ผู้รับเหมาหลายคนเลยเอาไปพูดกันว่า “ก่อสร้างที่โรงพยาบาลบ้านตากนี่ยาก เพราะผู้อำนวยการเขี้ยวมาก” จริงๆแล้วเราไม่ได้เขี้ยวแต่เราทำตามเอกสารหรือแบบที่กำหนดอย่างเต็มที่เท่านั้น
ขุมทรัพย์แห่งอดีต ลายแทงสู่อนาคต เป็นการเล่าสรุปภาพอดีตที่ผ่านมาและ พยายามจะฉายภาพไปสู่อนาคตของโรงพยาบาลบ้านตากในมุมมองของผม และได้บันทึกแจ้งให้กับผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านตากได้รับทราบ(รวมแล้ว 70กว่าข้อ) ดังต่อไปนี้
<ol style="margin-top: 0cm">
ในปี 2542ขณะจะสร้างอาคารผู้ป่วยในบริจาค คุณอาทร ขาวอุไร ที่ดินอำเภอบ้านตากในขณะนั้น ได้มาคุยกับผมว่า มีคนรู้จักที่นครปฐมอยากจะบริจาคสร้างตึกโรงพยาบาลเพื่อเป็นอนุสรณ์และทำบุญให้แก่น้องชาย เขาจะขอสร้างตึกผู้ป่วยในแทนหลวงพ่อแล้วเอาเงินหลวงพ่อไปซื้อเครื่องมือแพทย์ ผมก็ตอบปฏิเสธไปเพราะเจตนารมณ์เดิมของหลวงพ่อคือสร้างตึก แต่ผมก็ได้เสนอไปว่า เรายังมีความจำเป็นในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุที่คับแคบ โดยเป็นอาคารสองชั้นและจะสร้างด้านหน้าเห็นได้ชัดจากถนนใหญ่ หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนคุณอาทรก็ได้ให้ผมโทรไปหาผู้ที่จะบริจาคคืออาจารย์ทัศนีย์ เทียนทอง ผมได้โทรไปและคุยให้ฟังว่าจะทำอะไร มีประโยชน์อย่างไร ตึกเป็นแบบไหน ผมถูกถามอย่างละเอียดแต่เองจากผมเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว จึงตอบได้ โดยผมบอกว่าตึกนี้สร้างใช้เงินประมาณ 7 ล้านบาท ถ้าบริจาค 5 ล้าน แล้วผมหาเองอีก 2 ล้านก็พอทำได้ ปรากฎว่าอาจารย์ทัศนีย์ตกลงบริจาคให้มา 5.7 ล้าน ส่วนอีกเกือบ 2 ล้าน ผมก็ไปเล่าให้ท่านฮึกหาญฟังท่านก็ตกลงใจจะช่วยเราอีก ผมพาท่านมาเดินดูสถานที่ก่อสร้างด้านทิศใต้หน้าโรงพยาบาลเป็นเหวลึก 8 เมตร ท่านบอกว่าที่ลึกอย่างนี้จะไปสร้างได้อย่างไร ทำไมไม่ไปสร้างด้านทิศเหนือ ซึ่งผมเรียนท่านไปเรื่องผังหลักของโรงพยาบาลที่ออกแบบไว้ สุดท้ายท่านก็ตกลงช่วย แต่ก็ติดปัญหาเรื่องที่ดินเพราะเป็นที่ดินของชาวบ้าน 19 ไร่ เราต้องสร้างล้ำเข้าไปในที่ชาวบ้าน แต่พอไปดูที่ที่ดิน พบว่าเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะ จับจองเป็นเจ้าของไม่ได้ ผมก็ทำเรื่องขออนุมัติใช้ที่ดินจากผู้ว่าฯ แต่ชาวบ้าน 9 ครอบครัว ไม่ยอม ผมก็ขอให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน(กำนันสวงษ์กับกำนันทวี)และสมาชิกสภาจังหวัด(ยอดยิ่ง ใจมูล)และนายอำเภอไปช่วยชี้แจงให้ และบอกกับชาวบ้านว่าถ้าไม่ได้ที่ดินตรงนี้สร้างก็ไม่มีที่ก่อสร้างผมก็จะคืนเงินบริจาคเขาไป ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะติฉินนินทาผู้ที่มาจับจองที่สาธารณะเหล่านี้ได้ ทำให้ไม่ได้สร้างโรงพยาบาล สุดท้ายเขาก็ยอมและทางโรงพยาบาลก็ได้ให้สิทธิเขาและครอบครัวได้ใช้บริการฟรี นอนห้องพิเศษฟรี ออกบัตรให้ ฝากพวกเราช่วยดูด้วย อย่าละเลยสิทธินี้ของเขา พอได้ที่ดินก็มาเรื่องแบบแปลน ถ้าพวกเราจำได้เราไปดูโรงพยาบาลที่ใช้แปลนนี้กัน 3 แห่ง(แม่พริก เกาะคา ห้างฉัตร) เดินดูกันอย่างละเอียดเพื่อจะนำมาปรับแปลนของเรา เดินกันจนหมดแรง ขากลับไม่มีใครอยู่ช็อปปิ้งที่บิ๊กซีเลย หลังจากนั้นเราก็มาคุยกันว่าตึกที่มีอยู่จะทำอะไรบ้าง ตึกใหม่จะเป็นห้องอะไรบ้าง พอได้ข้อสรุป ผมก็มานั่งเขียนแปลนเองแล้วเอาไปให้ช่างวัลลภ ที่เป็นช่างคุมงานดู หลังจากนั้นก็ส่งไปให้กองแบบแผนรับรอง และก็ขอใช้วิธีพิเศษแบบเดิมเพราะกลัวจะเสียค่าฮั้วเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากเป็นที่ลึกต้องปรับโครงสร้างฐานรากใหม่ ขณะก่อสร้างก็ขอให้ทางโยธาจังหวัดตากช่วย ผมก็ไปหาด้วยตัวเองอยู่หลายรอบกว่าจะได้ฐานรากที่สมบูรณ์ พอประมาณราคาใหม่เป็น 9 ล้านบาท ผมไปเล่าให้อาจารย์ทัศนีย์ฟังที่นครปฐมและนายอำเภอพงษ์ศักดิ์ (ปัจจุบันเป็นรองผู้ว่าพิษณุโลก) ได้ให้เกียรติไปด้วย อาจารย์ทัศนีย์บริจาคเพิ่มเป็น 7 ล้านอีก 2 ล้าน พวกเราร่วมกับผู้ว่าฮึกหาญช่วยกันหาจนได้ครบ พอตึกเสร็จอาจารย์ทัศนีย์ ช่วยบริจาคครุภัณฑ์อีก 2 ล้าน จนเปิดอาคารได้ ในช่วงก่อสร้างมีช่างวัลลภเป็นช่างคุมงาน มีห.จ.ก. เวกเจริญอลูมินัม เป็นผู้ก่อสร้าง ผมกับพี่ออดจะอยู่คุมงานเกือบทุกวันตลอด ผมจำได้หมดเลยว่าแบบแปลนตรงไหนเป็นตรงไหน พอใกล้จะเสร็จช่างวัลลภมีปัญหากับผู้รับเหมา ผมเลยขอเปลี่ยนช่างคุมงานมาเป็นช่างสุชีพ ซึ่งเป็นคนที่ช่วยเรามาก ทำให้งานเดินหน้าไปได้เร็ว วันทำพิธีวางศิลาฤกษ์กลางคืนฝนตกหนักแต่ตอนเช้าตอนทำพิธีฝนหยุดให้มีท่านฮึกหาญ อาจารย์ทัศนีย์ คุณลุงสุนทร และคุณรักษ์ ตันติสุนทร มาร่วมในพิธี (น่าแปลกมากตอนที่เราจัด 31 ปี โรงพยาบาลเพื่อเปิดตัวมูลนิธิ เราก็เตรียมงานกันเต็มที่ จัดครบรอบ 4 ปีเปิดตึกนี้คือ 4 เมษายน 2548 ปรากฏว่าฝนตกหนักรอบทิศเลย แต่ที่โรงพยาบาลบ้านตากไม่ตก แต่พอทำพิธีเปิดโดยผู้ว่าฯแล้วก็แจกโล่เสร็จ ฝนก็ตกมาหนักมาก) ทางอาจารย์ทัศนีย์กับคุณลุงสุนทร ก็จะแวะมาดูการก่อสร้างเป็นระยะๆ พอตรวจรับงานครบงวดก็ส่งเอกสารไปเบิกเงินให้ผู้รับเหมา จนแล้วเสร็จและเปิดใช้ช่วงก่อนปีใหม่ 2544 และเปิดอย่างเป็นทางการโดยอาจารย์มงคล ณ สงขลา ปลัดกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น (ปัจจุบันคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) ในวันที่ 4 เมษายน 2544 วันเปิดงานตอนที่เดินชมอาคารพี่ลิขิต สถาปนิกฝีมือดีจากกองแบบแผนมาด้วย ได้พูดกับอาจารย์หมอมงคลว่าประเมินราคาแล้วประมาณ 