(สร้อย) สาวน้อยบ้านนา สปาบ้านทุ่ง สาวน้อยบ้านนา สปาบ้านทุ่ง สวมใส่ผ้าถุง ฟังเพลงลูกทุ่งไทย ฉันอยู่กับโคลน กับสายลมดี ดี อยู่กับนทีบ้านริมฝั่งคลอง อยู่กันพร้อมหน้า เครือญาติพี่น้อง แสงสีไม่ต้องบดบังน้ำใจ
สวยแบบไทย ไทย ชาวไร่ชาวนา เพราะโคลนเปื้อนหน้า ฉันจึงหน้าใสมะขาม มะกรูด ขัดผิวกันเข้าไป ขมิ้นชันไง พอกให้ผิวเนียน
(สร้อย)
* น้ำแร่ไม่มี น้ำนมไม่ต้อง ฉันแช่น้ำคลอง นวดขี้ผึ้งหอมเทียน กลิ่นสมุนไพรหอมติดใจไม่เปลี่ยน เรือนร่างก็เนียนนวดด้วยสมุนไพร
เดินด้วยกะลาคือนวดฝ่าเท้า พอได้บรรเทาช่วยให้ผ่อนคลาย เป็นภูมิปัญญาของปู่ย่า ตายาย อยู่กับนาไร่ และสปาบ้านทุ่ง
************************************
สร้อย 2 ครั้ง / * / สร้อย 1 ครั้ง
ฟังเพลงนี้ทีไรนึกถึงสมัยเด็กๆทุกทีเลย ตอนนั้นที่บ้านยังมีอาชีพทำนาอยู่ นึกถึงแล้วกลิ่นอายของความเป็นลูกทุ่งเป็นธรรมชาติก็โชยเข้ามาแตะจมูก หวนคิดถึงบรรยากาสเก่าๆ เมื่อก่อนแถวถนนลพบุรีรามเมศวรเต็มไปด้วยป่า แต่พอความเจริญเข้ามาตอนนี้แถวบ้านมีโรงงานผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด คนแถวบ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครทำนากันแล้ว หรือจะมีก็จำนวนน้อย เด็กสมัยนี้จะไม่รู้จักวิธีการทำนาเหมือนสมัยก่อน ไม่ได้สัมผัสถึงความอ่อนโยนของธรรมชาติ ทำให้เค้าไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ และที่สำคัญที่จะหายไปพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าที่เพิ่มเข้ามา ก็คือ ภูมิปัญญาของปู่ยา ตายาย ที่สืบทอดต่อๆกันมา คิดแล้วก็เศร้าใจไปทุกที เพราะสังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับวัตถุมากกว่าจิตใจ แต่ถ้าเรายังยึดติดกับสิ่งเดิมไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับสังคมปัจจุบัน ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้อีก ดังนั้นเราควรเข้าเมืองตาหลิ่ว จึงต้องหลิ่วตาตาม แต่การปรับตัวก็ควรปรับแบบที่ตนเองไม่เดือดร้อน เพือน สังคมไม่เดือดร้อน ปรับแบบพอเพียงให้เหมาะสมกับยุคสมัย และสิ่งที่ควรจะให้คงอยู่ตลอดไปไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปสักกี่ยุคกี่สมัย คือ น้ำใจ เพราะน้ำใจไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องสร้างเอง สังคมใดมีน้ำใจ มีความเอื้อเฟื้อ สามัคคี สังคมนั้นจะมีแต่ความเจริญ และพัฒนาไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