สมมติว่าผมซื้อแก้วมาใบหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ทำด้วยแก้ว แต่ทำด้วยวัสดุที่ดูไม่ออกเลยว่าเป็นแก้ว เป็นกระเบื้อง หรือเป็นพลาสติก

สมมติว่าผมจะชงกาแฟดื่ม โดยต้มน้ำร้อนในไมโครเวฟก่อน แล้วใช้น้ำร้อนชงกาแฟ

(ตรงนี้ไม่อยากโม้ครับ ฝีมือชงกาแฟของผมบรรลุขั้นสุดยอด ชงกินทุกครั้ง รสไม่เคยซ้ำเดิม ดังนั้น ผมจึงพยายามไม่แสดงฝีมือ ด้วยการรอให้คนอื่นชงแทน แหะ แหะ)

สมมติว่า แก้วใบนี้ จะละลายปล่อยสารเป็นพิษออกมาที่ 85 องศาเซลเซียส ซึ่งจะร้อนขนาดนี้แน่ในเตาไมโครเวฟ

คำถามคือ ใครควรเป็นผู้แจ้งข้อมูลนี้

ตัวผมเองหรือเปล่า ?

หากเป็นเช่นนั้น ก่อนใช้แก้ว ผมคงต้องส่งแก้วไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ช่วยวิเคราะห์เนื้อแก้ว วิเคราะห์ว่ามีสารอะไรละลายออกมาไหม สารนั้นทดสอบความเป็นพิษแล้วเป็นไง ฯลฯ

หรือควรเป็นผู้ขายแก้ว ?

...ถ้าเป็นแบบนั้น ทั้งประเทศ คงมีผู้ขายแก้วที่ถูกต้องตามกฎหมายเหลืออยู่ไม่กี่ราย 

...หรือควรเป็นผู้ผลิตแก้ว ที่ต้องให้ข้อมูลติดฉลากมากับแก้วทุกใบ ?

 

....

.... 

 

กรณีสมมติข้างต้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ เมื่อผมต้องเจอกับกรณี "ยานี้ห้ามบดเคี้ยว" หรือ "ห้ามหักแบ่งยานี้"

การพิสูจน์ว่ายาใดควรบดเคี้ยว หรือยาใดห้ามบด หรือยาใดห้ามเคี้ยว เป็นประเด็นทางวิชาการที่เภสัชกรต้องแจ้งผุ้ป่วย

แต่เภสัชกรเอง ก็ไม่ต่างจากผู้ขายแก้วใบที่ว่านั้น แม้จะมีข้อมูลที่ "ค่อนข้างดีกว่า" ผู้ซื้อแก้วใบนั้น แต่ข้อมูลที่ว่า ก็ไม่ได้มีครบ เพียงแต่มีแนวทางกว้าง ๆ ว่า กรณีทำนองนี้ ไม่ควรเสี่ยงบด ไม่ควรเสี่ยงเคี้ยว ซึ่งยังไงก็ไม่ใช่ข้อมูลที่เจาะจงนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะการพิสูจน์ประเด็นนี้ ต้องใช้จ่าย และต้องใช้เครื่องมือราคาแพงมาเกี่ยวข้องระดับหนึ่ง

ผลคือ เมื่อเภสัชกรเองไม่มีข้อมูลที่จำเพาะ ก็เลยทำได้แค่แนะนำกว้าง ๆ ที่เน้น "ปลอดภัยไว้ก่อน" ที่บางครั้ง ทำให้ยานั้นไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

เช่น บางครั้ง ในโรงพยาบาล มีกรณีที่โรงพยาบาลต้องให้ยาทางสายยาง ต้องบดยาก่อน พยาบาลก็ต้องถามเภสัชกรว่าเอ๊ะ ยายี่ห้อนี้บดได้ไหม ซึ่งเภสัชกรก็จะใช้วิธีอนุมานจากประสบการณ์โดยถือหลักว่า ถ้าไม่แน่ใจ ต้องบอกว่า ไม่ ไว้ก่อน

คนเสียประโยชน์ ก็คือผู้ป่วย เพราะมีทางเลือกในการรักษาน้อยลง

แต่ประเด็นที่กล่าวมานี้ ผู้ผลิต พิสูจน์ไม่ยาก เพียงแต่ทดลองด้วยการดู dissolution test หลังบด หรือหลังหักครึ่ง และให้ข้อมูลเพิ่มเติมติดไปกับผลิตภัณฑ์ ว่าผลิตภัณฑ์นี ้บดได้ หรือ หักแบ่งได้

แต่ประเด็นนี้ ถ้ากฎหมายมาบังคับ ก็เป็นเรื่องใหญ่

แต่ถ้าถามว่า ผู้ผลิตจะให้ข้อมูลติดไปด้วย โดยเป้นการกระทำโดยสมัครใจ จะสิ้นเปลืองไหม แพงไหม ยากไหม ผมเชื่อว่า "ไม่"  

 

ข้อมูลประกอบที่น่าสนใจ:

Charlotte Verrue, Els Mehuys, Koen Boussery, Jean-Paul Remon & Mirko Petrovic. Tablet-splitting: a common yet not so innocent practice. Journal of Advanced Nursing 2010, 67(1): 26-32.