หลังจากที่รับภาระหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากมาเป็นเวลา 10 ปีเต็ม พยายามที่จะวางผู้ที่จะมารับหน้าที่ต่อ แต่ก็ทำได้ยากในภาคราชการ สุดท้ายได้คุณหมอสุวิชัย สุทธิมณีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามเงา ย้ายมาทำหน้าที่แทน
เรากำหนดวันส่งมอบงาน ส่งมอบตำแหน่งกันในวันที่ 19 มิถุนายน 2550 ซึ่งเกินสิบปีไป 1 เดือนเต็มพอดี ก่อนส่งมอบงาน ผมอยากจะไปประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็ติดภารกิจต่างจังหวัด
ผมได้ร่วมประชุมคณะกรรมการประสานงาสาธารณสุขอำเภอบ้านตากในวันที่ 15 มิถุนายน โดยพี่มนัส สาธารณสุขอำเภอบ้านตากได้กล่าวว่า จะพยายามสานต่อแนวคิดที่ผมเคยฝันไว้คือการทำโรงพยาบาล 9000 เตียง โดยทำให้เตียงนอนที่บ้านชาวบ้านเป็นเตียงของโรงพยาบาล ญาติหรือสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ดูแลคนไข้
ผมนัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลและคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลบ้านตากในวันที่ 18 มิถุนายน ช่วงเช้า ได้แจ้งให้ทางกรรมการทุกท่านทราบ ทางเลขานุการได้แจ้งเรื่องกรรมการที่ยังว่างอีก 1 ตำแหน่งคือกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุขหรืออดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งทางอาจารย์จรวย ประธานก็ได้หารือและขอมติที่ประชุมแต่งตั้งผมเป็นกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลในตำแหน่งที่ว่าง
ส่วนกรรมการมูลนิธิฯนั้น ถือเป็นนิติบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของโรงพยาบาลและในข้อบังคับได้กำหนดไว้อยู่แล้วว่า ให้ผู้อำนวยการที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฯเป็นกรรมการตลอดไป ผมจึงยังคงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโรงพยาบาลบ้านตากต่อไป
ในภาคบ่าย มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลบ้านตากโดยมีผมเป็นประธานเป็นครั้งสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาก ผมได้พยายามรวบรวม เรียบเรียงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาและทิศทางแนวโน้มในอนาคตของโรงพยาบาลบ้านตากไว้ในวาระประธานแจ้งให้ทราบจำนวนเกือบ 70 เรื่อง เพื่อหวังจะให้เป็น “ขุมทรัพย์แห่งอดีต ลายแทงสู่อนาคต” ของชาวโรงพยาบาลบ้านตาก พี่ติ้งหัวหน้าวอร์ดหญิงได้ถามผมว่า หมอจะทำนายอนาคตของโรงพยาบาลบ้านตากว่าอย่างไร และหมอจะแนะนำอย่างไร โรงพยาบาลบ้านตากควรทำอย่างไร ซึ่งผมเองได้ตอบไปว่า “ผมคิดว่าเราทำนายอนาคตไว้ไม่ได้ แต่เรากำหนดอนาคตได้” และขอให้ชาวโรงพยาบาลบ้านตากได้อ่านสิ่งที่ผมแจ้งไว้นี้อย่างละเอียด อย่างพินิจพิจารณา อย่างวิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยใจที่เปิดกว้าง คำตอบจะอยู่ในนั้น
ในวันที่ 19 มิถุนายน ช่วงบ่ายมีการนัดประชุมเจ้าหน้าที่โดยมีหมอสุวิชัยเป็นประธานการประชุม ผมได้มีโอกาสเข้ามาอำลาตำแหน่งด้วยประมาณ 15 นาที ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมจนเสร็จเพราะต้องรีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
ตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป ผมก็ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน หรือเรียกย่อๆว่า ผชช.ว. เต็มตัว
ผมจะได้ทะยอยนำเอาสิ่งที่ผมฝากให้ชาวโรงพยาบาลบ้านตากไว้ในวันประชุม กบร. ก่อนส่งมอบงาน 70 กว่าข้อ ที่เรียกว่า "ขุมทรัพย์แห่งอดีต ลายแทงสู่อนาคต" มาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