ศาลในยุคอับบาสียะฮฺ

การบริหารด้านการศาลในสมัยอับบาสียะฮฺ

         

         ระบบศาลการตัดสินในยุคของเคาะลีฟะฮฺ ฮารูน อัรรอชีด ได้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นบรรดาอูลามาอฺ มุจตาฮีด[4] เริ่มลดน้อยลง ซึ่งสาเหตุจากการกำเนิดของมัสฮับทั้ง 4 จากจุดนี้บรรดาผู้พิพากษา(กฺอฏี)[5] ได้ฟัตวา[6] หรือออกหลักการตามทัศนะมัสฮับของมัสฮับทั้ง 4 ที่อิรักได้ฟัตวาและดำเนินการตัดสินตามทัศนะของมัสฮับ ฮานาฟีย์ ที่ชามตามมัสฮับมาลีกีย์ ที่อียิปต์ตามมัสฮับซาฟีอีย์(Hasan Ibrahim Hasan, 1983 : 291) ในยุคการปกครองของเคาะลีฟะฮฺ ฮารูน อัรรอชีด ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ โดยมีตำแหน่ง ผู้พิพากษา(กฺอฏี)และผู้ที่รับตำแหน่งนี้ท่านแรก คือ อบู ยูซูฟ ยะกูบ อิบนฺ อิบรอฮีม และท่านได้แต่งตั้งผู้พิพากษา(กฺอฏี)ตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งในยุคนั้นตำแหน่งหน้าที่ผู้พิพากษา(กฺอฏี)ขยายอย่างกว้างขวาง           

              หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์อุมัยยะห์ ในปี 132 ฮิจเราะห์ อำนาจการปกครองตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์อับบาสียะห์ นักประวัติศาสตร์ด้านกฎหมายอิสลาม ได้แบ่งการปกครองของราชวงศ์อับบาสียะห์ เป็น 2 ยุค ด้วยกัน

                 1.  ยุคแรก คือ ยุคที่มีความเจริญทางด้านวิชาการ และแพร่หลายสู่ความก้าวหน้าของอับบาสียะห์                  2.  ยุคนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นยุคมุจตาฮีดีน[7] (mujtahidin) ซึ่งสาเหตุนี้ที่เรียกว่าเป็นยุคมุจตาฮีดีนนั้น เพราะมีบรรดานักมุจตาฮีดมากมายและบรรดาอิหม่ามทั้ง 4 มัสฮับ ยุคแรก เริ่มจากปี ฮ..132-350 และในช่วงระยะเวลานี้เป็นที่รู้จักเช่นกัน คือ ยุคแรกของการปกครอง ของราชวงศ์อับบาสียะห์   2  ยุคที่สองนี้ คือยุคอ่อนแอของวิชาการอิสลาม และยุคนี้ เช่นกัน บทบาทของราชวงศ์อับบาสียะห์ลดลง ทีละนิดๆ สุดท้ายการล่มสลายของราชวงศ์อับบาสียะห์ถูกโค่นล้มโดยอำนาจภายนอก ยุคที่สองเริ่มตั้งแต่ปี ฮ..351-560 เป็นยุคที่มีบรรดาอูลามาอฺอิสลาม ได้ยึดติดกับมัสฮับ ที่มีบทบาท                 ในยุคของการปกครองอับบาสียะห์ที่มีความเจริญก้าวหน้าได้เกิดขึ้นผู้ก่อตั้งมัสฮับ มีอูลามาอฺที่มีบทบาทและนักปราชญ์ (มุจตาฮีด) ที่มีสติปัญญา ได้สร้างความเจริญทางด้านวิชาการเกิดขึ้นมัสฮับวิชาฟิกฮ์ ที่มีบทบาทได้มีการเขียนวิชาการที่กว้างขวาง พร้อมกับมีแนวคิด ของบรรดาอูลามาอฺที่สูงส่งการใช้ในเรื่อง ijtihad[8] ยิ่งวันยิ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและการวินิจฉัย ในยุคนั้นเป็นยุคอารยธรรมวิชาการ.                  ปัญหาต่างๆ ในศาสนา ที่เกิดขึ้นของประชาชาติ ได้แก่ ปัญหาอย่างดี คำตอบ ในหลักการต่างๆ ได้ให้ความชัดเจนการเปรียบเทียบระหว่าง หลักฐานจากอัลกุรอานและอัลฮาดีษ กับสติปัญญาได้เข้าใจอย่างชัดเจน  การตัดสินหรือ ศาลซารีอะห์ ในอิสลาม เป็นสถาบันที่สำคัญในการปกครองทางด้านความยุติธรรม และกฎหมายได้รับบทบาท ที่ดี ผู้พิพากษามีบทบาท ในการตัดสินคดีที่สำคัญในการแก้ปัญหาตามหลักการอิสลาม บรรดาอุละมาอฺใช้ความสามารถในการวินิจฉัยมีบทบาทที่สำคัญในสถาบันศาลการตัดสิน ในยุคแรกของการปกครองของราชวงศ์อับบาสียะห์                 ในยุคแรกของราชวงศ์อับบาสียะห์ บรรดาผู้พิพากษาแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งซึ่งส่วนใหญ่มาจากบรรดาอูลามาฮ์ที่มีสติปัญญา และมีความสามารถในการตัดสินและแก้ปัญหาโดยใช้หลักการดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีบทบาทอย่างมากในยุคนี้ เป็นที่น่าเสียดายบทบาทดังกล่าวได้สูญหายไปอย่างสิ้นเชิง ต่อมาอิทธิพลของมัสฮับฟิกฮ์ มีบทบาทขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้การใช้ ijtihad ในการตัดสินคดีต่างๆ นั้นลดน้อยลง สุดท้ายผู้พิพากษาพอใจที่จะใช้การตัดสินตามหลักการหรือแนวคิดของมัสฮับ  ( มีต่อ ) 



[1]นักปราชญ์ที่ให้คำชี้ขาดในปัญหาต่างๆ

[2]ผู้พิพากษา

[3]ให้คำชี้ขาด

[4] นักปราชญ์ที่ให้คำชี้ขาดในปัญหาต่างๆ

[5] ผู้พิพากษา

[6] ให้คำชี้ขาด

[7] ยุคที่มีการชี้ขาดทางด้านหลักการอิสลามหรือยุคที่มีการฟัตวาฮูกูมต่างๆในอิสลาม

[8] การวินิจฉัยหรือตีความของปัญหานั้นๆ