เช้านี้ดูข่าวในโทรทัศน์เด็กอายุ 11 ปีท้องรู้สึกสงสารและน่าเห็นในคนที่เป็นแม่ เด็กที่เป็นอนาคตของชาติต้องออกจากการเรียนทั้งๆที่เป็นคนเรียนหนังสือเก่ง แล้วประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไรหากว่าในสังคมไทยยังเป็นแบบนี้ ข่าวที่มีในแต่ละวันมีมากมายทั้งข่าวการฆ่ากัน ลักขโมย ทะเลาะวิวาท การผิดลูกเมีย การขับรถชนคนตาย มีให้เห็นไม่เว้นในแต่ละวัน ถ้ามองดีๆก็จะเห็นได้ว่าเนื่องจากคนไทยนั้นห่างจากวัดกันและไม่ปฏิบัติตามศีลห้า ซึ่งการห่างวัดห่างวาปัจจุบันนี้เกิดขึ้นอาจจะด้วยการเร่งรีบทำงาน การไม่มีเวลาว่าง หรือเกิดจากความเสื่อมศรัทธาจาะการกระทำของพระสงฆ์ก็ดี เกิดเฉพาะกับบางคน บางกลุ่มที่แค่นำเอาศาสนาบังหน้าหรือที่เรียกว่าเกาะชายผ้าเหลืองกินไปวันๆโดยไม่ได้สืบทอดศาสนา
การรับศีลไม่ใช่เพียงแค่รับจากพระแล้วก็แล้วกัน การรับศีลให้ได้ศีลที่สมบูรณ์นั้นผู้รับต้องนำไปปฏิบัติให้ครบถ้วนด้วย เมื่ออาราธนาศีลแล้ว รับศีลแล้วแต่ไม่นำไปปฏิบัติก็ถือว่าการรับศีลนั้นไม่เกิดผล การรับศีลจะเกิดก็ต่อเมื่อเราได้นำไปปฏิบัติแล้วเท่านั้น
การจะนำศีลไปปฏิบัติได้นั้นก่อนอื่นเราจะต้องจำให้ได้ว่าศีลแต่ละข้อนั้นได้ระบุข้อควรปฏิบัติหรือข้อห้ามเอาไว้อย่างไรบ้างเช่น
1.ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ให้เว้นจากการฆ่าสัตว์
2.อทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ให้เว้นจากการลักทรัพย์ ฉ้อโกงของของเขา
3.กาเมสุมิจฉา จารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ให้เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
4.มุสา วาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ให้เว้นจากการพูดเท็จ ส่อเสียด กล่าวคำหยาบ เพ้อเจ้อ
5.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ ให้เว้นจากการดื่มเครื่องดอง ของเมา การทำสติให้เคลิบเคลิ้ม
ศีลห้า ทั้งห้าข้อนี้ เมื่อรับจากพระแล้วก็ควรทำให้ได้ทุกประการตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง
ถ้าทุกคนในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนร่วมใจกันปฏิบัติตามศีลห้าได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 วันในวันที่เป็นวันพระแล้วละก้อ คงจะทำให้ข่าวร้ายๆที่พบเห็นในหนังสือพิมพ์ หรือในจอโทรทัศน์ลดลงไปได้มากทีเดียว
