กระรอกกระโดดเล่นบนพุ่มไม้ จากต้นโน้นไปต้นนี้ จากต้นนี้ไปต้นนั้น ชีวิตกระรอกไม่เคยอยู่นิ่ง ถ้าจะนั่งนิ่ง กระรอกก็จะเอามือทั้งสองขึ้นมาแทะเล่น วันนี้ ขณะที่กระรอกกำลังกระโดดอยู่นั้น ตาก็เหลือบไปเห็นนกเค้าแมวจับอยู่บนกิ่งไม้ ความนิ่งสงบของนักเค้าแมวกลายเป็นความสนใจของกระรอก ให้นึกฉงน หันขวับกระโดดไปสู่เป้าหมาย และไปหยุดอยู่ตรงหน้านกเค้าแมว “นี่ลุง ลุงยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม” เสียงกระรอกถาม ขณะที่นกเค้าแมวลืมตาขึ้นและพูดขึ้นว่า “จะให้ฉันรีบตายไปถึงไหนล่ะเจ้ากระรอกน้อย”“ก็เห็นลุงหลับตานิ่งอยู่ ทำไมจึงไม่เคลื่อนไหว้บ้างล่ะ”“จะเคลื่อนไหวไปไหนล่ะ ถ้าจะเคลื่อนไหวก็ควรเคลื่อนไหวให้เป็นประโยชน์ มิใช่สูญเสียกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์” นกเค้าแมวกล่าว “ก็ดูเหมือนลุงนิ่งเหมือนก้อนหิน”“เจ้าเคยเห็นก้อนหินเคลื่อนไหวไหมล่ะ”“ไม่เคยเห็นครับลุง”“ถ้าอย่างนั้น เจ้าจงไปที่หน้าผา จงจ้องดูหน้าผานั้นทั้งวัน ระหว่างที่เจ้าหยุดนิ่ง เจ้าจะเห็นความเคลื่อนไหวของก้อนหิน”“จริงหรือลุง งั้นขอลาไปดูก่อนนะ” จากนั้นกระรอกก็แสดงความเคารพนกเค้าแมว ก่อนวิ่งกระโจนไปสู่หน้าผาอย่างที่นกเค้าแมวบอก
กระรอกนั่งนิ่งหันหน้ามองหน้าผาตั้งแต่เช้าจรดเย็น เขาพบว่า “ท่ามกลางความนิ่ง มีความเคลื่อนไหวอยู่จริงๆ ความเคลื่อนไหวทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นปรากฏการณ์ของสิ่งรอบตัว เมื่อไรที่เรานิ่ง เราจะพบความเคลื่อนไหว เมื่อไรที่เราเคลื่อนไหว เมื่อนั้นเราจะวกวก ดิ้นรน อยู่ร่ำไป”
สวัสดีค่ะ
เป็นสัจธรรมนะคะ
ความรู้ต่างๆเกิดจากะธรรมชาติและวิถีของสิ่งมีชีวิตรอบๆตัวเราในเรื่องนี้สอนอะไรให้เราบ้างลองคิดดู
นิทานของคุณครูมีข้อคิดมากๆเลยค่ะ หนูจะคอยอ่านนิทานเรื่องต่อไปนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
น้องจิ
ร่างกายจะแข็งแรงต้องเคลื่อนไหว
จิตใจจะแข็งแกร่งต้องหยุดนิ่ง
ขอบคุณครับ
“ท่ามกลางความนิ่ง มีความเคลื่อนไหวอยู่จริงๆ ความเคลื่อนไหวทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นปรากฏการณ์ของสิ่งรอบตัว เมื่อไรที่เรานิ่ง เราจะพบความเคลื่อนไหว เมื่อไรที่เราเคลื่อนไหว เมื่อนั้นเราจะวกวก ดิ้นรน อยู่ร่ำไป”