โดยเมื่อปี 2004 ฝรั่งเศสได้ออกกฏหมายห้ามการคลุมฮิญาบของมุสลิมะห์ ในโรงเรียน สถานที่ราชการ และองค์กรต่างๆ

<div align="justify">

หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์จากยูโกสลาวียเป็นระยะเวลายาวนานนับสิบปี ขณะนี้การแต่งตัวที่เรียบร้อยของสตรีที่ปกปิดเรือนกายของพวกนางด้วยอาภรณ์ที่เรียกว่า "ฮิญาบ" นั้นกำลังกลับมาปรากฏอีกครั้ง

 

"การคลุมฮิญาบ ทำให้ฉันดูเหมือนพวกหัวรุนแรงและดูน่ากลัว ฉันจึงไม่สามารถไปเรียนที่ฝรั่งเศสได้" อัลมา นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี

 

โดยเมื่อปี 2004 ฝรั่งเศสได้ออกกฏหมายห้ามการคลุมฮิญาบของมุสลิมะห์ ในโรงเรียน สถานที่ราชการ และองค์กรต่างๆ

 

ตั้งแต่นั้นมา การแต่งกายที่เรียกว่าฮิญาบของหญิงชาวมุสลิม จึงตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาประเทศในแถบยุโรป

 

อัลมามุสลิมผู้แต่งกายเรียบร้อยของผ้าคลุมฮิญาบสีม่วงอมน้ำตาลวัย 25 ปี กล่าวว่า "อันที่จริงผู้หญิงหรือใครที่ใส่กระโปรงหรือแต่งตัวยังไงก็ตามนั้นมันไม่ได้ก่อปัญหากับฉันหรอก แต่ฉันก็คาดหวังเค้าจะเข้าใจถึงสิ่งที่ฉันเป็น"

 

ในอดีตการคลุมฮิญาบของชาวบออสเนีย ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวียนั้น จะนิยมในหมู่เกษตรกรที่ค่อนข้างมีอายุ

 

ตั้งแต่สงคราม 1992-1995 การคลุมฮิญาบของมุสลิมะห์ (สตรีมุสลิม) กลายเป็นสิ่งที่มีการปฏิบัติกันอย่างกว้างขวางบนท้องถนนของกรุง ซาราเจโว ที่สำคัญที่มีจำนวนมากมุสลิมที่ยึดมั่นในศาสนาอยู่ที่นั่นจำนวนมาก

 

ภายใต้ระยะเวลาความรุนแรงที่เกิดขึ้นยาวนาน 43 เดือน ที่ชาวมุสลิม 2 แสนคนที่ยืนหยัดต่อสู้เรียกร้องสิทธิในการอยู่อาศัยบนแผ่นดินของตนเอง ขณะที่อีก 2 ล้านคนต้องอพยพหลบหนี้ความโหดร้ายของชาวเซิร์บ

 

จนในที่สุด สหประชาชาติ จึงเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากกองกำลังชาวเซิร์บได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ชาวมุสลิมไปกว่า 8 พันคน ซึ่งส่วนมากเป็นเด็ก

 

จากข้อตกลงสันติภาพ Dayton ได้มีการแบ่งแยกแผ่นดินยูโกสลาเวียออกเป็น ประเทศบอสเนีย ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวมุสลิม และชาว Croat และสาธารณรัฐเซิร์บของชาวเซิร์บ

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีคริสเตียน นิกายออโทดอก และแคทอลิก ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ แสดงความไม่เห็นด้วย

 

ใน เมืองทิศเหนือที่ถูกแบ่งเป็นชนเผ่าของ Brcko เกิดปัญหาความขัดแย้งในเรื่องศาสนาขึ้นระหว่างอาจารย์ชาวเซิร์บและนักจิตวิทยามุสลิม ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง

 

นักจิตวิทยาชาวมุสลิม Semsa Ahmetspahic กล่าวว่า "เพื่อนร่วมงานของฉัน ปฏิเสธที่จะให้ฉันได้เข้าเยี่ยมเยียนเด็กนักเรียนตามปกติของฉันในชั้นเรียนของเขาเพราะว่าผ้าคลุมฮิญาบของฉัน"

 

" เราพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ทจะนำไปสู่ความขัดแย้ง" เธอกล่าว

 

Brcko และ ภูมิภาคนั้นมีชาวมุสลิม ชาวเซิร์บ และชาวโครเอเชีย อาศัยอยู่ร่วมกัน ภายใต้การควบคุมของกองกำลังสันติภาพของสหประชาชาติมาตั้งแต่ปี 2000

 

มันระบบการปกครองตนเองจากประเทศที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว

 

นาย มิลาน พูริค ผู้แทนเซิร์บในสภาของเมือง ต้องการที่จะออกกฏหมายที่จะบังคับห้ามไม่ใช้สตรีชาวมุสลิมคลุมฮิญาบในแผ่นดินดังกล่าว

 

เขากล่าวว่าปัญหาความแตกแยกเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งในแผ่นดินแห่งนี้

 

ในแผ่นดินบอสเนีย ที่มีผู้คนอยู่อาศัยประมาณ 3,800,000 คน 40 เปอร์เซนต์คือชาวมุสลิม 31 เปอร์เซนต์คริสต์ และ10 เปอร์เซนต์คาทอลิก.
ข้อมูลจากเว็บไซด์ อิสลามออนไลน์ แปลโดยเจ้าหญิงน้อยฟาร่า

</div>