ดีใจที่มีวันนี้... ก็คงไม่ใช่แค่ฟังเพลงดีใจที่มีวันนี้ที่อยู่ในบล็อกของท่านครูบาสุทธินันท์ เท่านั้นนะครับ แต่เป็นการดีใจที่ได้มีโอกาส ได้เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าของการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ของนักศึกษาสาขาพัฒนบูรณาการศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีท่านศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน เป็นประธานหลักสูตร และเป็นประธานในที่ประชุมในวันนี้ด้วยเช่นกัน
ความหลากหลายของเนื้อหาค่อนข้างมาก แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งครับ ที่ผมมีความประทับใจคือ เรื่อง “หนี้สินภาคครัวเรือนของเกษตรกรในชนบทไทย” ซึ่งนำเสนอโดย คุณวิทยา เจียรพันธ์ ซึ่งได้กล่าวถึงสาเหตุของการเป็นหนี้ของพี่น้องเกษตรกรไทยว่า จริงๆ แล้วมูลเหตุของการเป็นหนี้นั้นมีสาเหตุมาจากหลายด้าน ประกอบด้วย
1. ด้านเกษตรกร อันเนื่องมาจาก
– ยากจนแต่กำเนิด
– ลักษณะนิสัยส่วนตัว
– ระดับการศึกษา
– ภาระทางครอบครัว
– วิถีชีวิตและความเชื่อ
– ความล้มเหลวจากการลงทุน

2. ด้านแหล่งเงินทุน อันเนื่องมาจาก
– การเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่าย
– การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ยาก
– ใช้เงินกู้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์
– แหล่งเงินทุนบางแห่งขาดศีลธรรม
3. ด้านระบบการผลิต อันเนื่องมาจาก
– เน้นผลิตเพื่อขาย
– ขาดการวางแผนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
– ต้นทุนการผลิตสูง
– นิยมการผลิตพืชชนิดเดี่ยว
– ระบบการผลิตพึ่งพาธรรมชาติมาก
– ระบบชลประทานไม่ทั่วถึง
4. ด้านระบบการตลาด อันเนื่องมาจาก
<p>– ขาดความรู้ด้านการตลาด</p>
– เข้าไม่ถึงระบบการตลาด
</span></strong></span></span><p>5. ด้านระบบสังคม อันเนื่องมาจาก</p><p>– ระบบทุนนิยมเข้าสู่ชุมชน</p><p>– การเปลี่ยนระบบการผลิต</p><p>– ระบบครอบครัวเปลี่ยนสู่ครอบครัวเดี่ยว</p><p>– ค่านิยมจัดงานประเพณี</p><p>– กลัวเสียเปรียบผู้อื่น</p><p><div style="text-align: center">
</div></p><p></p><p>6. ด้านรัฐบาล อันเนื่องมาจาก</p><p>– นโยบายการเมืองไม่แน่นอน</p><p>– นำสถาบันการเงินเข้าสู่ประชาชน</p><p>– รัฐไม่ดูแลเรื่องปัจจัยพื้นฐานในการทำการเกษตร</p><p>– รัฐส่งเสริมให้กู้เงิน โดยการนำโครงการรัฐมาสู่ชุมชน</p><p>– ขาดการจัดการวางแผนโครงการอย่างเป็นระบบ</p><p>– เจ้าหน้าที่ภาครัฐทำตัวคนละฝ่ายกับชาวบ้าน ความรุนแรงของปัญหา </p><p><div style="text-align: center">
</div></p><p> ทั้งหลายทั้งปวงนั่นแหละครับคือมูลเหตุของการเป็นหนี้ และหากใครไม่สามารถจัดการกับหนี้สินที่มีอยู่ได้ สุดท้ายก็จะลุกลามสู่ภาวะที่เรียกว่าความยากจน ที่ทุกรัฐบาลพยายามที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาแต่สุดท้ายก็แห้วตามเคย ใช่ไหมครับ และเมื่อเป็นเช่นนี้เราจะจัดการได้อย่างไร โปรดติดตามวันพรุ่งนี้ครับ</p><p>ขอบคุณมากครับ</p><p>อุทัย อันพิมพ์</p><p>26 มิถุนายน 2550</p>


ก็แค่ความรู้ไม่พอใช้
ความรู้อะไรจึงจะพอ
ความรู้อยูที่ไหน
จะใช้ได้อย่างไร
ทำไมความรู้จึงไม่แพร่หลาย ทั้งๆที่มีประโยชน์
น่าจะเป็นประเด็นหลักในการทำงานพัฒนา
การขี่ม้าอ้อมเมืองนานเกินไปก็เหนื่อย ไม่อ้อมก็ไม่เห็นภาพรวม
ทางสายกลางดีที่สุดครับ