12 ล้าน แต่เราสามารถสร้างได้แค่ 9 ล้าน ถือว่าเยี่ยมมาก มีคนบางคนในโรงพยาบาลบ้านตากไปพูดให้ผมเสียหายว่าคงได้เปอร์เซ็นต์เยอะ ผมก็ได้ให้ดูรายการรับจ่ายทั้งหมด และพี่ลิขิตก็ได้พูดให้เห็นภาพชัดเจนว่า การก่อสร้างทำได้ดีกว่าเงิน 9 ล้านที่มีอยู่เรื่องทาสีอาคารก็โชคดีมากที่ตรงกับสีเขียวที่อาจารย์ทัศนีย์ชอบพอดีโดยที่ผมเองก็ไม่ทราบอาจารย์ทัศนีย์ให้ตั้งชื่อว่าอาคารไชยกุล ไผทฉันท์ เป็นชื่อน้องชายของอาจารย์ทัศนีย์ เจ้าของเงินตัวจริงที่เสียชีวิตแล้ว อาจารย์ทัศนีย์ มีความผูกพันกับอาคารหลังนี้และโรงพยาบาลบ้านตากมาก พอคุณลุงสุนทรเสียชีวิต อาจารย์ก็จะไปไหนมาไหนลำบาก ผมก็จะให้พี่คำขับรถไปรับอาจารย์มาเที่ยวตากทุกปี ก็ฝากพวกเราช่วยดูแลต่อด้วยครับ
ตอนที่สร้างอาคารไชยกุล ไผทฉันท์ ใกล้จะเสร็จ เราก็ต้องเตรียมเรื่องการถมดินปรับที่รอบๆ ถ้าไม่ถมจะไม่สามารถเข้าไปใช้อาคารได้เพราะลึกถึง 8 เมตร ผมได้เข้าไปที่กองสาธารณสุขภูมิภาคเพื่อขอสนับสนุนงบถมดินที่ประมาณแล้ว 1 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า ไม่เคยมีใครของบถมดินเยอะขนาดนี้ ไม่น่าจะอนุมัติได้ ผมก็เลยบอกไปว่า ถ้าไม่ถมดิน แล้วใช้อาคารไม่ได้ ชาวบ้านเขาอุตส่าห์ร่วมกันสร้างมา ถ้าเขาร้องเรียนลงหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์กระทรวงฯจะเสียชื่อนะ แต่พอถึงเวลาแจ้งงบสนับสนุนปรากฏว่าเราได้งบมา 1 ล้าน ถมดินแบบบดอัดถนนเลยเพราะกลัวทรุด ผม พี่สุชีพ พี่ออด เราเดินไปดูงานตลอดทุกวันเพราะถมดินนี่ถ้าเผลอไปเราก็จะไม่เห็นแล้ว มีผู้รับเหมา 2 ราย เราก็คุยกับเขาว่าโรงพยาบาลนี่มีคนเข้ามาเยอะ ถ้าทำไม่ดี ชาวบ้านเขาไปพูดก็จะเสียหายทั้งผม คนคุมงานและผู้รับเหมาได้ สจ.สะอาดเป็นคนทำ แกก็กลัวเสียชื่อจึงบดอัดให้เราอย่างดี ถ้าเราลองเดินดูจะพบว่าดินที่ถมนี้แทบไม่มีการทรุดเลย ก่อนถมดินต้องไปขออนุญาตนายช่างแขวงการทาง (ตอนนั้นคือพี่สุชาติ) ใจดีมาก ให้ท่อลอดถนนเก่าเรามาใช้อีกเกือบร้อยท่อ ถ้าซื้อก็คงเกือบ 5 หมื่นบาท พอถมเสร็จก็ได้งบทำถนนโดยรอบอาคารทั้งหมดอีกล้านกว่าบาท ส่วนถนนทางลงด้านหลังทิศใต้นั้น เราก็ขอแขวงการทางตากมาช่วยอีก ผู้ที่คุมทีมมาช่วยทำก็คือคุณพ่อของหมออัจริยา โกศัยสุก ซึ่งตอนนั้นเป็นรองนายช่างแขวงการทางตาก ท่านบอกผมว่า ถ้าลูกสาวที่เรียนแพทย์มน.ปี 4 จบมาแล้วจะฝากให้มาอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านตาก ผมก็บอกว่าขอให้น้องเขาเลือกเถอะได้มาอยู่แล้ว(ตอนนี้หมออัจก็อยู่กับเราเป็นปีที่ 2 แล้ว) เรื่องท่อลอดตอนที่เราถมดินจะทำระบบบำบัดน้ำเสีย ผมก็ได้ไปขอพี่สุชาติ(ตอนนั้นย้ายจากตากไปลำปาง) ท่านให้มาอีก 50 ท่อพร้อมให้รถมาส่งด้วย
