เห็นหัวข้อแล้วอย่าเพิ่งดีใจว่าผมจะพาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวนะครับ แต่ผมเที่ยวในเชิงเกษตร และดูความเป็นอยู่ของชาวพัทลุงบางส่วนมากกว่า ที่ขึ้นหัวข้อไว้เป็นตอนที่ 1  เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเล่ากี่ตอนจบ

      เริ่มเลยก็แล้วกันเมื่อเช้าหลังจากเสร็จจากเก็บน้ำยางแล้ว ก็มานั่งเขียนบล๊อกใน gotoknow  เรื่องจุลินทรีย์ เขียนเสร็จก็มีพี่เพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคนพัทลุงมามีภรรยาใกล้ๆ บ้านผม ชวนผมไปเที่ยวพัทลุง จริงๆ เคยคุยกันไว่ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไปเที่ยวซักที จะไปเที่ยวเพื่ออะไร

  • ไปดูความเป็นอยู่ของคนพัทลุง ที่ยังทำนาอยู่ และเอาจริงเอาจังเรื่องการเกษตร ไม่ขี้เกียจ มีการรวมกลุ่มทำโน่นทำนี่เยอะแยะ
  • ไปหาพันธุ์ข้าวมาปลูก
  • ไปหาหมูขี้พร้า
  • เที่ยวเพื่อความสำราญใจ
  • ...

     แน่นอนครับ ไม่ต้องลางาน อยากไปก็ไป ชีวิตผมอิสระแล้ว เคยบอกแล้วว่าจ้างให้ผมไปทำงานบริษัทอีก ผมก็ไม่ไปแล้ว ไม่ขอเป็นลูกจ้างใครแล้ว (เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย) ไปพัทลุงก็ไปครับ ออกจากบ้าน ด้วย MTX คู่ชีพประมาณ 9 โมง ไปรับพี่เขาที่บ้าน การไปพัทลุงจากตรังนั้นต้องข้ามเขาพับผ้า ที่ชื่อเขาพับผ้า สมัยที่ยังไม่ทำถนนใหม่ ถนนเส้นเดิมมีลักษณะคดเคี้ยวเหมือนผ้าที่พับไปพับมา แต่ตอนที่ทำถนนใหม่ไม่มีลักษณะแบบนั้นแล้ว ก็ผ่านเขาพับผ้าไปได้จนไปถึงอำเภอควนขนุน  สถานที่แรกที่พี่เขาพาไปคือ ฟาร์มเลี้ยงหมูของน้องสาวของพี่เขา เลี้ยงเองครับ CP ไม่เกี่ยว ในฟาร์มมีหมูไม่มากครับ แค่ 1,000 ตัวเท่านั้นเอง

ผมประทับใจรอบๆ ฟาร์มมากกว่าครับ ที่มีบ่อปลาขนาดใหญ่หลายบ่อ

ผักบุ้งสีเขียวจัดที่ขึ้นอยู่ตามบ่อปลา คิดถึงสมัยเรียนที่ปัตตานี
ชอบไปเก็บผักบุ้งหลังตึกพละมาผัดกินเป็นประจำ เป็นผักบุ้งชนิดเดียวกัน  อยากกินผัดผักบุ้งนี้จัง มันอร่อยกว่าผักบุ้งจีน

ต้นกล้วยที่ขึ้นอยู่ตามขอบบ่อปลา ต้นโตสวยงามมาก

 

ผมเห็นแล้วผมอิจฉาเขาจังเลยครับ เพราะบ้านผมอยู่บนควน(ที่สูง) ที่นาก็ไม่เหลือแล้ว  จะมีบ่อปลาแบบนั้นบ้างคงยาก

   เสร็จจากเที่ยวฟาร์มหมู ก็เดินทางต่อ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