
1. ลดการใช้ลิฟต์ คุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องรีบร้อนขึ้นออฟฟิศมาเพื่อตอกบัตรก่อนแล้วค่อยลงลิฟต์ไปซื้ออาหารเช้าหรือกาแฟหรือเปล่าถ้าใช่... นั่นหมายความว่าคุณกำลังใช้ไฟฟ้าสิ้นเปลืองโดยการกดลิฟต์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองตื่นให้เช้าขึ้นสิ คุณจะได้มีเวลาจัดการธุระทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นมาเข้างานได้ทันเวลา และเดี๋ยวนี้ลิฟต์ที่ทันสมัยก็มักออกแบบมาโดยแยกชั้นคู่และชั้นคี่ออกจากกัน บางตึกก็แบ่งโซนเพื่อไม่ให้ลิฟต์ต้องหยุดถี่ๆ ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากเพราะค่าไฟจะเพิ่มขึ้นตามแรงออกตัวและแรงเบรกของลิฟต์
2.ลดการใช้แอร์ แอร์ที่อำนวยความสะดวกสบายให้เราทุกวันนี้มาจากการระบายความร้อนในห้องออกไปทางพัดลม เมื่อลมร้อนๆ ไปสู่อากาศข้างนอกก็ทำให้อุณหภูมินอกห้องสูงขึ้น ถ้าอยากให้คุ้มค่าก็ควรจะรอให้เพื่อนร่วมงานมาเยอะๆ แล้วค่อยเปิด สำหรับออฟฟิศที่แอร์เย็นจนต้องใส่เสื้อกันหนาวแนะนำว่าลองเพิ่มอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นกว่าเกิมสัก 1-2 องศาเซลเซียสจะช่วยประหยัดไฟได้ถึงเดือนละ 120 บาท หนึ่งปีก็ประหยัดได้ 1,440 บาท (ในกรณีแอร์เครื่องเล็ก) และในช่วงที่ไม่มีคนอยู่ก็ควรปิดแอร์ กรณีที่ปิด 1 ล้านเครื่องวันละ 1 ชั่วโมง หนึ่งปีสามารถประหยัดได้ 5 พันล้านบาท
3.ลดการใช้น้ำมัน หลายคนที่เวลารถเสียแล้วต้องใช้บริการรถสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดินต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "สบายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องบ่นทุกเช้าว่ารถติด" หรือไม่ก็ "ไม่ต้องลำบากกับการวนหาที่จอดรถนานๆ แถมยังเสียเวลาอีกต่างหาก" การประหยัดน้ำมันนอกจากจะช่วยลดปริมาณก๊าซพิษในอากาศแล้วยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย
4.ปิดสวิตซ์และดึงปลั๊ก ก่อนกลับบ้านอย่าลืมปิดเครื่องและดึงปลั๊กเครื่องถ่ายเอกสาร, คอมพิวเตอร์, พริ้นเตอร์, วิทยุ ฯลฯ ออกด้วยเพราะการเสียบปลั๊กทิ้งไว้ก็เท่ากับกระแสไฟฟ้าก็ยังคงต้องเดินอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองเหมือนกัน