และแล้ววันเดินทางก็มาถึง... แต่ก่อน เวลาเราจะพาเด็กไปเที่ยวไหนไกลๆ ตื่นเช้าขึ้นมาเราก็จะแซวเขาว่า เป็นไงเมื่อคืนนอนหลับไหม แต่คราวนี้เราเป็นเสียเองคือตื่นเต้นนอนไม่หลับ ก็พยายามเข้าข้างตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่า นอนไม่หลับเพราะญาติมากันเต็มบ้าน คืนนั้นครึกครื้นเป็นวันรวมญาติไปในตัว เพราะที่บ้านมีการทำบุญเล็กๆก่อนออกเดินทางด้วย
เก้าโมงเช้านัดเจอกันที่บ้านแซะห์ซึ่งอยู่ในละแวกบ้านนั่นแหละ เพราะท่านเป็นโต๊ะอิหม่ามของหมู่บ้านด้วย ในกลุ่มทั้งหมดมีกัน 15 คนรวมทั้งตัวแซะห์ น้องสาวของแซะห์ซึ่งเคยไปอยู่ทีเมกกะหลายปี ก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเครือญาติกันทั้งนั้น สามคนแรกมีปู่ย่าคนเดียวกัน สามคนที่สองก็มีตากับยายเป็นคนเดียวกัน สามคู่เป็นพี่กับน้อง สองคู่เป็นสามีภรรยา (ขอนับญาติแค่นี้พอนะ) มีที่เป็นพี่เบิ้มจริงๆแค่ห้าคน นอกนั้นโตมาด้วยกันเรียนมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นท่านลองนึกภาพดูว่า เวลารวมก๊วนกัน อะไรจะเกิดขึ้น มีคนแซวว่า บนเครื่องบินนั่งแยกๆกันหน่อยนะ ถ้านั่งใกล้ๆกันเดี๋ยวเครื่องบินจะแตก หลังจากที่ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ ก็แยกย้ายกันรถใครรถมัน รถวิ่งออกจากหมู่บ้านไปสนามบินเป็นขบวนยาว นึกแล้วยังตื่นเต้นไม่หาย วันนั้นคนในหมู่บ้านมาส่งที่สนามบินหาดใหญ่เกือบทั้งหมู่บ้าน คนแน่นเต็มไปหมดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
ในวันเดินทางกลุ่มของเราที่เป็นผู้หญิงแต่งตัวฟอร์มเดียวกันหมด ทำให้มีผลดีหลายอย่างตามมาคือ นอกจากจะดูเรียบร้อยแล้ว ที่สนามบินหลังจากที่ได้เวลาเขาเรียกเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร ตอนเราเดินออกจากเต็นท์จะเดินกันเป็นแถว ผู้คนก็จะหลีกทางให้เพราะเขาจะทราบว่าเราคือฮุจยาต ทำให้เราเดินได้สะดวก ซึ่งจะต่างกับแซะห์อื่นที่แต่งตัวหลากหลายรูปแบบ ค่อนข้างจะโกลาหลพอสมควร เพราะต้องเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป กว่าจะผ่านผู้คนไปได้ก็เล่นเอาเหงื่อโซมเหมือนกัน และที่เด็ดกว่านี้คือที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสนามบินเมืองเจดดาร์ จะเล่าให้ฟังในบันทึกต่อไป

เราขึ้นเครื่องประมาณห้าโมงเย็น ตอนขึ้นเครื่อง(โบอิ้ง 747) ซึ่งเป็นการเช่าเหมาลำ ทำให้เราเลือกที่นั่งได้ตามสะดวก ไม่ต้องนั่งตามเลขที่นั่งในตั๋ว เราโชคดีที่ได้ขึ้นในลำดับแรกๆจึงมีโอกาสเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ เราเลือกเอาแถวแรกๆ ตอนหน้า ที่นั่งหนึ่งแถวพอดีสิบคน คือจะเป็น 3-4-3 ผู้เขียนนั่งขวามือสุดอยู่บนปีกเครื่องพอดี อายจังที่จะบอกว่า ผู้เขียนเมาเครื่องด้วยแหละ ตอนที่คุณน้องแอร์แจกยาดมก็ยังสบายๆอยู่ สักพักอาการเริ่มมา ต้องมองนอกเครื่องตลอดหันหน้ามามองในเครื่องไม่ได้เลย ลูกอมก็แล้ว หมากฝรั่งก็แล้ว สุดท้ายต้องกินยาแก้เมา กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติก็เกือบครึ่งชั่วโมง ผู้เขียนหันไปดูฮุจยาตคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่แถวหลังซึ่งปกติก็ดูหล่อเหลาเอาการ แต่ตอนนี้หน้าดูไม่จืดเลย
หลังจากกินข้าวเสร็จผู้เขียนหลับเป็นตาย เป็นเพราะฤทธิ์ของยาแก้เมาแน่ๆเลย ประกอบกับก่อนหน้าเดินทางผู้เขียนพักผ่อนน้อยด้วย อ้อ! มีคนเป็นลมด้วยเป็นผู้สูงอายุ เป็นคนหมู่บ้านเดียวกับผู้เขียนแต่สังกัดคนละแซะห์ คงจะอาการหนักพอดูเพราะต้องให้ออกซิเจนด้วย เราถึงสนามบินเมืองเจดดาร์เวลาตีสองกว่าๆในบ้านเรา แต่เวลาของซาอุฯจะตามหลังเราประมาณสี่ชั่วโมง คือประมาณสี่ทุ่มกว่าๆค่ะ