับ “ดี” มีค่าคะแนนเฉลี่ย = 18.135 จากคะแนนเต็ม 24 คะแนน 2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 จำนวน 37 คน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาพกับบทประพันธ์ ท40209 หลังการใช้แบบการสอน “4 –สำ” มีคุณภาพระดับ “พึงพอใจมากที่สุด” มีค่าเฉลี่ย = 4.619 3. ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชา ภาพกับบทประพันธ์ ท40209 หลังการใช้แบบการสอน “4 –สำ” อยู่ในระดับ “พึงพอใจมากที่สุด” มีค่าเฉลี่ย = 4.781 4. ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชา ภาพกับบทประพันธ์ ท40209 หลังการใช้แบบการสอน “4 –สำ” อยู่ในระดับ “พึงพอใจมาก” มีค่าเฉลี่ย = 4.371 นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยเสริมที่ทำให้นักเรียนเรียนรายวิชาภาพกับบทประพันธ์ ท40209 อย่างมีความสุขและแสดงศักยภาพของตนออกมาได้อย่างเต็มที่คือ การวาดภาพระบายสี การขับร้องและเล่นดนตรี การทัศนศึกษา การจัดนิทรรศการและการเผยแพร่ผลงาน
..........ขอขอบคุณ คุณครูบ้านกร่างวิทยาคม นักเรียน นักการฯ และญาติมิตรทั้งหลาย ที้ให้กำลังใจจนงานวิจัยชิ้นนี้สำเร็จลงด้วยดี ตามความต้องการของผู้วิจัย"ที่ต้องการทำวิจัยในแนว ที่ต้องการทำครับ" --ปณิธิ ภูศรีเทศ---