การดูแลผู้ป่วยแม้จะดีอย่างไรก็มีโอกาสเกิดความผิดพลาดหรือภาวะแทรกซ้อนได้ การที่เราทำเรื่องการบริหารความเสี่ยง ทำเรื่องคุณภาพจึงเป็นการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด

                   ขุมทรัพย์แห่งอดีต ลายแทงสู่อนาคต เป็นการเล่าสรุปภาพอดีตที่ผ่านมาและ พยายามจะฉายภาพไปสู่อนาคตของโรงพยาบาลบ้านตากในมุมมองของผม และได้บันทึกแจ้งให้กับผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านตากได้รับทราบ(รวมแล้ว 70กว่าข้อ) ดังต่อไปนี้

<ol style="margin-top: 0cm">

  • ตลอดสิบปีของการเป็นผู้อำนวยการที่โรงพยาบาลบ้านตาก ก็มีวิกฤตหนักๆให้แก้เกือบทุกปีเหมือนกัน เช่นปีแรกที่มาก็เจอผู้ป่วยม้งเสียชีวิตหลังจากฉีดน้ำตาลกลูโคสให้ จริงๆแล้วตายเพราะSepsis แต่แม่ผู้ป่วยไม่ยอม เดินไล่ตีพยาบาลที่ฉีดยาให้หาว่าฉีดยาให้ลูกเขาตาย อธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ กลุ่มชาวบ้านมาหาผมจะฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย แต่หลังจากที่ได้พยายามอธิบาย รวมทั้งทางกำนันและนายอำเภอช่วยพูดเขาก็ไม่ยอม ผมเลยบอกเขาว่าถ้าอย่างนั้นเพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนจะส่งไปชันสูตรที่สวนดอก ถ้าทางโรงพยาบาลผิดเราจะรับผิดชอบทั้งหมด ถ้าเราไม่ผิดเขาเสียชีวิตจากโรคของเขาเอง ขอแค่จ่ายค่ารถนำศพไปกลับก็พอ สุดท้ายเขาก็ตกลงไม่เอาเรื่องเรา อีกครั้งก็มาเจอรถส่งผู้ป่วยชนวัว ญาติที่ไปด้วยขาหัก 1 คน กระดูกเชิงกรานหัก 1 คน ผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาล ตสม.ได้คืนหนึ่งก็เสียชีวิต ผู้หวังดีกับญาติยุให้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเรา ว่าผู้ป่วยศีรษะกระทบกระเทือนจนตาย แต่จากการสอบสวนสาเหตุ พยานที่ไปด้วย ไม่เป็นตามนั้นและแพทย์จากตสม.บอกว่า เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและตัวผู้ป่วยมีเข้มขัดนิรภัยรัดไว้ ไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย รายนี้ก็ต้องลงชุมชน คุยกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ก็เคลียร์ไปได้ อีกกรณีก็มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด จนต้องมีการตัดต่อลำไส้ใหม่ เราก็ต้องเคลียร์กับผู้ป่วย ญาติ ต้องช่วยเหลือเรื่องการเลี้ยงดูลูกเขา จนเขาหายดีแล้วทำงานได้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อเตือนใจว่าการดูแลผู้ป่วยแม้จะดีอย่างไรก็มีโอกาสเกิดความผิดพลาดหรือภาวะแทรกซ้อนได้ การที่เราทำเรื่องการบริหารความเสี่ยง ทำเรื่องคุณภาพจึงเป็นการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด
  • ในการทำงานของเราอาจจะรู้สึกว่าน้องๆจะมีบทบาทในการทำอะไรๆมากขึ้นก็เพื่อเป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ อย่าไปคิดว่าน้องๆเขาข้ามหน้าข้ามตา ความสำคัญของพี่ๆป้าๆนั้นมีมากอยู่แล้วคือการให้กำลังใจและเป็นโค้ชให้น้องๆ จึงถือว่าพวกเราทุกคนมีความสำคัญทั้งหมด เหมือนผมที่เมื่อก่อนก็มักจะคิดเอง ทำเอง ลุยเอง แต่มาช่วง4-5 ปี หลัง พวกเราก็จะได้คิด ได้ทำเองมากขึ้น ผมก็ถอยมาอยู่เบื้องหลังมากขึ้น การอยู่เบื้องหลังไม่ใช่สำคัญ ถ้ากองหลังไม่ดี กองหน้าระส่ำระสายแน่ ยิ่งอีก 5 ปี พี่ๆเองก็จะขึ้นเวรบ่ายดึกลำบากขึ้นหรือทำงานลุยๆได้น้อยลง การสร้างรุ่นน้องๆ จะได้ทดแทนกันได้
