จากการที่ผมและทีมงานได้ไปบรรยายที่อุบลให้กลุ่มงานเอดส์ของ สคร.7 เมื่อเดือนก่อน ก็มีลูกติดพัน ทางพี่เป็ด ทีมสนับสนุนวิชาการของ สคร.7 ขอเชิญผมกํบทีมอีก 3 คน มาบรรยายและทำกลุ่มKMให้กับทีมงานใน สคร. 7 โดยเฉพาะ แต่เนื่องจากหาวันว่างในวันราชการไม่ได้ จึงต้องใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ 30 กับ 1 นี้แทน โดยจัดที่โรงแรมแก่งสะพรือ ริเวอร์ไซด์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำมูลโดยตารางอบรม มีดังนี้
กำหนดการฝึกอบรมวิทยากรการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2550
ณ โรงแรมแก่งสะพือริเวอร์ไซด์ จ.อุบลราชธานี
วันที่ 30 มิถุนายน 2550
เวลา 08.30 – 09.00 น. - ลงทะเบียน
เวลา 09.00 – 09.30 น. - กล่าวรายงาน โดย นางมนัสนันท์ ลิมปวิทยากุล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมสนับสนุนวิชาการ
- กล่าวเปิดการอบรม โดย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ผอก.สคร.7 อุบลราชธานีเวลา
09.30 – 14.30 น. บรรยาย โดย นพ.พิเชฐ บัญญัติ นายแพทย์ 8 ด้านเวชกรรมป้องกัน สสจ.ตากและ รก. ผอก. รพ.บ้านตาก
1.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเครื่องมือการจัดการความรู้
2. ความคิดรวบยอด “งานสคร.7 กับการเป็นวิทยากรการจัดการความรู้”
3. ความสำคัญและคุณสมบัติของ “วิทยากรการจัดการความรู้”
4. ทำวิสัยทัศน์ สคร.7 ให้เป็นจริงด้วย “การจัดการความรู้”
5. Model ปลาทูนั้นสำคัญไฉน
6. เทคนิคการทำ CoP
- เทคนิคการเลือก KV,การทำ KS ,KA และAAR
- เทคนิคการทำให้ปลาสะบัดหางในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
เวลา 14.30-16.30 น
- ฝึกปฏิบัติ “เลือก KV เพื่อพัฒนางานที่รับผิดชอบในหน่วยงานและพื้นที่ที่รับผิดชอบ <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt"></h1>
วันที่ 1 กันยายน 2550
เวลา 08.30 -14.00 น. - แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติกิจกรรม CoP 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 CoP การพัฒนาประสิทธิภาพงานวัณโรค (ตามแผน KM สคร.7)
กลุ่มที่ 2 CoP ไข้หวัดนก
กลุ่มที่ 3 CoP โรคติดต่อนำโดยแมลง <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 112.5pt"> กลุ่มที่ 4 CoP พัฒนาองค์กร </h2>
เวลา 14.00 -14.30 น. - นำเสนอการประชุม CoP
เวลา 14.30 - 16.00 น. - วิทยากรให้ข้อเสนอแนะกิจกรรม CoP และตอบข้อซักถามเวลา 16.00 - 16.30 น. - ปิดการอบรม
*********************
หมายเหตุ พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 10.30 น.และ 14.30 น.
พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 12.00 น.
วิสัยทัศน์ สคร.7 |
“เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพระดับภาค ปี2554” |
| พันธกิจหรือหน้าที่ตามกฎหมาย | 1. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และภัยคุกคามสุขภาพให้เหมาะสมกับพื้นที่ 2.สนับสนุนการพัฒนาหลักเกณฑ์และรูปแบบมาตรฐานการดำเนินงานในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพที่คุกคามสุขภาพของพื้นที่3.ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่4.ประสานสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และภัยคุกคามสุขภาพของพื้นที่5.สนับสนุนการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคบริเวณชายแดนเพื่อป้องกันโรคระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ อนุสัญญา หรือกฎ ข้อบังคับระหว่างประเทศหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง6.เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และภัยที่คุกคามสุขภาพของพื้นที่7.ปฏิบัติการร่วม หรือสนับสนุนการปฺฏบัติการของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย |
| เป้าประสงค์หลัก | 1. องค์ความรู้และเทคโนโลยีในการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ2. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และมีระบบการจัดการความรู้การพัฒนาสมรรถนะขององค์กรและบุคลากรให้มีศักยภาพด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพอย่างยั่งยืน3. หน่วยงานลูกค้าและประชาชนสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้ความรู้ข้อมูลทางวิชาการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคและภัยสุขภาพ4. หน่วยงานและเครือข่ายลูกค้าสามารถให้บริการ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ รวมทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน5. มีการนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพบุคคล |
| หน่วยงาน | ประกอบด้วย 7 กลุ่ม 1 ฝ่าย 1. กลุ่มส่งเสริมสนับสนุนวิชาการ 2. กลุ่มระบาดวิทยา 3. กลุ่มโรคไม่ติดต่อ 4. กลุ่มโรคติดต่อทั่วไป 5. กลุ่มโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 6. กลุ่มโรคเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเรื้อน 7. กลุ่มโรคติดต่อนำโยแมลง 8. ฝ่ายบริหารทั่วไป |
| พื้นที่รับผิดชอบ | เขตตรวจราชการที่ 11 จ.มุกดาหาร จ. นครพนม จ. สกลนคร จ. กาฬสินธุ์เขตตรวจราชการที่ 14 จ. อุบลราชธานี จ.อำนาจเจริญ จ. ศรีสะเกษ จ. ยโสธร |
ในการบรรยายวันแรก ผู้เข้าร่วมก็ให้ความสนใจดี แต่เนื่องจากเริ่มต้นสายทำให้เวลาช่วงเช้าลดลงและช่วงบ่ายต้องเหลือเวลาในการกำหนดKVของแต่ละกลุ่มงานด้วย ช่วงบ่ายจึงเร่งและรวบรัด ผู้เข้าฟังหลายท่านบอกว่าเร็วไปหน่อย เพิ่งเคยฟังครั้งแรก ช่วงเช้าฟังเข้าใจง่าย แต่ช่วงบ่ายเร่งมาก บางช่วงจึงตามไม่ทัน ผมเองก็ค่อนข้างเกร็งและเครียดพอสมควร ทำให้รู้สึกว่าตัวเองพูดได้ไม่ดีเท่าที่ควร ประมาณ 4 โมงเย็นก็ให้แต่ละกลุ่มฝ่ายช่วยกันกำหนดKVของตนเองตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานฯ ทุกคนสนใจและเอาจริงเอาจังกันมาก
กลุ่มโรคไม่ติดต่อKV ของกลุ่ม คือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาวิชาการเพื่อการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อและภัยสุขภาพ
KV สำหรับงานในพื้นที่ คือ
๑.ส่งเสริม สนับสนุนพื้นที่ให้เกิดกระบวนการการคัดกรองโรคไม่ติดต่อที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน
๒.ผลักดันให้เกิดกระบวนการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพในระดับพื้นที่Knowledge Vision
กลุ่มโรคติดต่อทั่วไป กำหนดกรอบในการทำKnowledge Identification กลุ่ม GCD โดยคิด KV ของงานจาก
• ความสามารถหลัก(Core Competency)
• ความต้องการของผู้มีส่วนร่วมในเครือข่าย(Stakeholder)
• ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factor)
