หลวงพ่อปัญญา : วัตถุมงคล ไม่มีในมงคลของพระพุทธเจ้า!!!

วัตถุมงคลนั้นไม่มีในมงคล ๓๘ ของพระพุทธเจ้า ไม่มีสิ่งอะไรที่เป็นวัตถุว่าเป็นมงคล มีแต่เรื่องการไม่ปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่เป็นอัปมงคล
  วัตถุมงคล ไม่มีในมงคลของพระพุทธเจ้า !!!

             เดี๋ยวนี้พุทธบริษัทเราไม่เข้าใจในเรื่องวัตถุนี้  จึงได้เข้าใจไปนับถือในรูปขลัง  รูปศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นานา  แม้ว่าการนับถือนั้นจะทำให้ ตน สบายใจ  แต่เป็นความสบายใจเพียงชั่วครั้งชั่วคราว  ไม่เป็นความสบายใจที่เด็ดขาดตายตัว  ไม่เหมือนกับเอาธรรมะมาใช้แก้ปัญหา  แต่ว่าที่ได้กระทำกันอยู่ทั่วๆ ไปนั้น  ก็เพราะว่าไม่เข้าใจในเรื่องนั้นตามความเป็นจริง  ไม่มีใครพูดให้เราฟังว่าความจริงนั้นควรจะเป็นอย่างไร  เราเชื่อและทำตามกันมาตามที่เขาว่า  เขาว่าอย่างนั้นว่าอย่างนี้  รับมาตั้งแต่เป็นเด็ก  เช่นรับนับถือมาว่าพระพุทธรูปองค์นั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นอย่างนี้  ในรูปต่างๆ  เล่าลือกันถึงอภินิหารแปลกๆ ซึ่งคนโบราณเขามีความเข้าใจอย่างนั้น  แล้วก็ถือตามกันมาในรูปอย่างนั้น  ไม่ได้เข้าถึงพระพุทธเจ้าที่เป็นเนื้อแท้  แต่ไปถึงสิ่งที่เป็นวัตถุ  จนมีคำพูดกันในสมัยนี้ว่า “วัตถุมงคล

            วัตถุมงคลนั้นไม่มีในมงคล ๓๘ ของพระพุทธเจ้า  ไม่มีสิ่งอะไรที่เป็นวัตถุว่าเป็นมงคล  มีแต่เรื่องการไม่ปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่เป็นอัปมงคล  และมีเรื่องการปฏิบัติตามหลักธรรมเท่านั้นที่ชื่อว่าเป็นมงคล  ไม่มีสิ่งวัตถุอันใดที่เป็นมงคลเลยตามหลักพระพุทธศาสนา  เช่นเราจะถือว่าใบไม้นั้นเป็นมงคล  หญ้านี้เป็นมงคล  หรือว่าอะไรๆ ที่เป็นมงคลตามที่เราเข้าใจกันอยู่นั้น  มันเป็นมงคลภายนอกพระพุทธศาสนา  ไม่ใช่มงคลตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

              มงคลในพระพุทธศาสนานั้นมีความหมายว่า  เหตุอันให้เกิดความสุขความเจริญในชีวิต  ก็เหตุอันให้เกิดความสุขความเจริญในชีวิตของเรานั้น  ย่อมเป็นเหตุภายในไม่ใช่เหตุภายนอก  เหตุภายในก็คือการปรับปรุงจิตใจของเราให้เข้าทางธรรมะให้ได้  ใช้หลักธรรมะเป็นแนวทางชีวิต  จะปฏิบัติอะไรก็ให้เรียกว่าปฏิบัติตรงตามแนวธรรมะ  นั้นแหละเป็นอุดมมงคล  เป็นมงคลสูงสุดตามหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนา

            วัตถุที่เป็นมงคลนั้น  หาเป็นมงคลที่แท้จริงไม่  เป็นเรื่องหลอกตัวเราเท่านั้นเอง  คือหลอกให้หลงให้เพลินไปกับวัตถุนั้นชั่วครั้งชั่วคราว  ตราบเท่าที่เรายังมีอวิชชา  คือความไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องนั้นตามที่เป็นจริง  เราก็หลงใหลเรื่อยไป  มัวเมาอยู่ในสิ่งนั้นเรื่อยไปไม่รู้จักจบจักสิ้น  ไม่ช่วยตัวเองในการปฏิบัติ  แต่ไปนึกว่าวัตถุนั้นจะช่วยตนให้พ้นจากภัยจากอันตรายด้วยประการต่างๆ อันนี้คือความหลงผิด  ไม่ตรงกับคำสอนในทางพระพุทธศาสนา

