จำได้ว่าสมัยเรียนจะมีวิชาหนึ่งที่เรียนคือวิชาศีลธรรม ต้องเรียนกับพระภิกษุ ต้องสวดมนต์ได้ ก่อนกลับบ้านต้องสวดมนต์ไหว้พระก่อน เห็นผู้ใหญ่เดินมา หรือเดินผ่านไปต้องยกมือไหว้ หรือหากท่านนั่งอยู่ก็ต้องก้มแล้วค่อยๆเดินผ่านไป และหากต้องเดินทางไปใหนๆเห็นพวกผู้ชายยืนขึ้นให้พวกผู้หญิง เด็กๆได้นั่ง พอมาสมัยนี้เห็นอย่างนี้แล้วนั่งเฉยทำเป็นมองไม่เห็น ข้าพเจ้าเห็นแล้วทำให้คิดนะว่าเด็กๆหรือผู้ใหญ่ (ผู้ชาย) ไร้น้ำใจ ข้าพเจ้าเห็นคนแก่ เด็กนักเรียนเล็กๆแถมสะพายกระเป๋าข้างหลังที่หนักยืนบนรถโดยสารก็อดสงสารไม่ได้ต้องลุกขึ้นยืนเสียเอง
เนื่องมาจากว่าเดี๋ยวนี้การอบรมเลี้ยงดูเด็ก เยาวชนโดยเฉพาะพ่อ แม่ ไม่มีเวลาดูแล การเรียนการสอนสมัยนี้ที่บอกว่าให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เด็กต้องศึกษาต้องค้นคว้าเอง คิดเอง ทำเอง บางครั้งเหมือนเด็กถูกลอยแพ ครูแนะนำ หรือให้คำสั่งมาบอกมีอะไรให้ถามครูได้ คนที่ไม่กล้าถามก็มองดูหน้าครูแล้วไม่กล้าแม้แต่จะถาม ใครจะกล้าถามในเมื่อครูเองแสดงอาการไม่สนใจ ห่วงใยนักเรียน หากถามก็กลัวครูจะรำคาญ เมื่อไม่กล้าก็ไม่ได้ความรู้ ที่ตอบว่าเข้าใจ เข้าใจ ก็เข้าใจจริงๆ แต่เข้าใจผิด แล้วใครจะมาแก้ไขปัญหาให้
ก็เยาวชนไทยใช้ชีวิตไร้สาระ ไม่มีจุดยืน รวมกลุ่มกันเที่ยวตามสถานบันเทิง สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือของมึนเมา หรือทำทุกวิถีทางให้ตนเองได้รับความพอใจ สนุกสนาน ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอื่น เนื่องมาจากขาดศีลธรรม เห็นแก่ตัว
สมัยก่อนเเป็นวัยรุ่นไม่ได้ไปใหนถ้าจะไปต้องไปกับญาติผู้ใหญ่ ต้องช่วยงานบ้านเช่นเกี่ยวข้าวหลังกลับจากโรงเรียน หน้านาก็ดำนาก่อนไปโรงเรียน ต้องดูแลน้องๆแทนแม่ หูงข้าวทำกับข้าวได้ เหล่านี้เป็นต้น มาสมัยนี้ทำอะไรไม่ได้หรือไม่เป็น มีขายซื้อได้ตลอดเวลา
ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ดี พบในครอบครัวที่ไม่เอาใจใส่บุตรหลาน ครอบครัวที่ปรนเปรอบุตรหลาน และครอบครัวที่ควบคุมบุตรหลานเข้มงวดเกินไป เนื่องจากขาดผู้ชี้นำ ให้คำปรึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
เราจะโทษเด็กอย่างเดียวก็ไม่ได้หรอกครับเพราะถ้าผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างแล้วเด็กจะเอาแบบมาจากไหนละครับ
แต่ก็มีบางครอบครัวที่พี่ตุ๊กตาว่าปล่อยเด็กจนเกินไปขาดการเอาใจใส่ดูแล
ยิ่งคุณธรรม , จริยธรรม ในโรงเรียนสมัยนี้ก็มีการเรียนการสอนน้อยมาก
เหตุนี้เด็กจึงไม่เห็นความสำคัญเด็กก็คงคิดว่าขนาดในวิชาที่เรียนยังไม่มีเลย ก็แสดงว่าศีลธรรมก็คงไม่สำคัญ
นี่เป็นเพียงความคิดส่วนตัวของผมเองไม่รู้ว่าถูกหรือผิดแต่ก็ต้องคอยดูกันต่อไป
lสวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับความคิดเห็น ถูกต้องแล้วค่ะว่า เด็กๆก็คือผ้าขาวหากเอาสีอะไรระบายลงไปก็คงเป็นสีนั้น เด็กอยู่ใกล้ใครหรือใกล้ชิดใครก็เอาแบบอย่างมาจากคนๆนั้น สิ่งแวดล้อมดีก็ดีไป สิ่งแวดล้อมที่แย่เด็กก็ซึมซับเอาสิ่งนั้นมาปฏิบัติก็เลยเสียไปด้วย
เบื่อมากเลยค่ะ เพื่อนดิฉันเห็นแก่ตัวมาก ๆ<<< คนข้างบ้านยังมาเห็นแก่ตัวอีก เบื่อค่ะ
ขอบคุณมากเลยค่ะ
ที่แวะมาทักทาย
มีความสุขเยอะๆนะค่ะ
หลายคนมากค่ะที่เห็นแก่ตัว...เราต้องทำใจค่ะ
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วยค่ะว่าคนที่ดูแลได้ดีที่สุดคือคนที่อยู่ใกล้ชิด
คนใกล้ชิดเป็นยังไงนั้นผ้าสีขาวก็จะซึมซับเอาแบบนั้นไว้
เช่นแม่พูดคำหยาบ ลูกก็หยาบนั้นแหละค่ะ
หรือที่เค้าเรียกว่าต้นไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้นใช่หรือเปล่าไม่แน่ใจนะค่ะ
ขอบคุณความคิดเห็นที่ดีๆของคุณครูค่ะ