<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ในปัจจุบันนี้ สังคมได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากบุคคลใดไม่ใช้สติควบคุมตนเองเสียแล้ว ก็ย่อมตกเป็นเหยื่อของความโลภ โกรธ หลง นินทาว่าร้ายต่างๆ นานาหรือบางทีก็ไม่สามารถปรับตนเองเข้ากับสังคมได้ จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือทำหน้าที่การงานให้เจริญรุ่งเรืองก็หาได้ไม่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ขอเสนอแนวคิด วิธีควบคุมตนเองให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ โดยใช้หลักธรรมดังนี้</p>1. ฝึกฝนจิตใจเป็นผู้ให้ (ทาน) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">2. ฝึกฝนการควบคุมตนเอง (ศีล)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">3. ฝึกฝนความมั่นคงของจิตใจ (ภาวนา)</p>1. ทาน ฝึกจิตใจเป็นผู้ให้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 0cm" class="MsoBodyTextIndent"> คนเรากลุ้มใจทุกข์อยู่ทุกวันนี้ เพราะไม่ได้สิ่งที่อยากได้ ไม่สมหวังในสิ่งที่ต้องการนั่นเองทั้งนี้เพราะ “การรับ” มันขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไปเอาแน่นอนอะไรกับมันไม่ได้ ถ้าเราจะเปลี่ยนมาเป็นผู้ให้โดยทำใจที่พร้อมจะสละออกไปด้วยใจบริสุทธิ์ด้วยในที่มีปัญญา จะสบายใจเพราะ “การให้” ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ฉะนั้น จิตใจที่คิดจะให้ ย่อมสบายกว่าจิตใจที่คิดจะรับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ประเภทของทานที่เห็นโดยทั่วไปนั้น แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">(1) การทำทานประเภทให้สิ่งของ เครื่องใช้ เกื้อกูลในสิ่งที่เรามีอยู่ แม้กระทั่งการรู้จักเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์ด้วยส่วนร่วม ฯลฯ เรียกว่า วัตถุทาน</p>(2) การรู้จักให้อภัย ไม่ผูกใจเจ็บ ไม่เบียดเบียนกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นเดือดร้อน แต่กลับมีจิตใจเอื้อเฟื้อ ปรารถนาดี มีมิตรจิตในตนอยู่เสมอ ไม่ว่าผู้นั้นจะยิ้มแย้มแจ่มใส หรือบึ้งตึงใส่เราก็ตาม เหล่านี้เรียกว่าอภัยทาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">(3) การช่วยเหลือแนะนำ ความรู้ความคิดที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น นับตั้งแต่ความรู้พื้นฐาน เช่น สอนให้รู้จักตักข้าวใส่ปาก สอนงานให้ ไปจนถึงความรู้ที่ยิ่งใหญ่คือให้แสงสว่างทางจิตใจ รู้จักธรรม รู้จักความสงบ เหล่านี้คือการใช้ปัญญา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าธรรมทาน</p>2. ศีล ฝึกการควบคุมตนเองเมื่อมีทานเป็นพื้นฐาน จิตใจจะเริ่มละเอียดอ่อน จนสามารถที่จะทำความเข้าใจศีลได้เป็นอย่างดีศีล คือความเป็นปกติ กล่าวคือมนุษย์ผู้มีจิตใจงดงามเป็นปกติย่อมจะรักษาศีล อย่างน้อยควรจะเป็นศีล 5 ได้แก่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">(1) ไม่ประทุษร้ายชีวิต ร่างกายผู้อื่น (ปาณาติบาต)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">(2) ไม่ประทุษร้ายทรัพย์สมบัติของผู้อื่น (อทินนาทาน)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">(3) ไม่ประทุษร้ายของรักของผู้อื่น (การเมสุมิฉาจาร)</p>(4) ไม่ใช้วาจาประทุษร้ายผู้อื่น (มุสาวาท) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">(5) ไม่ประทุษร้ายสติสัมปชัญญะของตนเอง (สุราเมรัยมัชปมาท)</p>ฉะนั้น ศีลเท่านั้นที่จะช่วยขจัด ช่วยชะล้างความสกปรกจากนิสัย “ชอบเพ่งโทษผู้อื่นชอบนึกถึงแต่ผลประโยชน์เข้าตัว” มาเป็นจิตใจที่สะอาดแจ่มใส มีมิตรไมตรีต่อเพื่อนและสรรพสัตว์จากใจจริงพร้อมที่จะให้อภัย ช่วยเหลือเกื้อกูลแม้แต่น้อย แต่กลับจะได้สิ่งตอบแทนที่ใหญ่หลวงและมีคุณค่าสูงสุดสนองมาเองโดยอัตโนมัตินั้นคือ ความแข็งแกร่ง เบิกบานของจิตใจ อันเกิดจากฐานหลักของเมตตาธรรม นั่นเอง
ควบคุมตนเอง
หากบุคคลใดไม่ใช้สติควบคุมตนเองเสียแล้ว ก็ย่อมตกเป็นเหยื่อของความโลภ โกรธ หลง นินทาว่าร้ายต่างๆ นานาหรือบางทีก็ไม่สามารถปรับตนเองเข้ากับสังคมได้ จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือทำหน้าที่การงานให้เจริญรุ่งเรืองก็หาได้ไม่
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ยูมิ · 25 มิ.ย. 2550
lateh · 25 มิ.ย. 2550
ขมิ้นเหลือง เดินดิน · 25 มิ.ย. 2550
ขมิ้นเหลือง เดินดิน · 25 มิ.ย. 2550
รอฮานี ยะยือริ · 25 มิ.ย. 2550