            และในสมัยนี้กำลังมีมากขึ้นแพร่หลายขึ้น  ในการที่จะจูงคนเหล่านั้นให้เอาวัตถุเหล่านั้นมาเป็นที่พึ่ง  ยึดมั่นถือมั่นในวัตถุนั้นว่า  ช่วยตนให้พ้นภัยอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นต้น  อันนี้คือการไม่ถูกต้อง  แต่ว่าทำกันอยู่มาก  เพราะอะไร  เพราะว่าเป็นทางเจริญแห่งลาภสักการะ  เป็นทางได้มาแห่งวัตถุอีกเหมือนกัน  วัตถุที่ได้มานั้นก็คือเงินทองนั่นเอง  เงินได้มาจากวัตถุก็เอาไปสร้างวัตถุต่อไป  คนก็ติดในวัตถุต่อไป  ไม่ได้เข้าถึงธรรมะอันเป็นตัวการปฏิบัติซึ่งเป็นเนื้อแท้ของพระรัตนตรัย  เราก็ติดอยู่แต่เพียงวัตถุ

             ในสมัยนี้  ควรจะได้มีการแกะเอาสิ่งที่เป็นวัตถุนั้นออกไปเสียบ้าง  เพื่อจะได้เข้าถึงตัวธรรมะอันเป็นตัวข้อปฏิบัติ  จึงได้พูดกับญาติโยมให้เข้าใจในความหมายของสิ่งเหล่านี้  เพื่อจะให้เราได้รู้จักใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นคุณเป็นประโยชน์  คือใช้เพื่อเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจให้เราได้นึกถึงคุณธรรมต่อไป  ไม่ใช่เอาวัตถุนั้นเป็นสรณะอย่างแท้จริง  เช่น พระพุทธรูปต่างๆ ที่เขาทำให้นั้น  เราก็ถือแต่เพียงว่าเป็นวัตถุเตือนใจให้เราได้นึกถึงคุณความดีของท่านแล้วเราได้เอาความดีนั้นมาใส่ไว้ในใจของเรา  การเอาคุณงามความดีมาใส่ไว้ในใจนั้นแหละ  เราสร้างพระพุทธขึ้นในใจ  สร้างพระธรรมขึ้นไว้ในใจ  สร้างพระอริยสงฆ์สาวกขึ้นไว้ในใจของเรา

            เมื่อเราสร้างสิ่งนี้ขึ้นไว้ในใจของเรา  ใจเราก็เป็นพระ  ใจเราเป็นพระเราก็สบาย  ไม่มีปัญหาหรือความทุกข์ความเดือนร้อน  อันเกิดขึ้นจากความหลงผิดเข้าใจผิดด้วยประการต่างๆ  และเราจะไม่ถูกใครชักจูงไปในทางเสื่อมทางเสีย  หรือจะหลอกจะต้มเราด้วยเรื่องอะไรต่างๆ ได้  เพราะเราไม่ได้สนใจในสิ่งที่เป็นวัตถุเหล่านั้น  เราสนใจในแง่ของธรรมะ  เมื่อเราสนใจในแง่ของธรรมะ  วัตถุนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีค่าอะไรมากเกินไป  แต่เราถือว่าหลักธรรมคำสอน  การปฏิบัติตามหลักคำสอนนั้นแหละเป็นสิ่งมีคุณค่าสูงสุดสำหรับชีวิตของเรา  ถ้าเราจะถือว่าเป็นมงคลก็หมายความว่าหลักธรรมะหรือข้อปฏิบัตินั้นแหละเป็นมงคลสำหรับตัวเรา  จะทำให้เราเกิดความสุขความเจริญด้วยประการต่างๆ ไม่ใช่เพียงวัตถุนั้นอย่างเดียว  วัตถุนั้นเป็นแต่เพียงเครื่องประกอบนิดหน่อย  เป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจ  ให้เราได้นึกถึงข้อปฏิบัติและเราจะได้ปฏิบัติในสิ่งนั้นต่อไปเท่านั้นเอง  อันนี้เป็นเรื่องที่ควรรู้จะได้เข้าใจไว้

