วันนี้มาสังเกตจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมในบันทึกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนผู้ที่เข้ามาแวะดูมากสุดเป็นบันทึกเมื่อวันอาทิตย์ค่ะ คือเรื่อง “นิทานก่อนนอนเสริมจินตนาการ” ส่วนบันทึกที่คนเข้ามาแวะน้อยสุดคือ “Check Digit ISSN และ ISBN” เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานประจำที่ทำอยู่ค่ะ
วันนี้พอดีเปิดวารสารเช็ครายชื่อบทความเดิมๆของปีที่ผ่านมาเพื่อป้องกันการตีพิมพ์ซ้ำ ก็เจอบทความเรื่อง “นิทานทำให้เด็กฉลาด” ซึ่งเขียนโดยอาจารย์สาวิตรี รุญเจริญ เป็นอาจารย์ของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลยเก็บมาเล่าต่อ...
ในบทความกล่าวว่า ...การที่พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัวและยังช่วยปลูกฝังคุณธรรมให้กับลูกอีกด้วย นิทานเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีความสำคัญสรุปได้ดังนี้
- นิทานเสริมสร้างสติปัญญาเด็ก
- ปลูกฝังให้เด็กเป็นคนช่างคิด
- เด็กเกิดการเรียนรู้ภาษาได้เร็ว
- เด็กจับประเด็นและวิเคราะห์เก่ง
- สร้างสมาธิให้กับเด็ก
- ทำให้เด็กมีจินตนาการ
- สร้างคุณธรรมให้กับเด็ก
- สร้างเด็กให้มีความฉลาดทางอารมณ์
- สร้างเด็กให้เป็นคนรักการอ่าน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเล่านิทานให้เด็กฟังต้องคำนึงถึงวัยของเด็กด้วยเนื่องจากเด็กแต่ละวัยมีความชอบความสนใจแตกต่างกันไป <ul>
</ul>
วันนี้ขออนุญาตเล่นนิทานให้ทุกท่านได้บ้างอ่าน นะคับ
จ้อยตามหาพระจันทร์
นิทานจากการประกวดนิทานมูลนิธิเด็ก ครั้งที่ 3
ภาพจากการประกวดภาพประกอบนิทานมูลนิธิเด็ก ครั้งที่1
ผลงานของ : มล.วันนิวัต เกียรติสาร
ภาพประกอบ : นันทวัน วาตะ
จ้อยเด็กชายตัวเล็กๆที่ชอบมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นชีวิตจิตใจ บ้านเล็กๆของจ้อยอยู่ริมทุ่งนา ยามค่ำคืนจ้อยชอบนอนมองท้องฟ้าที่มีดวงดาวระยิบระยับ
เสียงหวานของแม่ร้องเพลงสักวาขึ้นมาเบาๆ คลอด้วยเสียงขลุ่ยของพ่อดวงดาวดูสวยเหลือเกิน ลมก็โชยเย็นสบาย จ้อยนอนดูดวงดาวเพลินจนแทบจะหลับทีเดียว แต่เมื่อจ้อยพยายามลืมตามองฟ้าอีกที จ้อยรู้สึกว่ามีอะไรแปลกไป ทำไมท้องฟ้าเหลือเพียงแสงดาวริบหรี่...
