ที่จริงก็ไม่ใช่อนาคตไกลๆ     ที่จริงในขณะนี้ก็เริ่มเป็นแล้ว      ที่คนรุ่นใหม่ต้องถูกกระทบจากวิถีชีวิตที่เกินพอเพียง     มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากเกินไป      จนวิถีชีวิตเป็นแบบตัวใครตัวมัน (individualistic)      ต่างคนต่างอยู่     ขาดทักษะในการอยู่ร่วมกัน

        ที่เป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะความก้าวหน้าทาง ว&ท     และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากร      ที่มีผลกระทบต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน ในครอบครัว  ในชุมชน  ในที่ทำงาน  และในสังคม    

        ผมมีวิธีคิดเรื่องแก้ปัญหาแบบตรงไปตรงมา     คือปัญหาเกิดเพราะอะไร  ก็แก้ที่นั่น  เอาปัญหานั่นแหละเป็นตัวแก้     ที่เรียกว่า หนามยอกเอาหนามบ่ง     ในเมื่อ ว&ท มันทำให้คนเรามีวิถีชีวิตแบบตัวใครตัวมัน     เราก็น่าจะใช้ ว&ท นั่นแหละ ในการสร้างโอกาสให้มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น     เกิดการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น     มีการทำกิจกรรมเพื่อผู้อื่น หรือเพื่อส่วนรวมมากขึ้น     ทำอย่างต่อเนื่อง     และเมื่อทำแล้วก็เอาเรื่องราวมาเล่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน      ว่าการทำดีเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคมนั้น  มันให้ความรู้สึก ความคิด และความสุข แก่ตัวเราอย่างไร     เป็นการใช้ ICT เพื่อประโยชน์ด้านความงอกงามทางจิตวิญญาณ   

        การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ทำให้เราแยกตัวอยู่คนเดียว      ว&ท จึงควรถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างเกม หรือกีฬา ที่เล่นกันเป็นกลุ่มหรือเป็นทีม     หรือสร้างกิจกรรมที่ทำกันหลายๆ คน     ต้องมีการถกเถียงโต้แย้ง และสร้างสรรค์ร่วมกัน     เช่นนี้เท่ากับ ว&ท ถูกใช้กระตุ้นศักยภาพของความเป็นมนุษย์      ตรงกันข้ามกับในปัจจุบัน ที่ในกรณีทั่วไป ผลของ ว&ท กลับไปลดมิติของความเป็นมนุษย์     โดยการลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

         ทำให้ผมนึกขอบคุณ  ที่ผมเกิดมาในชุมชนห่างไกล     ที่ดูเหมือนไม่เจริญ     แต่จริงๆ แล้วสภาพเช่นนั้นเป็นคุณ ต่อการสร้างรากฐานของมิติแห่งความเป็นมนุษย์     ผมเป็นผม ก็เพราะเป็นเด็กบ้านนอก  และเป็นลูกคนจน

วิจารณ์ พานิช
๒๓ มิ.ย. ๕๐
เซอร์ เจมส์ คันทรี่ คลับ   สระบุรี