            ถ้าเราได้เข้าใจในรูปอย่างนี้แล้ว  เราจะมีพระพุทธรูปไว้ในบ้านก็ไม่เป็นไร  และไม่ต้องหาว่าเป็นของเก่าแก่อย่างนั้นอย่างนี้  หรือไม่จำเป็นจะต้องหาว่าสมัยนั้นสมัยนี้  หรือว่าไม่จำเป็นว่าจะต้องไปปลุกเสกให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เพราะเราถือแต่เพียงว่าเป็นภาพเตือนใจให้เราได้นึกถึงพระธรรมเท่านั้นเอง  เมื่อเป็นรูปที่เตือนใจได้ก็เป็นใช้ได้  เพราะเป็นเรื่องสมมติขึ้น  สมมติว่านี้เป็นรูปแทนคุณความดีของพระพุทธเจ้าที่เป็นเนื้อแท้  ไม่ใช่แทนองค์พระพุทธเจ้าที่เป็นเนื้อเป็นหนัง  เพราะว่าพระคุณนั้นเป็นนามธรรม  ไม่ใช่สิ่งที่จะหยิบด้วยมือหรือดูด้วยตาได้  แต่เป็นสิ่งที่เราจะสัมผัสได้ด้วยใจ  เราจะเข้าถึงสิ่งนั้นได้ด้วยจิตใจของเรา  วัตถุนั้นเป็นแต่เพียงเครื่องเตือนใจกันลืมให้เราได้เห็นด้วยตา  แล้วเราจะได้นึกถึงไม่หลงไม่ลืมในสิ่งเหล่านั้น  ถ้าเป็นเป็นผู้นับถือพระพุทธรูปถูกแบบ  เราจะไม่สนใจเรื่องความเก่า  ไม่สนใจเรื่องความใหม่ของวัตถุนั้น  เพราะเราสนใจแต่เพียงว่า  เป็นวัตถุสำหรับเตือนใจ  ให้เราได้นึกถึงพระธรรมคำสอน  ให้เราได้สำนึกในความเป็นพุทธบริษัท  แล้วจะได้ปฏิบัติตนตามคำสอนเท่านั้น...

(เรียบเรียงจากส่วนหนึ่งของปาฐกถาธรรม วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐)

คัดลอกจากหนังสือพิมพ์รายเดือน "ธรรมลีลา"

ฉบับที่ 79 มิถุนายน 2550

คอลัมน์ ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

หน้า 28

 

             

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำเพื่อธรรม



ความเห็น (18)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับท่านPธรรมาวุธ    

มานำของดีไปครับ  ขอบคุณครับ  http://gotoknow.org/blog/mrschuai/107076

เขียนเมื่อ 
P
  • โหเร็วมากเลยพี่  ผมยังตรวจทานไม่เสร็จเลยครับ
  • แต่ก็ยินดีครับ  เจ้าหมีจอมขยัน...จอมอึด

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 
สาธุ
เขียนเมื่อ 
P
Conductor
ยินดีครับ :-)
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ

วัตถุมงคล ไม่มีในมงคล 38 ประการของพระพุทธเจ้า มีแต่เรื่องการไม่ปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่เป็นอัปมงคล...อ่านแล้วยิ้มเพราะถูกใจยิ่งนัก...และที่อยากทราบคือการปฏิบัติธรรมควรปฏิบัติในที่ๆเหมาะสมด้วยหรือเปล่าคะ ?...รัฐสภานี่เหมาะมั้ยคะ ?