• กระบวนการหลัก(Core Process)KV งานที่รับผิดชอบคิดจากความสามารหลัก(Core Competency)
• ศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติด ต่อในพื้นที่
• การเตรียมความพร้อมการป้องการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพความต้องการของผู้มีส่วนร่วมในเครือข่าย(Stakeholder)
• พัฒนาเครือข่ายการป้องกันควบคุมโรคแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• ปัจจัยแห่งความสำเร็จ(Critical Success Factor)
• ส่งเสริมและสนับสนุนมาตรฐานการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่โดยการ มีส่วนร่วมของหน่วยงานลูกค้าและประชาชนในพื้นที่
• กระบวนการหลัก(Core Process)
• การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
สรุปได้KV คือศึกษาวิจัย ถ่ายทอด สนับสนุน และพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในพื้นที
KV กลุ่มโรคเอดส์ฯ (SALT)พัฒนางานคุณภาพการป้องกันควบคุมโรค SALT อย่างมีประสิทธิภาพKV สำหรับงานประกอบด้วย
1. พัฒนางานคุณภาพการป้องกันควบคุมโรค AIDS อย่างมีประสิทธิภาพ
2. พัฒนางานคุณภาพการป้องกันควบคุมโรค TB อย่างมีประสิทธิภาพ
3. พัฒนางานคุณภาพการป้องกันควบคุมโรค STI อย่างมีประสิทธิภาพ
4. พัฒนางานคุณภาพการป้องกันควบคุมโรค Leprosy อย่างมีประสิทธิภาพ
บทบาทสคร.7 ตาม 4 S
• Support: ความรู้
• Supply: วัสดุ, ยา
• Supervision: S&M&E
• Special services: ศูนย์สาธิตบริการ
วิสัยทัศน์ ฝ่ายบริหารทั่วไป “มุ่งมั่นให้บริการ ด้านบริหารจัดการยุคใหม่ พร้อมมอบความพึงพอใจแก่ลูกค้า”
KV ฝ่ายบริหารทั่วไป
1. การสนับสนุนการปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การสร้างความพึงพอใจให้กับกลุ่มงานในสังกัด สคร. 7การสนับสนุนการปฏิบัติงานการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ
กิจกรรมที่จะดำเนินการงานธุรการทั่วไป : “CoP คนทำหนังสือ”วัตถุประสงค์1. เพื่อให้การจัดทำหนังสือราชการ ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ2. เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน
งานการเงินและบัญชี : “CoP หลักการคิดค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการ”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้การดำเนินการเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ
2. เพื่อมุ่งเน้นให้การดำเนินงานของแต่ละโครงการยึดหลักความคุ้มค่า หลักความโปร่งใส
3. เพื่อให้การดำเนินงานเบิกจ่ายในแต่ละโครงการดำเนินไปในแนวทางเดียวกัน
งานพัสดุและยานพาหนะ : “CoP กระบวนการจัดซื้อ/จ้าง”
วัตถุประสงค์ เพื่อให้การดำเนินงานตามกระบวนการจัดซื้อ/จ้าง ถูกต้องตามระเบียบงานพัสดุฯ โดยจะต้องกำหนดให้มี การขออนุมัติจัดซื้อ/จ้าง กำหนดรายละเอียดการซื้อ/จ้างที่ชัดเจน ประมาณการราคาซื้อ/จ้าง กำหนดประเภทของงบประมาณที่จะซื้อ/จ้าง ในแต่ละครั้ง และจะต้องมีการตรวจรับการซื้อ/จ้าง ทุกครั้ง ซึ่งการดำเนินการจัดซื้อ/จ้าง จะต้องยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส คุ้มค่า และคุมทุนในการดำเนินการการสร้างความพึงพอใจให้กับกลุ่มงานในสังกัด สคร.7 (มีต่อ)
</span>
เรียน คุณหมอ
คุณหมอพอจะแนะนำหนังสือเกี่ยวกับ KM ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ๆ ได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ
กฤต
หวัดดีค่ะคุณหมอพิเชฐและทีมวิทยากรทุกท่าน
ก่อนอื่นสคร.7 ต้องขอขอบคุณหมอและทีมมากๆที่กรุณาเสียสละเวลามาให้ความรู้กับทีม สคร.7 พี่ได้สรุปขั้นตอนการทำCoPไว้ให้ชาว สคร.7 เป็นคู่มือกลายๆ แต่ยังไม่ได้เผยแพร่เลยค่ะ เพิ่งทำเสร็จ จะนำใส่ Blogให้คุณหมอดูก็แหมหลายหน้าเหลือเกิน
ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ
"KM เป็นเรื่องของใจ (ใจดี เปิดใจ สบายใจ เข้าใจ เต็มใจ จริงใจ ไว้วางใจ จูงใจ ร่วมใจและภูมิใจ)"
"KM เป็นเรื่องประสบการณ์ดีๆที่ผ่านการปฏิบัติมาแล้ว"