พอตึกใกล้เสร็จผมก็ขอระบบบำบัดนำเสีย ทางกองแบบแผนส่งทีมมาสำรวจและออกแบบไว้แล้วเกือบปี ผมกับพี่ตุ้ย พี่แจ๋ว ไปหาอาจารย์วีระ ภู่พัฒนกุล ตอนเป็นรองอธิบดีกรมอนามัย ขอช่วยตามเรื่องบก่อสร้างให้ และก็ได้งบมาก่อสร้าง ช่างสุชีพก็อยู่คุมงานให้ต่อ งานก่อสร้างค่อนข้างยุ่งและจุกจิกหยุมหยิมมากเพราะต้องขุดแนววางท่อและทำบ่อแมนโฮลตลอดทั้งโรงพยาบาลและส่วนบำบัดเองก็เป็นที่ต่ำอีก ต้องคำนวณระดับกันอย่างดี ผมได้ใส่รายละเอียดเรื่องรั้วไปเพิ่มเพื่อให้ใช้รั้วระบบบำบัดเป็นรั้วหลังรงพยาบาลได้เลย ระบบบำบัดที่เราได้มาเป็นแบบบ่อผึ่งซึ่งประหยัดไฟ ใช้พื้นที่เยอะ แต่ก็ดูแลยุ่งยากกว่าระบบอื่น เรามีแบบผังหลักของระบบบำบัดนำเสียอยู่ หากจะปรับปรุงแก้ไขขอให้ดูแบบแปลนผังหลักด้วย
ส่วนทางเชื่อมตึกจากหอผู้ป่วยหญิงไปตึกชายไปตึกไชยกุล ได้เงินบริจาคมาทำเกือบ 5 แสนบาท ส่วนทางเชื่อมข้างห้องสมุดได้งบมาทำ ผมได้ทำการปรับแบบจากทางเชื่อมปกติให้เป็นที่เห็นปัจจุบัน ช่วงก่อสร้างผู้รับเหมาก็งอแงเหมือนกัน เขาไม่ได้อ่านรายละเอียดเอกสารในวันชี้ที่ซึ่งเราได้กำหนดไว้หมดแล้ว พอดูเอกสารเขาก็ต้องทำให้เรา ผู้รับเหมาหลายคนเลยเอาไปพูดกันว่า “ก่อสร้างที่โรงพยาบาลบ้านตากนี่ยาก เพราะผู้อำนวยการเขี้ยวมาก” จริงๆแล้วเราไม่ได้เขี้ยวแต่เราทำตามเอกสารหรือแบบที่กำหนดอย่างเต็มที่เท่านั้น งบก่อสร้างแต่ละอย่างกว่าจะได้มายากมาก อย่างแฟลตพยาบาลที่อื่นยกฐานะเป็น 30 เตียงเขาก็มีกันทุกที่ แต่ของเราเป็น 60 เตียงแล้วยังไม่มี เพิ่งจะมาได้งบเมื่อปีก่อน กว่าจะหาคนสร้างและเราก็ต้องออกเงินเพิ่มอีก 2 ล้าน ตอนนี้กำลังก่อสร้าง ก็เลยกำหนดเวลามาเกือบ 2 เดือนแล้ว ฝากช่วยกันดูด้วย
ระบบประปา ได้ทำการรื้อปรับระบบและก่อสร้างถังพักน้ำใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมได้งบมา 1.5 ล้านบาท ได้วางระบบประปาใหม่ มีผังหลักเก็บไว้และระบบจะรองรับไปจนถึงขยายเป็น 120 เตียง
ระบบไฟฟ้าก็ได้ทำการขยายระบบใหม่ ได้งบมาอีกล้านกว่าบาทเช่นกัน มีเครื่องปั่นไฟสำรองที่พร้อมใช้งานมากขึ้น และผมได้ให้ทำผังหลักไฟฟ้าไว้ด้วย มีการวางสายกราวด์ไว้ และให้ทำBalance phase ไว้ ตรงนี้จะช่วยประหยัดไฟได้มาก อยากให้เข้ามาดูตรงนี้โดยการคิดค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาลเวลาบันทึกจะบันทึกเฟสที่ใช้ไฟสูงสุด ถ้าเราสามารถกำหนดเวลาเปิดใช้เครื่องไฟฟ้าที่เหลื่อมเวลากันจะทำให้ไฟของเฟสขึ้นสูง หน่วยไฟก็จะไม่ขึ้นสูง จะประหยัดค่าไฟได้
เรื่องสีทาอาคารภายนอกและภายใน เราได้กำหนดสีมาตรฐานที่เหมือนกันทุกอาคารเพื่อให้ง่ายและสะดวกในการซ่อมสี มีเบอร์สีมาตรฐานกำหนดไว้แล้ว ทางบริหารน่าจะทราบหรือถามทางพี่ออดได้
</ol></span>