เจอบทความน่าอ่านโดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ครับ
ผมอยากแนะนำให้ผู้สนใจเรื่องการอุดมศึกษา อ่านบทความนี้ให้ได้ครับ แต่ไฟล์ที่พบเป็น Flash Paper คือเวลาจะอ่านต้องอ่านด้วย Flash Player ซึ่ง browser ส่วนใหญ่อ่านได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่พอเปิดดูแล้ว อาจจะต้องขยายขนาดหน้าต่างออก เพราะตัวหนังสือตัวเล็ก
ตัดตอนมาเฉพาะที่บทความเน้นไว้ครับ
- การขยายตัวเชิงปริมาณ ภายใต้ความจำกัดด้านทรัพยากรทั้งการเงิน บุคลากร และเทคโนโลยี มีผลโดยตรงต่อคุณภาพ
- วิกฤตคุณภาพที่มีอยู่แล้วจะรุนแรงยิ่งขึ้น
- การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษาโดยคิดตามรายหัวจำนวนนิสิตนักศึกษา มีผลให้สถาบันอุดมศึกษาเพิ่มจำนวนรับโดยละเลยคุณภาพ
- บุคคลหรือสังคมที่มีความรู้และเทคโนโลยีสามารถก้าวไปไกลและรวดเร็วกว่าผู้ที่ขาดความรู้และไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้
- ประเทศที่มุ่งใช้อุดมศึกษาเป็นเพียงเครื่องมือและหนทางที่จะนำความรู้และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นมาใช้ โดยไม่สร้างการวิจัยของตนเองขึ้นจึงอยู่ในฐานะเสียเปรียบและเป็นเบี้ยล่าง ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
- ความรู้ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จำกัดอยู่กับนักวิชาการ แต่เป็นสมบัติสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้
- ภูมิปัญญาดั้งเดิม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ แต่เป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้นั้นเป็นที่ยอมรับและให้ความเชื่อถือยิ่งขึ้นกว่าเดิม
- ความรู้ที่เป็นองค์รวม เน้นพอดี ทางสายกลางตรงตามแนวตะวันออกน่าจะเป็นคำตอบของมนุษยชาติในอนาคต
- การวิจัยจึงมีบทบาทในสังคม ที่จะมีส่วนทำให้ประชาชนคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล ไม่ถูกหลอก และไม่หลงงมงาย
- บทบาทในการเป็นที่พึ่งของสังคมในฐานะสถาบันที่เป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
- การจัดการอุดมศึกษาในเชิงธุรกิจได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
- การให้บริการอุดมศึกษาข้ามชาติในรูปแบบต่างๆนี้เป็นเสมือนการส่งออกสินค้าที่เป็นแหล่งรายได้และแหล่งเงินตราต่างประเทศ
- ผู้ที่เก่งกว่าอยู่รอดและผู้ที่แพ้ต้องขาดทุนและปิดกิจการไป
- การคืบคลานเข้ามาผ่านระบบอุดมศึกษาจะมีผลต่อสมองของชาติ
- กลไกภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมาภิบายจะมีส่วนสำคัญมาก
- ต้องมีโครงสร้างใหม่ที่อยู่ในแนวราบไม่ใช่แนวตั้ง รวมทั้งกลไกในการจัดการข้ามศาสตร์
- มหาวิทยาลัยใดสามารถปรับโครงสร้างและการดำเนินงานได้ ก็จะเจริญและอยู่รอดได้
- การปรับเปลี่ยนในระดับบุคคลเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดความสำเร็จในอนาคต อาจารย์นักวิชาการและนักวิชาชีพ จะเป็นผู้ที่มีทั้งความลึกและความกว้าง
Conductor.....
อ่านแล้วก็นึกถืง มจร. ที่อาตมาสอนอยู่ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีระบบการบริหารแบบวัดๆ....
นึกถึงการทำวิจัยที่เน้น ความรู้เพื่อความรู้ ซึ่งรู้สึกว่าสังคมไทยให้ความสำคัญด้านนี้น้อย ก็คงจะน้อยลงไปอีก....
นึกถึงวิชาการสายศิลปศาสตร์เช่น ปรัชญา ศาสนา วรรณคดี ... ซึ่งกำลังถูกมองว่าไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสถานศึกษา.....
การเมืองในสถานศึกษาคงจเข้มข้นและรุนแรงยิ่งขึ้น...
.... ฯลฯ...
เจริญพร
สาธุ
เพราะเป้าผิดเพี้ยน บทบาทจึงผิด หน้าที่ก็ผิด ผลลัพท์ก็ผิดไงครับ สิ่งที่ มจร.ทำ ก็เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว
ผมเรียกพระอาจารย์ว่าพระอาจารย์ก็เพราะพระอาจารย์เป็นพระที่เป็นอาจารย์ไงครับ
"ความผิดพลาด"(ผมไม่ชอบคำนี้เลยจริง ๆ) เราคงจะโทษเพียงระดับอุดมศึกษาเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้
"ต้นไม้แม้สูงใหญ่แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม หากรากไม่แข็งแรงแล้ว โอกาสล้มก็เป็นไปได้สูง"
อ๋อ ผมไม่โทษใครคนเดียวหรอกครับ มันง่ายไปหน่อย ผมหวังว่าคุณอุทัยจะไม่ชอบมาตั้งแต่หัวขบวนด้วย (เป้าหมายที่ผิดเพี้ยน:การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษาโดยคิดตามรายหัวจำนวนนิสิตนักศึกษา…)