เมื่อคนเราก้าวมาถึงจุดหนึ่งแล้ว การที่จะหาทางลงนั้นยากกว่าการก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุด แต่กลับง่ายดายเพียงแค่ยอมรับความเป็นจริงและปรับหัวใจเพียงนิดเดียว
คนเราเมื่อเริ่มต้นก้าวเดิน ทั้งการทำงาน การทำกิจกรรมต่างๆ ย่อมมีจุดหมายแห่งความสำเร็จ เมื่อก้าวไปถึงจุดหมายนั้นแล้ว ก็มองไปยังเป้าหมายต่อไป และพยายามที่จะพิชิตเป้าหมายที่ท้าทายข้างหน้าให้สำเร็จไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อมองย้อนกลับมายังข้างหลัง กลับพบว่า เป็นความลำบากใจอย่างยิ่งหากวันหนึ่งต้องถอยกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
เหมือนก้บคนเราได้แบกบางสิ่ง ที่ทำให้เราลงจากจุดสูงสุด กลับคืนสู่สามัญไม่ได้ง่ายนัก เหมือนดั่งการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน เมื่อคนเราก้าวมาถึงจุดหนึ่งแล้ว การที่จะหาทางลงนั้นยากกว่าการก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุด แต่กลับง่ายดายเพียงแค่ยอมรับความเป็นจริงและปรับหัวใจเพียงนิดเดียว ย่อมสามารถที่จะก้าวลงอย่างสงบได้
- พรศักดิ์ ส่องแสง ศิลปินนักร้องเพลงหมอลำลูกทุ่ง ที่เคยโด่งดังถึงที่สุดในช่วงเพลง สาวจันทร์กั้งโกบ ที่ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อในช่วง 20 ปีที่แล้ว ทานอาหารราคาแพง พักในโรงแรมหรู แต่ปัจจุบันในช่วงเวลาว่างจากงานแสดง พรศักดิ์ ส่องแสงจะกลับไปอยู่ที่บ้านที่หนองบัวลำภู ทำนา ทำไร่ ใช้ชีวิตชาวนาแบบดั้งเดิม แต่งตัวสบายๆ นอนบนเถียงนาอย่างสบายใจ เมื่อถึงช่วงเวลาที่มีงานแสดง จึงสวมหน้ากาก แต่งตัวขึ้นเวทีการแสดงตามกำหนดการ
- การเขียนบันทึกใน blog ของบุคคลท่านหนึ่ง (ขอสงวนงาม) ที่แรกเริ่ม เขียนตามหัวใจตนเอง เมื่อวันหนึ่งได้รับการยกย่อง ชื่นชมจากหลายคนที่รู้จัก จนได้รับรางวัลยกย่องและเป็นแบบอย่าง แม้วันนี้เขาจะยังคงเขียนบันทึกต่อไป แต่เมื่อมีโอกาสพูดคุยสอบถามความรู้สึกแล้ว เขารู้สึกกดดันพอสมควร กดดันในความพยายามที่จะรักษามาตรฐานของการเขียนบันทึก คุณภาพและเนื้อหาของสิ่งที่เขียนให้สมดังที่หลายคนยกย่องและเชิดชูเป็นแบบอย่าง หลายครั้งเขาบอกว่า อยากจะเขียนในแบบสบายๆ บางช่วงอยากจะหายไปบ้าง แล้วโผล่มาเขียนใน blog บ้าง แต่การยกย่องชื่นชมจากหลายคน ทำให้เขาต้องพยายามเขียนต่อไป (ยังมองหาทางลงไม่ได้)
- ในช่วงเกษียณอายุ ซึ่งบุคคลนั้นได้ผ่านช่วงเวลาต่างๆมามากมาย จนถึงจุดอิ่มตัว ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ก้าวบงอย่างสงบสำหรับหลายคน
<p>
</p>
ก็สิ่งที่ได้รับนั้นมันหอมหวานเหลือเกิน แต่ในที่สุดสิ่งที่หอมหวานนั้นอาจจะเป็นสิ่งเน่าเหม็น ซึ่งจะเกิดแก่จิตใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง เพราะกรอบและหมวกที่สวมไว้ไม่ยอมถอดหรือวางไว้ในที่อื่นจึงทำให้มีความกดดันแก่ตัวเอง และสูญเสียความเป็นตัวเอง พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้เหมาะสมกับสิ่งที่สังคมมอบให้..จนในที่สุดจะพบว่าเจอทางตัน..
คนที่ยกย่องก็ดี..คนที่ได้รับการยกย่องก็ดี ..แต่ทั้งสองคนนั้นจะคิดมั้ยว่าปัญหาที่จะตามมานั้นมีแก่คนที่ได้รับสิ่งนั้นมา ฉะนั้นเดินทางสายกลางจะดีที่สุด
คาดหวังที่จะให้ทุกคนเลือกทางสายกลาง แต่มักจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเสมอ เพราะความหอมหวานของสิ่งที่ได้รับ ทำให้การเลือกทางสายกลาง อาจจะทำให้รู้สึกสูญเสียความหอมหวานนั้นไป
“คำโบราณเขาบอกว่า “ กินน้ำจากบ่อแล้วอย่าลืมคนขุดบ่อ” อย่าไปจริงจังกับชีวิตมากเลยเพื่อน ๆ เพราะทุก ๆ สิ่งย่อมมีเหตุและผลของมันเองแหละ เราทำอะไรแล้สเราสบายใจนั่นแหละดีที่สุดแล้ว
การเขียนบันทึกใน blog ของบุคคลท่านหนึ่ง (ขอสงวนงาม) ที่แรกเริ่ม เขียนตามหัวใจตนเอง เมื่อวันหนึ่งได้รับการยกย่อง ชื่นชมจากหลายคนที่รู้จัก จนได้รับรางวัลยกย่องและเป็นแบบอย่าง แม้วันนี้เขาจะยังคงเขียนบันทึกต่อไป แต่เมื่อมีโอกาสพูดคุยสอบถามความรู้สึกแล้ว เขารู้สึกกดดันพอสมควร กดดันในความพยายามที่จะรักษามาตรฐานของการเขียนบันทึก คุณภาพและเนื้อหาของสิ่งที่เขียนให้สมดังที่หลายคนยกย่องและเชิดชูเป็นแบบอย่าง หลายครั้งเขาบอกว่า อยากจะเขียนในแบบสบายๆ บางช่วงอยากจะหายไปบ้าง แล้วโผล่มาเขียนใน blog บ้าง แต่การยกย่องชื่นชมจากหลายคน ทำให้เขาต้องพยายามเขียนต่อไป (ยังมองหาทางลงไม่ได้)
อ่านแล้วรู้สึกหลายอย่างครับ
แต่ก็เชื่อว่า แก้ได้ แม้คงทำใจยาก
การยกให้ขึ้น วางให้ลง ต้องอยู่ที่ตัวเองครับ
สวัสดีค่ะคุณบอน จริง ๆ แล้วราณีว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ ขอบคุณที่ทำให้ราณีได้แง่คิดหลาย ๆ อย่างค่ะ