โลกของมนุษย์มีครบสามโลกในแต่ละคน  คือ โลกของปัญญา   โลกของอารมณ์  และโลกของกาย  มนุษย์ใช้สามโลกนี้ "เป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอด โดยหนีความทุกข์ไปสู่ความสุข"  ถ้าโลกของปัญญามีบทบาทมาก  ก็จะควบคุมโลกอื่นๆอีกสองโลกได้  ในทำนองเดียวกัน  ถ้าโลกของอารมณ์มีอำนากมากกว่า มันก็จะควบคุมอีกสองโลกได้ และ  โลกของกายก็ทำนองเดียวกัน  แต่โดยปรกติแล้ว  โลกของปัญญามนุษย์จะมีอำนาจมากที่สุด  จนสามารถกล่าวสรุปได้ว่า  มนุษย์ใช้โลกของปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาชีวิตรอด  หนีทุกข์ไปสู่สุข  และพัฒนาเผ่าพันธุ์ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

สัตว์อื่นๆบางประเภทก็มีสมอง  บางประเภทก็ไม่มีสมอง  ประเภทที่มีสมองก็มีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากันเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนกับขนาดของร่างกายของพวกมัน  จึงมีปัญญาระดับต่ำ  ต่ำมาก ไปจนถึงไม่มีปัญญาเลย  ดังนั้น  สัตว์ต่างๆนอกจากมนุษย์แล้ว  จะใช้โลกของกายกับโลกของอารมณ์เป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอด  เช่น ใช้อารมณ์เป็นเครื่องมือขยายเผ่าพันธ์  ยีราฟใช้กาย คือ คอ โดยยืดให้ยาวขึ้นเพื่อกินอาหารในที่สูงๆได้  สัตว์น้ำงอกเท้าออกมาเมื่อมาเป็นสัตว์บก ใบกระบองเพชรกลายเป็นหนามเพื่อกันการระเหยของน้ำจากต้นมันเพื่อเอาชีวิตรอดในทะเลทราย  สัตซ์หลายชิดลงไปแช่น้ำเมื่ออากาศร้อน  ทั้งนี้เพราะว่า  มันไม่มีปัญญาที่จะคิดสร้างเครื่องทำความเย็นเหมือนมนุษย์ได้  ปเนต้น

ถ้าจะกล่าวโดยสรุปแล้ว  ก็สามารถกล่าวได้ว่า  โลกทางปัญญาเป็นเครื่องมือเพือเอาชีวิตรอดของมนุษย์โดยเฉพาะโดยแท้

ดังนั้น  ถ้ามนุษย์หันมาใช้ปัญญาเพื่อเป็นเครื่อง "รับใช้" ของโลกทางกาย และหรือโลกทางอารมณ์ เพื่อหาความสุขระยะสั้นเป็นสำคัญแล้วไซร้  มนุษย์ก็หาได้ห่างไกลจากสัตว์ไปเท่าไรไม่  !