เอาบะหมี่จานร้อนมาเสริฟถึงบ้านแต่เช้าเลยค่ะ ฮี่ ฮี่ ฮี่...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องบ่าว

  • ขอบคุณ "อย่างแรง"
  • เอาอีก
  • เอาเหลย
  • รออ่านต่อครับ
เขียนเมื่อ 

  ตื่น ตื่น   แขกมาเต็มบ้านแล้ว  เสียหายหมดเดี๋ยวโดนไล่ออกจากบ้านหรอก

 

เขียนเมื่อ 
P

เบิร์ด

  • สวัสดีครับคุณเบิร์ด
  • บะหมี่คุณเบิร์ดเล่นเอาปากพองเลยครับ
  • แต่อร่อยจริงๆ
  • ที่ไหนก็ปฏิบัติธรรมได้ครับ  ในโลงก็ปฏิบัติได้นะครับ 5555
  • ยิ่งในรัฐสภานี่ยิ่งน่าปฏิบัตินัก  เพราะมีอารมณ์หลากหลายมากระทบให้เราเห็นชัด
  • ก็อยู่ที่ทั่นทั้งหลายจะ(มีปัญญา)ทำกันหรือเปล่า  เท่านั้นเองครับ
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 
P

Handy

  • สวัสดีครับพี่บ่าว
  • เห็นพี่บ่าวชอบผมก็ค่อยมีกำลังใจหน่อยครับ
  • แล้วจะจัดหามาให้อีกเรื่อยๆ ครับ
  • เดินทางบ่อยดูแลสุขภาพตัวเองและคนขับด้วยนะครับ 5555
ธรรมะสวัสดีครับ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีครับพ่อกามนิตหนุ่ม
ท่านช่างไปไวมาไวเหลือเกิน
ขอบคุณที่ปลุกครับ (รู้ได้ไงว่ายังไม่ตื่นที)
ห้าวๆๆๆๆๆ 

สวัสดีค่ะ..คุณธรรมาวุธ

  • เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันเชียว
  • ที่บ้านแหวว มีพระเยอะมากค่ะ เพราะมีหลวงพ่อหลายๆวัด ให้คุณแม่มา
  • แหววไม่ค่อยสนใจเรื่องความเก่าใหม่ แต่สนใจที่เมื่อมองดูพระพุทธรูปแล้วอยากเห็นความสุขสงบ จึงชอบพระพุทธรูปที่จัดทำออกมาอย่างสวยงาม..ชักนำการเจริญสติ หรือสมาธิ เกิดสมาธิ ซึ่งยังเป็นเพราะมีกิเลสอยู่
  • ช่วงนี้มีการผลิตองค์ท่านพ่อท้าวจตุคามรามเทพกันมาก...ก็เป็นไปตามกระแส...ของคนที่มีความคิดอีกมุมหนึ่ง..ซึ่งแหววก็ได้รับจากผู้ใหญ่ที่รัก...ให้มาหลายองค์ (ไม่ได้ขอค่ะ) สวยๆด้วยนะค่ะ จนคิดและพูดไปว่าอาจจะนำมาแขวนกับสร้อยแบบแฟชั่นสักเส้น..มีเพื่อนได้ยินแล้วอุทาน! ใส่ค่ะ  แหวว เลยบอกว่า " อย่าตัดสินเพียงแค่คำบอกในพฤติกรรมบางอย่าง" เพราะถ้าแหววจะใส่สร้อยอย่างที่พูดจริงๆ ก็ไม่ได้หวังให้ท่านคุ้มครองอะไร..เพราะเราต้องคุ้มครองตัวเราเองอยู่แล้ว เพียงแต่ มีของอยู่ ไม่รู้จะวางไว้เฉยๆ ทำไม เมื่อมีคนให้มา ก็นำมาประดับ ให้เข้ากับการแต่งกายอีกรูปแบบหนึ่งที่  ซึ่งปกติคนวัยที่ไม่ใช่ผู้ใหญ่เขาไม่ทำกันน่ะ...ซึ่งก็เป็นเรื่องของผู้หญิงที่ชอบการแต่งตัว หรือออกแบบการแต่งกาย ไม่ซ้ำซากจำเจ  หลายรูปแบบอย่างแหวว...
  • แต่ก็เลยคิดต่อว่า "ไอ้ความคิดที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านของเรา นี่ก็อันตรายเหมือนกันนะ  เพราะคนอื่นจะตัดสินกับพฤติกรรมของเราไปอีกแบบหนึ่ง .." นี่แหละ คนเรา..ชอบตัดสิน...ซึ่งเมื่อเราอยู่ในสังคม เราก็ต้องยอมรับธรรมชาติของคนในสังคมด้วยเหมือนกัน...เพราะ...เราห้ามเขาไม่ได้นี่หน่า....จริงมะ..
เขียนเมื่อ 
P

พชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์
สวัสดีครับคุณแหวว

  • ผมเคยเห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งแต่งตัวเซ็กซี่  นุ่งน้อยห่มน้อย  แขวนจตุคามองค์เบ้อเริ่มเชียวครับ  แล้วใส่เดินกับแฟนที่แต่งตัวไม่ต่างกันในห้าง  ก็เป็นแฟชั่นแปลกตาอีกแบบครับ
  • จริงๆ พระพุทธรูป  พระห้อยคอ  หรือสัญลักษณ์อะไรทำนองนี้  เกิดหลังพุทธกาลมานานมากครับ  สมัยพุทธกาลไม่มีครับ (แต่อาจมีในรูปแบบอื่น  เช่น  ธรรมจักร หรือ ต้นโพธิ์ ฯลฯ)
  • มาสมัยนี้เจ้าวัตถุที่ท่านปรารถนาดีให้ไว้เพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย  กลับกลายเป็นสิ่งที่ขวางกั้นพระรัตนตรัยเสียอีก  เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ  นับวันเราจะห่างความเป็นพุทธเรื่อยๆ  ท่านสอนให้สว่างกลับคลั่งใคล้ความมืด
  • จริงๆ แล้วถ้าใจเราเป็นพุทธ  ปฏิบัติธรรมได้ถูกต้อง  จะแต่งตัวอย่างไรก็ไม่เป็นไรหรอกครับ
  • แต่มีจุดสังเกตุอย่างหนึ่งคือ  ถ้าเราเป็นผู้นำ  หรือเป็นผู้ที่คนอื่นพร้อมจะเอาอย่าง  แล้วเขามีปัญญาไม่เท่าเรา  หรือเข้าใจต่างจากเราก็อาจเกิดปัญหาโดยที่ไม่คาดคิดได้ครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • เมื่อวานผมมีโอกาสไปสัมมนาที่รัฐสภา 
  • ด้านหน้าเห็นมีพระและญาติโยมพุทธศาสนิกชนชุมนุมอย่างสันติวิธี  แต่สุดท้ายก็คว่ำบาตรไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ
  • ผมยืนดูอย่างสงบ 
  • ฝรั่งท่านหนึ่งเดินมาและยิ้มให้กับผม  พร้อมแสดงท่าทางที่หมิ่นแคลนไม่น้อย ...
  • ผมได้แต่มองและทำความเข้าใจกับตัวเองว่า  เขามีสิทธิพอ ๆ กับผู้ชุมนุมมีสิทธิที่จะแสดงออก
  • ....
  • พระพุทธอยู่หลัง, พระธรรมอยู่หน้า ..คุณพ่อคุณแม่ ... นำปกปักรักษา
  • นี่คือคำที่แม่สอนให้ท่องจำและอธิษฐานทุกครั้งที่ต้องเดินทาง ...
  • ผมยังจดจำมาจนบัดนี้   ครับ -
เขียนเมื่อ 

 P

  • พระพุทธอยู่หลัง, พระธรรมอยู่หน้า ..คุณพ่อคุณแม่ ... นำปกปักรักษา
  • ชอบประโยคนี้จังครับ
  • ฟังแล้วเย็นใจ  ทำให้มีสติ  ไม่ประมาท  ดีกว่า "เมาแล้วขับ  ถูกจับแน่" เป็นไหนๆ
  • ผมว่าที่หน้ารัฐสภา  ที่พระท่านไปประท้วงอยู่นั้น  ตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วย  แต่ไม่เห็นด้วยแบบไม่มีข้อมูลอะไร  แต่เมื่อคิดอีกทีแล้ว  มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ท่านต้องทำอย่างนั้น  ทำทุกวิธีอย่างสงบ
  • เคยฟัง หลวงพ่อไพศาล  วิศาโล  ท่านว่าท่านเห็นด้วยที่จะบัญญัติพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎก  แต่ว่าท่านว่าตอนนี้ยังไม่พร้อม
  • ฟัง พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต)  ท่านก็ว่าบัญญัติก็ได้  ไม่บัญญัติก็ได้  อยู่ที่ผู้ที่มีหน้าที่นั้นทำถูกธรรมหรือไม่?  เข้าใจพระพุทธศาสนาของตนดีหรือไม่?  ถ้าเข้าใจดีจะบัญญัติก็ไม่มีปัญหา  อาจดีด้วยซ้ำ
  • เราเป็นคนที่อยู่ข้างนอกคงไม่เข้าใจดีอย่างคนในอย่างพวกท่าน
  • ส่วนฝรั่งคนนั้น  ถ้าเป็นผมก็คงมองกลับด้วยสายตาที่เอ็นดู  และสงสารในความโง่ของเขา  แล้วก็แผ่เมตตาให้เขามีปัญญาขึ้นในเร็ววันครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