  • เมื่อปี 2540 เรามีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 83 คน เป็นลูกจ้างประจำ 14 คน ลูกจ้างชั่วคราว 9 คน มีเงินบำรุงยกมาจากปี 2539 จำนวน 1,431,738.96 บาท มีหนี้ค้างชำระ 1,020,233.38 บาท มีเงินสุทธิ 411,505.60 บาท ตอนที่ผมส่งงานในปี 2550 เรามีเจ้าหน้าที่ 171 คน ข้าราชการ 96 คน ลูกจ้างประจำ 13 คน ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน 50 คน ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน 12 คน มีเงินบำรุงคงเหลือ 15,923,187.17 บาท (วันที่ 13 มิถุนายน 2550) มีหนี้สินทั้งสิ้น 8,947,197.68 บาท เงินบัญชีประกันสังคม 996,578.25 บาท เงินกองทุนสวัสดิการเจ้าหน้าที่ 107,325.10 บาท ก็ถือว่าบริหารมา 10 ปี ได้เงินสนับสนุนน้อยกว่าโรงพยาบาลอื่นๆหลายแห่ง (ดูจากเอกสารสรุปผลงานประจำปีได้) ก็ยังไม่ติดลบ พวกเราก็น่าจะเบาใจได้ครับ
  • การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลบ้านตากเราก้าวหน้ามาทุกวันนี้เพราะเรามีคนช่วยหรือหน่วยงานที่ช่วยเราเยอะ เรามีครูที่ให้เราดูงานหลายที่ ทั้งโรงพยาบาลเสนา ที่อยุธยา โรงพยาบาลกงไกรลาศ ที่คุณหมอภานุวัฒน์และทีมงาน ให้พวกเราไปร่วมสังเกตการณ์การทำICVโดยอาจารย์พวงทิพย์ เส็งเมือง ทำให้เราได้รับความเมตตาจากอาจารย์พวงทิพย์ รับเป็นที่ปรึกษาให้เรา ทำให้เราพัฒนาได้อย่างตรงทิศทาง ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  ได้ดูงานที่โรงพยาบาลพิชัย ที่คุณหมอขจร วินัยพานิช ผู้อำนวยการเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ ดูงานที่โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง ลำพูนโดยความอนุเคราะห์ของคุณหมอคะนอง ถนอมสัตย์ ผู้อำนวยการและคณะ ทั้ง 3 โรงพยาบาลนี้ถือเป็นโรงพยาบาลครูเราในการพัฒนาคุณภาพ  ในการพัฒนาเราได้อาจารย์พวงทิพย์ เส้งเมือง อาจารย์อนุวัมน์ ศุภชุติกุล  อาจารย์ดวงสมร บุญผดุง ช่วยแนะนำอย่างมาก ในการทำICVครั้งแรกและครั้งเดียวของเราในการประเมินรอบแรกก็ได้ความเมตตาจากอาจารย์รณชัย อธิสุข อาจารย์สงกรานต์ อาจารย์สมศักดิ์ ที่มาเยี่ยมสำรวจอย่างกัลยาณมิตร และเราเองก็ให้อาจารย์ได้เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนโดยไม่protect ตัวเอง ทำให้เราพัฒนาไปได้เร็ว ICVครั้งเดียวก็ขอประเมินAccreditation ทั้ง HA/HPH และก็ผ่านไปได้เมื่อ 21-22 มกราคม 2547 โดยทีมเยี่ยมสำรวจทีมเดิม และเมื่อเยี่ยมสำรวจเฝ้าระวังก็ได้อาจารย์สงกรานต์และอาจารย์สมศักดิ์มาช่วยอีก และในตอนRe-accreditation  เราขอใช้มาตรฐานใหม่ฉบับ 2007 โดยที่พวกเราก็ไม่รู้จักมาตรฐานกันสักเท่าไหร่ แต่เราเคยส่งประเมินTQAเมื่อปี 2548 และเราคิดว่าคุณภาพไม่ว่ามาตรฐานไหน ไม่น่าจะแตกต่างกัน มีอาจารย์ที่เป็นกัลยาณมิตร 3 ท่านมาช่วยอีกคืออาจารย์สมพร อาจารย์อลิซาเบท (จำชื่อใหม่ไม่ได้ครับ ต้องขอโทษด้วย) อาจารย์โกเมศ มาเยี่ยมสำรวจอย่างกัลยาณมิตรอีก ในส่วนการประเมิน 5 เราได้อาจารย์ 3 ท่านจาก สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และอาจารย์ ซากาเอะมาช่วยแนะนำ ในการประเมินQWL เราก็มีอาจารย์หลายท่านมาช่วยเช่นอาจารย์สุรพล อาจารย์ฉกรรจ์ อาจารย์จงรัก ซึ่งจะเห็นว่าพวกเรามีคนมาช่วยเหลือเยอะ นอกจากเรื่องเงินบริจาคแล้วยังมีเรื่องความรู้ทางวิชาการอีก อยากให้พวกเราระลึกถึงพระคุณท่านเหล่านี้ด้วย
  • </ol></span>