"KM ไม่ใช่เรื่องของความเห็นลอยๆ ไม่ใช่ความรู้สึก"
ต่อจากเนื้อหาข้างบนครับ ผมนำใส่ในบล็อคแล้วมันขาดหายไป
ในเช้าวันที่สองของการอบรม เริ่มเวลา 9 โมงเช้า ทางกลุ่ม/ฝ่ายต่างๆ ได้นำเสนอKVของแต่ละกลุ่ม ใช้เวลาประมาณชั่วโมง 15 นาที หลังจากนั้นเราต้องรีบเข้ากระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามตารางที่กำหนดไว้ แต่ผมกับทีมงานสังเกตว่าบรรยากาศกลุ่มยังไม่ค่อยผ่อนคลายเท่าไหร่นัก จึงได้พยายามจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ละลายพฤติกรรม แต่ก็ไม่มีเวลามากนักจึงใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง บรรยากาศก็เริ่มสนุกสนานขึ้นบ้าง ทางผู้จัดได้แยกออกเป็น 5 กลุ่ม โดยผมเป็นคุณอำนวยกลุ่มพัฒนาองค์กร ป้อมเป็นคุณอำนวยกลุ่มระบาดวิทยา ปูเป็นคุณอำนวยกลุ่มโรคติดต่อนำโดยแมลง เอ้เป็นคุณอำนวยกลุ่มโรคเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเรื้อน และพี่เป็ดจากทีมสคร.7 เป็นคุณอำนวยกลุ่มโรคติดต่อทั่วไป การทำกิจกรรมกลุ่มในวันที่สอง ไม่ได้ใช้ KV จากที่กำหนดและนำเสนอเมื่อเช้า แต่กลุ่มกำหนดขึ้นใหม่จากสมาชิกกลุ่ม เวลาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการทำสุนทรียสนทนามีแค่ประมาณ 40 นาที ทำให้เร่งรีบมาก บางกลุ่มที่มีสมาชิกหลายคนก็จะทำได้ไม่ทั่วถึง สิ่งที่พวกเราพยายามเน้นก็คือการให้ดักจับกระบวนการเป็นส่วนใหญ่ ไม่เน้นเนื้อหานัก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ก็อยากได้เรียนรู้เครื่องมือและกระบวนการให้ครบ รวมทั้งฝึกใช้เครื่องมือชุดธารปัญญาด้วย อย่างไรก็ตามด้วยความที่พวกเรามีประสบการณ์การทำกลุ่มกันมาหลายครั้ง จึงสามารถผลักดันกิจกรรมกลุ่มไปได้ครบตามที่กำหนดไว้ได้ สิ่งที่เห็นได้ชัดประการหนึ่งของการจัดกิจกรรมที่แน่นมากไป ทำให้มีเวลาในแต่ละกิจกรรมน้อย ทำให้การสร้างบรรยากาศกลุ่มให้ผ่อนคลาย เป็นกันเองหรือเปิดใจจะทำยาก ทำให้วิทยากรกลุ่มหรือคุณอำนวยเกิดความเครียดไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มเองก็ได้ให้ความร่วมมือ ให้ความสนใจในการทำกิจกรรมกลุ่มดีมาก แต่เนื่องจากมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายมาก อยากเรียนรู้ อยากนำเทคนิคการจัดการความรู้ไปใช้ จึงควรใช้เวลาให้เพียงพอ จะทำให้กลุ่มเปิดใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้มากกว่านี้ บทเรียนสำหับวิทยากรก็คือการจัดตารางการอบรมสัมมนาให้เหมาะสมกับเวลาที่มีอยู่ กำหนดวัตถุประสงค์ของกิจกรรมให้ชัดเจน ว่าต้องการอะไร ต้องการอบรมเพื่อให้รู้จักและนำไปใช้ได้ หรือต้องการเนื้อหาสาระของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือต้องการฝึกวิทยากรกลุ่มหรือคุณอำนวย เราจะได้จัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้เข้าอบรมมากขึ้น และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือต้องมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ สร้างความเข้าใจกับผู้เข้ารับการอบรมด้วย ซึ่งในครั้งนี้ผมในฐานะวิทยากรกลางเองชะล่าใจและไม่ได้ชี้แจงดังกล่าวมากนัก ทำให้วิทยากรกลุ่มเกิดความยุ่งยากในการทำกลุ่ม หลังการอบรมเสร็จ มีเจ้าหน้าที่หลายคนเข้ามาคุยด้วย บอกว่าทำให้รู้จักKM มากขึ้น เข้าใจมากขึ้น มีท่านหนึ่งมาจากสกลนครบอกว่าตอนแรกจะขอกลับตั้งแต่บ่ายสามโมงเย็น แต่พอทำกลุ่มไปแล้วก็เห็นประโยชน์เลยอยู่จนเลิกกิจกรรมและก็ได้ประโยชน์ที่จะนำไปใช้ได้จริง อีกท่านหนึ่งเจอกันก่อนกลับในห้องน้ำบอกว่า ตอนที่มาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรเพราะคิดว่าก็คงไม่ได้อะไรเหมือนที่เคยอบรม แต่พอมาฟัง มาเข้ากลุ่มแล้วทำให้เข้าใจ อย่างเรื่องการกำหนดKVที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์หน่วยงาน ตอนแรกมองภาพไม่ออก พอมาได้ทำกิจกรรมกลุ่ม ได้วิทยากรแนะนำในการกำหนด ทำให้สมารถเชื่อมโยงออกมาได้ชัดเจนมาก การมาอบรมในวันหยุด 2 วันนี้ จึงได้อะไรมากมายเกี่ยวกับKM เกินความคาดหวัง