พยาบาลมีความสำคัญในการรับผิดชอบต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ คือ รักษาไว้ซึ่งสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอดส์  กิจกรรมการพยาบาลมุ่งไปที่บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาสุขภาพกับผู้ที่มีเชื้อเอดส์ หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ ซึ่งแบ่งเป็นสามกลุ่ม คือ

1.       กลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์แต่ไม่มีอาการ (Asymptomatic patients)

 2.       กลุ่มผู้ติดเชื้อมีอาการ (Symptomatic patients)

 3.       กลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์เต็มขั้น (Full brown AIDS patients)

การปฏิบัติการพยาบาลจึงแบ่งได้เป็นสามระดับ ดังนี้

 1.       ระดับแรก เป็นการปฏิบัติพยาบาล ที่มีวัตถุประสงค์ คือ

  ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อเอดส์

  ประเมินอาการและอาการแสดงที่อาจบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อเอดส์

  พิจารณาความต้องการสุขศึกษาเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อเอดส์

  พิจารณาความต้องการการรักษา กิจกรรมการปฏิบัติการพยาบาลในขั้นนี้ ได้แก่  การซักประวัติ การตรวจร่างกาย

2.       ระดับที่สอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันสุขภาพ ของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า ติดเชื้อเอดส์ เป็นการปฏิบัติการพยาบาลที่ควรทำทันที เมื่อบุคคลได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอดส์ เป็นการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอดส์ การป้องกันสุขภาพในระดับนี้คือการรักษาไว้หรือปรับปรุงสุขภาพโดยการให้สุขศึกษา เช่น การสอนเพื่อการ
กำจัดการแพร่เชื้อสู่บุคคลอื่น สิ่งที่ควรสอนได้แก่

การดูแลสุขภาพร่างกาย การดูแลผิวหนัง ผม ช่องปาก

การรับประทานอาหาร

การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม สัตว์เลี้ยง

การมาตรวจสุขภาพตามนัด

การปฏิบัติกิจกรรมทางเพศ การมีบุตร

การฉีดยาเข้าเส้น

การพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายความเครียด

  ข้อแนะนำอื่นๆ เช่นการใช้เครื่องใช้ส่วนตัว การไม่บริจาคโลหิต การบอกบุคลากรการแพทย์ เมื่อไปรับการตรวจว่า ติดเชื้อเอดส์ รวมทั้งการสอนสุขศึกษาแก่ญาติ ครอบครัว เพื่อน คู่ครองและคนรักของผู้ป่วยด้วย

3.       ระดับที่สาม มีวัตถุประสงค์ เพื่อ

การลดความเจ็บป่วยซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อเอดส์ในระยะลุกลาม หรือโรคติดเชื้อ ฉวยโอกาส มะเร็ง

คงไว้และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของบุคคลในระยะของความเจ็บป่วย

ก่อนให้การพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์พยาบาลควรได้รับและปฏิบัติสิ่งต่อไปนี้ 

1.       ได้รับการอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลผู้ป่วย ในทุกระยะของความเจ็บป่วย

2.       อ่านคู่มือหรือเอกสารการดูแลผู้ป่วย และทำความเข้าใจในหลักการต่าง ๆ ก่อนลงมือ ให้การพยาบาล

3.       ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย ความเสี่ยงต่อการติดโรค และวิธีการปฏิบัติตน เพื่อป้องกัน การติดเชื้อ รวมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัย

 4.       ได้รับเครื่องใช้ เครื่องป้องกันต่าง ๆ อย่างเพียงพอ

5.       มีการจัดระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีทีมการพยาบาลผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความช่วยเหลือ แนะนำ ช่วยแก้ปัญหา

6.       มีนโยบาย ระเบียบปฏิบัติที่ที่เป็นมาตรฐานของโรงพยาบาล ในทุกปฏิบัติการ เช่น การรับผู้ป่วย การจัดสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติเกี่ยวกับขยะและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ เป็นต้น

7.       ได้เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ หรือกิจกรรมการเพิ่มพูนความรู้ ส่งเสริมความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ

8.       สวัสดิการ กำลังใจ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ บริการให้คำแนะนำ การช่วยเหลือ เช่นบริการยา AZT ให้ได้รับทันทีหลังได้รับอุบัติเหตุ ได้รับการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้บังคับบัญชา

9.       คิดค้นเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อลดอุบัติเหตุและการติดเชื้อ

ที่มา : http://chiangmaihealth.com/section/aids/aids/TITLE.HTM