" พระจันทร์นั่นเอง พระจันทร์หายไป"
ชาวบ้านได้ยินเสียงจ้อย พากันออกมาหน้าบ้านต่างนึกแปลกใจว่าพระจันทร์หายไปไหน จ้อยเป็นคนที่สังเกตท้องฟ้ายามค่ำคืนมากกว่าใครจ้อยจึงอาสาไปตามพระจันทร์กลับคืนมาจ้อยประกาศเสียงดังด้วยความมั่นใจ
ทุกคนในหมู่บ้านโบกมืออำลาให้แก่จ้อยผู้กล้าหาญ จ้อยออกเดินทางไปตามเส้นทางของดวงดาว ผ่านหมู่ดาวหมีใหญ่ ดาวนายพราน ดาวคันไถ และกลุ่มดาวลูกไก่ทั้งเจ็ด
"ตั้งเจ็ดดวง โอ้โฮ้ อยู่รวมกันอย่างนี้ตลอดเวลาเลยหรือครับ" " แน่นอนจ้ะ รวมกันคือพลังความสามัคคี หนึ่งดวงริบหรี่ เจ็ดดวงอำไพ"
ดาวลูกไก่ทั้งเจ็ดพูดพร้อมกัน " จ้อยจะไปตามหาพระจันทร์ครับ จู่ๆพระจันทร์ก็หายไป"
" อ๋อพระจันทร์ หรือ เห็นวิ่งหนีพระอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกโน่นแนะ"
จ้อยรีบเดินทางต่อไป ไม่นานก็พบดาวประจำเมือง " พี่ดาวศุกร์ครับ ช่วยบอกจ้อยที จ้อยจะตามหาพระจันทร์ได้ที่ไหน ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่พระจันทร์หายไป" " เรื่องสำคัญเสียด้วย อันที่จริงได้เวลาที่ฉันจะกลับบ้านแล้ว แต่เอาเถอะ ฉันจะไปเป็นเพื่อนนะ เอ๊ะ นั่นไงพระอาทิตย์ เราไปถามพระอาทิตย์กันเถอะ"
เมื่อพระอาทิตย์ทราบเรื่อง ก็พยายามหาทางช่วยเหลือ
" เอาอย่างนี้ ฉันจะรีบนอนหลับ เมื่อฉันหลับท้องฟ้าก็จะมืด พระจันทร์จะได้โผล่ขึ้นมาทำงาน เธอคอยถามเขาเองแล้วกัน"
พระอาทิตย์หาวนอนสามที แล้วหรี่หลับโดยไว พระจันทร์รีบโผล่ขึ้นมา เพราะเห็นท้องฟ้ามืดเข้าใจว่าถึงเวลาทำงานแล้ว จ้อยดีใจได้เห็นพระจันทร์อีกครั้งรีบถาม
" เมื่อวานท่านหายไปไหน ท้องฟ้ามืดสนิททุกคนตกใจมาก"
" พวกเธอคงไม่ทันสังเกตสินะ อันที่จริงแล้วจะมีคืนหนึ่งที่ฉันหยุดพักผ่อนเขาเรียกว่าคืนเดือนมืดจ้ะ หลังจากนั้นฉันก็จะค่อยๆ ปรากฏตัวอีกครั้งจนถึงคืนเต็มดวง วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ"
" แล้วทำไมทุกทีจ้อยไม่เคยสังเกตเห็นเลยล่ะฮะ"
" ก็เธอเอาแต่ดูพวกดาวคันไถ ดาวลูกไก่ ดาวหมีใหญ่ จนลืมดูฉันในคืนเดือนมืดน่ะสิจ๊ะ ส่วนพวกชาวบ้านก็เอาแต่ทำงานไม่มีเวลาเงยหน้าดูฉัน"
"จริงด้วย ทีนี่จ้อยจะไปบอกพวกชาวบ้านให้รู้ว่าท่านไม่ได้หายไปไหนแต่พวกเขาลืมสนใจท่านต่างหาก"
"ตายแล้ว มัวแต่คุยเพลิน วันนี้ขึ้นหนึ่งค่ำ ฉันต้องออกไปทำงานแล้วไปก่อนนะ " พระจันทร์แต่งตัวเพียงเสี้ยวเล็กๆเท่านั้น แล้วออกเดินทางไป
จ้อยขอบคุณพี่ดาวศุกร์ที่ใจดีจ้อยมาส่งถึงบ้าน คืนนั้นดวงดาวส่องแสงระยิบระยับกว่าเคยราวกับจะปรบมือชมเชยจ้อยที่
นิทาน สา หนุก จริง
เขียนมา ห้าย อ่าน
อีก นะ
+ สวัสดีค่ะ...
+ ประทับใจบันทึกนี้มากค่ะ....
+ จริงดังที่ว่า "อายุ 4-6 ปี เด็กจะให้ความสนใจตนเองน้อยลง และหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีอารมณ์ขันชอบฟังนิทานเกี่ยวกับสัตว์พูดได้"
+ แอมแปร์อายุ 4.5 ปี สนใจตัวเองน้อยลง...สนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น..แอมแปร์ชอบนิทานหลากหลายค่ะ...แต่ตอนเล่าต้องทำเสียงเล็กเสียงน้อยค่ะ...
+ ด้วยความขอบคุณมากมายค่ะ....
เก่งมากเลยจร้า สนุกเนอะ