เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ มีการประชุมเปิดตัวโครงการบริหารจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ที่ดอนเมือง เพื่อชี้แจงนโยบายแก่หน่วยงานและหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง
ได้เวลา ๐๙.๑๐ น. พิธีกรชี้แจงกำหนดการประชุม พอถึง ๐๙.๑๕ น. ก็มีการฉายวีดิทัศน์ ที่แสดงให้เห็นถึงขนาดและความรุนแรงของปัญหาโรคเบาหวาน สภาพของผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนทั้งทางตา ไต เท้า รวมทั้งภารกิจเชิงรุกเพื่อพิชิตเบาหวาน เรื่องราวของศูนย์สุขภาพชุมชนตะพง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นสมาชิกตลาดนัดความรู้ครั้งแรกของเครือข่ายเรา
ต่อจากนั้นมีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมควบคุมโรค รวมทั้งสมาคมวิชาชีพ (สมาคมเบาหวาน สมาคมต่อมไร้ท่อ) โดยมี นพ.มรกต กรเกษม รมช. กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน
พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ |
รมช. กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวเปิดการประชุมโดยย้ำให้เห็นความสำคัญของภาวะโรคเบาหวานที่บ้านเมืองกำลังเผชิญอยู่ ทั้งในด้านของจำนวนผู้ป่วย อายุที่ต่ำลงของผู้ป่วย การเข้าถึงบริการ สาเหตุสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ท่านบอกว่าคนไทยกินน้ำตาลมากขึ้น คนหนุ่มคนสาวเติมน้ำตาลในก๋วยเตี๋ยวในปริมาณที่น่าตกใจ “ไม่ใช่เป็นช้อนชา แต่เป็นช้อนแกง” และไม่ลืมที่จะบอกว่า รมต.ให้ความสำคัญเรื่องเบาหวานมากๆ พูดใส่หูว่ามีแนวคิดของการทำงานนี้มีเป้าหมายที่มุ่งหวังเพื่อ (๑) ลดการเกิดโรค (๒) ลดภาวะแทรกซ้อน และ (๓) ลดการตายให้ต่ำลง
กลไกในการดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูง ต้องมีกรรมการนโยบายที่มาจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน ภาคีเครือข่ายที่ดำเนินการอยู่แล้ว และต้องมีสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ ที่ทำหน้าที่ประสานงาน ติดตาม และประเมินผล
จบพิธีการแล้วเป็นการพัก รับประทานอาหารว่าง
๑๐.๑๐ น. เริ่มประชุมในหัวข้อทิศทางนโยบายการควบคุมป้องกันเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานในประเทศ โดย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาเล่าว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเรื่องเบาหวานอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ได้พยายามทำให้เป็นระบบมากขึ้น มีการตั้งคณะทำงาน ยกร่างแผนเบาหวานแห่งชาติ และนำเสนอทิศทางนโยบายแผนเบาหวาน สิ่งที่พยายามจะทำคือให้มีเป้าประสงค์ร่วมกัน ๓ เรื่อง (ตามที่ รมช. ได้กล่าวแล้ว) ประเด็นยุทธศาสตร์ รวมทั้งกิจกรรมหลักๆ ๖ เรื่องที่จะมีการดำเนินการ
พญ.ฉายศรี สุพรศิลป์ชัย ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงมุมมองของกรมควบคุมโรคที่ไม่เพียงมองแต่จำนวนผู้เป็นเบาหวาน (ก้อนน้ำแข็งที่อยู่เหนือน้ำ) เท่านั้น แต่ยังมองไปถึงส่วนที่อยู่ใต้น้ำ เช่น ค่าใช้จ่ายและภาระพึ่งพิง สถานะเรื้อรังและภาระการบริการ นำเสนอจำนวนการตายในทุกโรคที่มีผลมาจากเบาหวาน ความสำคัญคือกำลังอยู่ในระยะการระบาดใหญ่ จำนวนการป่วยและตายยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาขยายครอบคลุมทุกพื้นที่ อายุที่เริ่มมีความเสี่ยงและเป็นโรคน้อยลง และยังเชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง (เบาหวานไม่ได้อยู่คนเดียว มีเพื่อนเยอะ) เป้าหมายการป้องกันควบคุมคือลดการเกิดโรคโดยผ่านการป้องกัน มีนโยบายสนับสนุนการป้องกันควบคุม สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็น
นพ.วินัย สวัสดิวร รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่าจากทิศทางและนโยบายของ สธ. หลักๆ เน้นนอกโรงพยาบาล ภาพใหญ่ของการควบคุมป้องกันให้ได้ผลไปเกี่ยวกับเรื่องทางสังคมและพฤติกรรม สปสช.จะมีบทบาทอย่างไรบ้าง
- หากจะดำเนินการเรื่องเบาหวานให้มีประสิทธิภาพ การจัดการงบประมาณต้องเปลี่ยนรูปแบบ
- การใช้งบ P&P จะมีกองทุนตำบลที่ไปร่วมกับ อบต. ปี ๕๑ จะมีการขยายตรงนี้มากขึ้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีบทบาทสำคัญ
- การจัดการดูแลผู้ป่วย ค่าใช้จ่ายที่เหมาจ่ายรายหัวต้องจัดระบบใหม่คือเฉพาะโรค แยกงบดูแลเบาหวานออกมาเป็นเงินอีกกองหนึ่ง สิ่งที่ต้องทำคือพัฒนาระบบการลงทะเบียน พัฒนาหน่วย primary care ให้เป็นจุดสำคัญของการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
- ทำอย่างไรให้มี early detection ของภาวะแทรกซ้อน เช่น การตรวจ HbA1C การตรวจ fundus การตรวจ cholesterol การจะพัฒนาเรื่องนี้ต้องใช้งบและต้องตัดสินใจเชิงนโยบายว่าอะไรที่ cost-effective จึงต้องทำ pilot ๓ จังหวัดในเรื่องที่ยังไม่แน่ใจ เพื่อดูว่าการจัดการแบบนี้ cost-effective จริงหรือไม่ ก่อนที่จะไปชวนกรมบัญชีกลาง สำนักงานประกันสังคม มาร่วมด้วย
- หลักๆ คือ สปสช.ต้องจัดระบบงบประมาณให้มามีบทบาทร่วมในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน พัฒนาระบบการคัดกรอง พัฒนาระบบการลงทะเบียน เป็นต้น
พอวิทยากรพูดจบก็มีคำถามและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าประชุม เช่น ตัวเลขจำนวนผู้ป่วยคาดการณ์ทั้งจังหวัด (UC) จะเอามาคำนวณจัดงบหรือเปล่า การเอางานรักษาไปใส่ที่ สอ. ขณะที่จำนวนเจ้าหน้าที่ลดลง ควรเพิ่มค่าจ้างบุคลากรเป็นงบเข้าไปด้วย ทักท้วงให้ข้อมูลในคู่มือระบุส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขอำเภอ
เวลา ๑๑.๒๐ น. ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการโครงการ บรรยายเรื่องนวัตกรรมการดูแลเบาหวานและการป้องกัน เดินเรื่องตามอริยสัจ ๔ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค สรุปท้ายว่าการจัดการเบาหวานคือการจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมัน ความดัน และอ้วน
ศ.พญ.วรรณี นิธิยานันท์ ขอเวลาเพื่อกล่าวถึงบทบาทของสมาคมเบาหวานและสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย ในการรณรงค์เรื่องเบาหวาน และแจ้งว่าจะมีงานมหกรรมเบาหวานในวันที่ ๒๐-๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๐
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