ผู้เขียนใจว่า การที่คนเราได้ปฏิบัติตามศีลห้าได้นั้นคนเราต้องมีศรัทธา ซึ่งหมายถึงมีความเชื่อ เชื่อในกรรม ที่หมายถึงการกระทำ เชื่อในผลกรรมที่ว่าทำดีแล้วได้ดี ทำชั่วแล้วได้ชั่ว เชื่อในวิบากกรรม และเชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ความเชื่อไม่ใช่เรื่องงมงาย พระพุทธเจ้าสอนให้ทุกคนเชื่อในสิ่งที่มีเหตุผลการฆ่าสัตว์ก็ดี การลักทรัพย์ก็ดี การผิดลูกเมียเขาก็ดี การพูดเท็จก็ดี การดื่มสุราหรือของมึนเมาต่างๆก็ดี ล้วนเป็นสิ่งไม่ดี เป็นเหตุแห่งการเกิดทุกข์ ทำให้เดือดร้อนใจกายทั้งสิ้น แต่เราสามารถละเว้นเหตุดังกล่าวทั้งห้านี้ได้ ก็จะสามารถพ้นทุกข์ที่เป็นเรื่องเดือดร้อนทั้งกายและใจดังกล่าวได้แน่นอน ไม่มากก็น้อย สาธุ
ในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชน เราควรรู้หลักเสียก่อนนะครับว่า การที่จะเคารพเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ถูกต้องแล้วละครับที่ว่าต้องมีศรัทธา แต่ขาดไปอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมชาวพุทธเราคือ มีความเชื่อแต่ไม่ได้ใช้ปัญญากำกับจึงทำให้ผลออกมาให้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงตรัสบอกว่าการที่จะเลื่อมใสศรัทธานั้นต้องมีปัญญาคอยกำกับอยู่เสมอจึงจะเข้าถึงหลักศาสนาอย่างแท้จริง
แสดงความคิดเห็นนะครับที่พี่ตุ๊กตาว่ามาก็ถูกครับเราบังคับเขาไม่ได้หรอกครับเรื่องอย่างนี้ต้องให้เขาเรียนรู้เอง
มาสาธุด้วยคนค่ะ ในสังคมปัจจุบันนั้นแค่ศีล 5 ยังจะหาคนที่ปฏิบัติได้ยากยิ่งนะคะ
อย่างน้อยที่สุด หากทุก ๆ คนยึดถือศีล 5 นำมาปฏิบัติ เชื่อแน่ว่า โลกใบนี้ก็คงจะไม่สับสนวุ่นวายอย่างนี้ สับสนไปด้วยกิเลสใด ๆ ทั้งปวง
สวัสดีค่ะน้องจักรวุธ ขอบคุณมากนะค่ะที่แวะมาทักทาย ถูกของน้องค่ะที่มีคำนำสิ่งดีมาร่วมแบ่งปัน การเรียนรู้ทำให้เกิดปัญญา หากไม่ได้เรียนปัญญาที่ดีก็คงไม่เกิด
และสวัสดีน้องเนปลลีด้วยนะค่ะ พี่คิดว่าการถือศีลห้านั้นหลายๆคนก็ทำได้ดีอยู่แล้วเพียงแต่ยังทำไม่ถูก คิดว่ารับจากพระแล้วก็จบกันไป แต่อย่างน้อยๆได้ 3 ข้อก็ยังดี
อยากจะขอแนะนำอีกนิดหน่อยนะครับอย่าหาว่าสอนนะครับพี่ๆ
การที่เรารับศีลจากพระไม่ใช่ว่าเราจะบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ การที่เรารักษาศีลอยู่ที่บ้านเราก็รับได้ไม่จำเป็นต้องไปรับที่วัดก็ได้
ทุกอย่างถ้าใจเราน้อมรับ ศีลทุกข้อที่เรารักษาก็จะนำเราไปสู่หนทางที่ถูกต้องอย่างแน่นอนขอแค่ให้ระลึกอยู่เสมอก็ใช้ได้แล้วละครับ
ค่ะถูกต้องแล้วค่ะ ศีลห้านั้นรับที่ใหนก็ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่าว่าจะทำได้หรือไม่ แต่ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ วัดเป็นสถานที่ที่เหล่าพุทธศาสนิกชนต้องเข้าไป เพื่อให้พระภิกษุได้ทำหน้าที่ของตน ในการแนะนำหรือสืบทอดศาสนาให้คงอยู่ หากเราอยู่เฉพาะที่บ้านวัดก็คงแย่พระซึ่งเป็นตัวแทนหรือส่วนหนึ่งของศาสนาก็คงหมดไปในที่สุด