ความรู้ยักษ์ใหญ่
ความรู้ยักษ์ใหญ่ (Macro-knowledge หรือกระบวนทัศน์ – paradigm / mindset)  ในมุมมองของผม     เป็นฐานความคิด หรือเจตคติ ที่ควบคุมพฤติกรรมของคน
วันเสาร์ที่ ๒๔ ธค. ๔๘    ภรรยาและผมชวนกันไปที่วัดบางพังในตอนเช้า ด้วยเหตุหลายประการ
1.        ภรรยาต้องการไปซื้อกล้วยสวนมาอบกิน    หมายถึงกล้วยน้ำว้าห่าม    เอามาปอกเปลือก ชุบน้ำเกลือ แล้วเข้าเตาอบจนข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม     ที่บ้านผมชอบกินกันทั้งบ้าน    เป็นของดีราคาถูก    เป็น health food
2.        ผมชอบไปเดินเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา     อากาศดี และบรรยากาศสดชื่น    ผมชอบที่โล่งตามนิสัยเด็กบ้านนอกทั้งหลาย   
3.        ผมชอบให้ครอบครัวเราอุดหนุนหรือซื้อของจากชาวบ้าน หรือแม่ค้ารายย่อย    แม้จะแพงไปบ้างนิดหน่อย ก็ไม่เป็นไร     เพราะนี่คือการสร้างดุลยภาพในสังคม     เราต้องช่วยกันทำให้สังคมไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเกินไป    เวลานี้กระแสทุนนิยมและการแข่งขันเสรีแบบเอาเปรียบสูงสุด กำลังทำลายผู้ค้ารายย่อย    ซึ่งจะทำให้สังคมกลายเป็นสังคมปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบสุดตัว     กฎเกณฑ์กติกาอยู่ใต้วิธีคิดแบบ Social Darwinism ซึ่งถ้าสุดโต่งคนยากคนจน คนเล็กคนน้อยจะลำบากมาก     ผมและครอบครัวจึงหาทางช่วยซื้อของจากผู้ค้ารายย่อยให้มากที่สุดเท่าที่มีโอกาส     แต่จริงๆ แล้วเราก็เป็นลูกค้าประจำของห้างแมคโครด้วย     คือเราไม่ได้คิดแบบสุดโต่ง     และไม่ได้เกลียดใคร
 ความคิดตามข้อ ๓ ข้างบน คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “ความรู้ยักษ์ใหญ่”     เป็น “ความรู้ปฏิบัติ” ที่ควบคุมพฤติกรรมย่อยๆ ของแต่ละคนอีกทีหนึ่ง     ถ้า “ความรู้ยักษ์ใหญ่” เรื่องใดเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับการประพฤติปฏิบัติของคนจำนวนมากร่วมกัน     และทำจนเป็นวัตรปฏิบัติ เราก็เรียกว่าวัฒนธรรม     บางทีก็เรียกว่าประเพณีบ้าง จารีตบ้าง    
นี่เป็นความเข้าใจของผมนะครับ     อาจจะผิดก็ได้
วันนี้เป็นวันพระ     ที่วัดบางพังจึงมีแม่ค้าขายของมากกว่าทุกๆ เสาร์     พอภรรยาผมไปถึงแม่ค้าขายขนุน (สวนของตนเอง) ก็ออกมาเรียก     เพราะเป็นแฟนขาประจำกัน    เราซื้อได้ทั้งขนุน  กล้วยน้ำว้าห่าม  และข้าวเม่าทอด     ผู้ซื้อข้าวเม่าทอดคือผม  เพราะผมชอบกิน แต่ไม่เคยกินของเจ้านี้     ตอนแรกดูไม่ออกว่าเป็นข้าวเม่าทอด    ต้องถามว่าเป็นอะไร     ขายอย่างไร     ผมซื้อมา ๒๐ บาท  เขาขาย ๓ ลูก ๑๐ บาท   หรือ ๗ ลูก ๒๐ บาท    ราคานี้เท่ากับครึ่งหนึ่งของในกรุงเทพ คือ ๓ ลูก ๒๐ บาท    ซื้อมาแล้วก็เกิดความสุขและพึงพอใจ    เพราะอร่อยจริงๆ  ราคาก็ถูก    แถมยังได้ช่วยอุดหนุนผู้ค้ารายย่อย
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความรู้ยักษ์ใหญ่  -- ความรู้ที่จะมีความสุขจากการดำรงชีวิตประจำวัน
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ธค. ๔๘