อรุณสวัสดิ์ค่ะ..คุณธรรมาวุธ

  • วันนี้ตื่น 05.15 น.ค่ะ..เหมือนเดิม คือทำอาหารให้คุณพ่อกับคุณแม่เรียบร้อยแล้ว (ตอนนี้ท่านทั้ง 2 กำลังทานข้าวอยู่ค่ะ) ทุกวันอาทิตย์ แหววจะเล่นโยคะช่วงนี้ก่อน เสร็จแล้วถึงจะ ทานอาหารเช้า
  • เช้าวันนี้อากาศดีมากๆเลยค่ะ..แม่น้ำลพบุรีที่หน้าบ้านไหลเอื่อยๆ..ริ้วสีทองของอาทิตย์เริ่มถักทอที่ชายขอบฟ้า ...ยืนมองแม่น้ำและขอบฟ้าผ่านหน้าต่าง แล้วเลยมาเข้าลาน G2K ก่อน..ซะงั้น..
  • ถูกใจ ใช่เลยกับข้อคิดเห็นตอนท้าย ซึ่งทำให้เราคงต้องคิดมากๆหน่อยเวลาจะทำอะไร ซึ่งปัญหาของแหววคือ..ชอบทำอะไรนอกกรอบอยู่บ้าง..ขอบคุณมากๆนะคะ..กับ..

"แต่มีจุดสังเกตุอย่างหนึ่งคือ  ถ้าเราเป็นผู้นำ  หรือเป็นผู้ที่คนอื่นพร้อมจะเอาอย่าง  แล้วเขามีปัญญาไม่เท่าเรา  หรือเข้าใจต่างจากเราก็อาจเกิดปัญหาโดยที่ไม่คาดคิดได้ครับ"

เขียนเมื่อ 
P
  • คุณแหววตื่นเช้าดีจังครับ ต่างกับผม อิอิ
  • ได้ตื่นเช้าทำอาหารให้พระอรหันต์ถึง 2 ท่านทาน  ได้บุญโขเลยครับ
  • กับคำว่าชอบทำอะไรนอกกรอบเนี่ย  ผมว่าก็ดีนะครับ เมืองไทยต้องการคนคิดและทำนอกกรอบอย่างมากครับ  เหมือน ดร.วรภัทร์ (อริยชน) ไงครับ
  • เรื่องโยคะเนี่ย ผมไม่เคยลองเลยครับ  แต่ได้ยินว่าใช้ร่วมกับการกำหนดจิตดีนักแลครับ ว่างๆ ค่อยลองดูมั่ง

ธรรมะสวัสดีครับ

วันนี้แว๊บมา..เพื่อเอาดอกไม้มาฝากค่ะ

  img412/1889/julyflower0331mv3.jpg

  • เล่นโยคะ (สำหรับแหววแล้วได้ประโยชน์มาก เหมาะกับจริต..) เล่นเสร็จแล้วเดินชมดอกไม้ในสวน ซึ่งมีสีขาวอยู่หลายชนิด วันนี้เลยเก็บมาฝากกัลยาณมิตร ทั้งหลาย ให้ได้สดชื่น..น..ค่ะ
  • สวัสดี..นะคะ..แล้วจะมาติดตามอ่านบันทึกถัดไปค่ะ..
เขียนเมื่อ 
P
  • ขอบคุณครับคุณแหวว สำหรับดอกไม้สีขาว สวยบริสุทธิ์
  • แล้วค่อยเจอกันบันทึกหน้าครับ

สวัสดีครับ