<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="justify">บ้านเรามีนักวิชาการที่มีความรู้มากมาย เทคนิคเทคโนโลยีก็ไม่เป็นสองรองใคร แต่การนำไปต่อแต้มความรู้ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะเป็นความรู้ที่ยังไม่มีการปอกเปลือก ยังอยู่ในเชิงวิชาการเกินไป ยังทำงานเพื่ออธิบายในหมู่กันเอง ยังไม่แยกย่อยให้เหมาะแก่การนำไปเผยแพร่สู่ชุมชน ทั้งๆที่ขั้นตอนนี้มีความสำคัญ ที่ต้องพิสูจน์นวัตกรรมที่สร้างขึ้นมานั้น ผู้บริโภคความรู้ของท่านมีอาการอย่างไร? </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center"></p><p align="justify">ผมได้ประสบการณ์ทำงานวิจัยเรื่องไก่ไข่เพื่อชุมชน กับดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตรที่ท่านสามารถเพาะพันธุ์ไข่ไก่ขึ้นมาได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อได้พันธุ์แม่ไก่ไข่มาแล้ว ท่านได้นำออกไปสู่ภาคสนามในชุมชน ไปส่งเสริมให้เกิดการเลี้ยงไก่ไข่ในสภาพจริง เพื่อที่จะได้ทราบข้อมูลเชิงประจักษ์ การดำเนินการเช่นนี้มีขั้นตอนเกี่ยวกับการจัดการความรู้ ระหว่างนักวิชาการ กับ นักปฏิบัติวิชาชีพในชุมชน ที่ควรจะมีการออกแบบตามแต่กรณีของเนื้อหาสาระงานนั้นๆ </p><ul style="margin-top: 0cm">
</ul><p align="justify"> ยังมีนักวิชาการที่เข้าใจการต่อแต้มลักษณะนี้อยู่อีกหลายท่าน ยกตัวอย่างของ ดร.แสวง รวยสูงเนิน กำลังเดินหน้าเรื่องทำนาอย่างเต็มพิกัด ปีที่แล้วทำนาแบบไม่ไถ ก็ได้ความรู้มาระดับหนึ่ง ตอนนี้ขยายความคิดออกไปจนแทบจะจำวิธีทำนาแบบดั่งเดิมไม่ได้แล้ว ขั้นตอนต่างผุดพรายขึ้นมาล้วนแต่ทำให้ชาวนาตัวจริงอ้าปากหว๋อทั้งสิ้น เช่น ไม่ไถ ไม่หว่าน ไม่เกี่ยว มีทั้งตัดหญ้า ไม่ตัดหญ้า ปล่อยให้ควายกินข้าว เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาด้วยทุเรียน เรียนวิธีดักปลาสารพัดกลยุทธ จนแม่บ้านบ่นอุบ ต้องทำความสะอาดปลาเข้าตู้เย็นละวันหลายกิโล เลี้ยงวัว ควาย ปลูกต้นไม้ในนา หาปลาพันธุ์ที่ชอบกินหอยเชอรี่มาปล่อยจนหอยสูญพันธุ์ เรื่องนี้เล่า4 วันไม่จบ ตอนนี้กำลังสร้างเถียงนาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เสาแต่ละต้นคนโอบไม่รอบ ไปขนไม้โรงเลื่อยเก่าจากประเทศลาว เสร็จเมื่อไหร่บอกว่าจะจัดงานประกาศศักดิ์ดาวันชาวนาไทย </p><p align="justify">ลองนึกดูสิครับ ทำนาอย่างเดียว ได้ปลา ได้กบ ได้ผัก ได้ข้าว ได้ต้นไม้ ได้ความรู้ ได้ความคิด ได้ความภาคภูมิใจ ข้อสุดท้ายนี่สำคัญมาก เชื่อไหมครับ อาจารย์แสวง รวยสูงเนิน ขับรถพาคณะของเราไปดูแปลงนาที่ว่านี้ตอน 4 ทุ่มครึ่ง ถ้าไม่เชื่อดูรูปเอาเองก็แล้วกัน ไฟฉายก็ไม่มี พาเราไปดูกันแบบรำวงมืด ใจหนอใจพาใครไปเห็นผลงานแล้ว ตนเองก็กลับไปนอนวันหวานด้วยความอิ่มเอมใจ</p><p align="center">“ วิชาการที่มีชีวิตก็เป็นอย่างนี้ละครับ.!! ”</p>
ดร.ขจิต ไม่อยู่ ผมต้องรีบเข้ามาก่อน ฮ่าๆๆ
สวัสดีค่ะ คุณบา ไปนาตอน 4 ทุ่มน่ากลัวจังเลย.....แต่หนูก็เคยไปนะค่ะ แต่ว่าตอนเด็กๆอะค่ะ ......พอตอนโตก็ไม่ไปและตอนกลางคืน.....ไปแต่ตอนกลางวัน...........ไปทางไหนก็มีแต่นาข้าวเพราะ เมืองสุพรรณเป็นเมืองอู่ข้าว อู่ปลาเจ้าค่ะ----------> น้องจิ ^_^
เย้ๆๆๆๆ.............ดีใจจัง มาก่อนอาจารย์ขจิต
อาจารย์ ขจิต เอ๊ย!! โดนทำลายสถิติ แล้วเน้อ!!
ครูบา อ่าน กระทู้ ยาดองมูตร สูตรพระพุทธเจ้า ยังครับ
โพสต์ให้แล้ว นะครับ
สวัสดีครับ
พออ่านมาถึง ...เสร็จเมื่อไหร่บอกว่าจะจัดงาน ประกาศศักดิ์ดาวันชาวนาไทย ขนแขนลุกซู่เลยครับ
อยากเห็นวันนั้นของเกษตรกรไทยจังเลยครับ ทั้งชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ คนเกษตรอย่างผมจะช่วยอะไรท่านครูบาสุทธินันท์ได้บ้างครับ
ดร.แสวง เล่าว่าจะจัดงานช่วงเกี่ยวข้าว ประมาณวันที่24-27 พฤศจิกายน ต้นหนาวพอดี คอยติดตามข่าวในช่วงใกล้ๆก็แล้วกัน อยากให้ไปร่วมสนุก ครับ
คูโบต้า .. เจอทีเด็ด สาวเม็กดำ ถึงกับ ช็อคโลกเลย ครับ ครูบาฯ