ประทับใจกับการลงทุนไปพักผ่อนและแก้วิทยานิพนธ์ที่ Hong Kong

ผมดีใจและตื่นเต้นเมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาของผมนัดให้ไปพบและแก้ไขวิทยานิพนธ์ หลังจากได้รับผลการสอบว่า "ผ่านแบบมีเงื่อนไข" แต่ก็พยายามแก้ไขผ่าน Internet แล้วก็ไม่ work เพราะบางประเด็นต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิเคราะห์ทางจินตปัญญา  (พูดคุยอย่างกัลยาณมิตรและนักปราชญ์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สงบและมีความสุข) ผมได้ใช้เวลาแก้ไขหัวข้อต่างๆ สลับกับการพูดคุยเรื่องราวชีวิตอื่นๆ มีการเรียนรู้ประสบการณ์ความคิดระดับ Professor ที่ดำเนินชีวิตในการ "ให้" ความรู้และคำแนะนำอย่างจริงใจ และการ "รับ" ฟังความคิดเห็นในหลายเรื่องราวของชีวิตเพื่อ "พัฒนา" แนวคิดที่สามารถนำไปแก้ไขหรือเสริมทักษะการดำเนินชีวิตที่ดียิ่งขึ้น หกชั่วโมงที่พบปะอาจารย์ทำให้ผมมองรูปแบบการพัฒนาจินตปัญญาของผมในการสร้างความสำเร็จในการแก้ไขวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกและการนำความรู้มาใช้พัฒนาสังคมต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

ผมยังได้สาระของการสื่อสารกับผู้ร่วมงานในหลายๆระดับ เน้นการทำงานจริงจัง มุ่งไปข้างหน้า แก้ไขปัญญาร่วมกันแบบคนที่จริงใจ มากกว่าการเสียเวลาถกเถียงปัญหาในอดีตกับคนที่คอยจับผิดและทำลายล้าง เมื่อผมกลับมาก็เห็นว่าคนไทยยังคงวุ่นวายและเสียเวลาอย่างมากในการชุมนุมเรียกร้องอำนาจและสิ่งที่เป็นนามธรรม ไม่ได้แสดงถึงความจริงใจในการหาหนทางแก้ไขปัญหาของชาติที่มีมากมายเหลือเกิน

เสร็จจากงาน ผมก็ได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมของการพัฒนาประเทศเกาะเล็กๆ คือ Hong Kong ที่ถูกอังกฤษพัฒนาระบบต่างๆจนได้มาตราฐาน เช่น อุโมงค์รถไฟใต้ดินที่สะดวกและลดปัญหาจราจรได้ดีมาก สะพานข้ามเชื่อมระหว่างตึกและคมนาคมต่างๆโดยไม่รู้สึกเหนื่อยกับการเดิน แถมยังได้ออกกำลังกายเสียอีก หรือการจราจรหรือสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการให้ใช้ชีวิตได้ทัดเทียมกับคนทั่วไป

ข้อคิดที่ได้จาก trip นี้ ประเทศที่มีความจำกัดในเนื้อที่ มีแต่ตึกสูงๆ แต่ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าจริงๆ ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่บนท้องถนน (เดินด้วยเท้า ซื้อของ ทานอาหารนอกบ้าน ทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย และอื่นๆ)  

ผู้คนมีห้องเล็กๆไว้นอนหลับและทำกิจวัตรส่วนตัว ลองดูจากภาพห้องเล็กๆของผมในโรงแรมแห่งหนึ่ง ค่าห้องพักต่อคืนแพงทีเดียวแต่ตกแต่งไว้อยู่ด้วยความพอเพียง ดีกว่าคนไทยที่มีบ้านช่องใหญ่โตแต่ใช้ชีวิตที่ไม่เพียงพอ ปัญหาเศรษฐกิจอยู่รอบตัวและสังคม ไม่มีความแน่อนว่าจะเก็บเงินเก็บทองเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได้เช่นคน Hong Kong ได้หรือไม่

นอกจากนี้ผมได้ลองเก็บภาพสองลักษณะมาฝาก เด็กๆอนุบาลของที่นี่มีโอกาสทัศนศึกษาและเรียนรู้สังคมภายนอกห้องเรียนที่เล็กๆ และได้แนวคิดเพื่อการปฏิบัติในมิติต่างๆ เช่น ความภาคภูมิใจในศิลปะวัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง จาก Museum of Art and Culture ดูแล้วเด็กๆมีความสุขและเกิดการพัฒนาจินตปัญญาได้อย่างมหัศจรรย์ครับ ดีกว่าเด็กไทยหลายคนทางภาคใต้ที่ไม่มีโรงเรียนและสถานที่ที่ปลอดภัยในการเรียนรู้เช่นนี้

ในอีกภาพคือ ผู้สูงอายุที่ออกจากบ้านแต่มายืนวาดภาพอย่างผ่อนคลาย เป็นการใช้เวลาที่มีคุณค่า แม้ว่าจะไม่มีทิวทัศน์แห่งธรรมชาติบนประเทศให้วาดมากนัก แต่การได้โอกาสวาดตึกสูงบนฝั่งมหาสมุทรก็สร้างสุนทรียภาพแก่คุณลุงได้ไม่น้อย ดีกว่าผู้สูงอายุไทยอีกหลายท่านที่อยู่บ้านกว้างๆเฉยๆโดยไม่มีกิจกรรมยามว่างเช่นนี้

หวังว่าภาพทั้งสามคงสะท้อนแง่คิดแก่ผู้คนให้ช่วยเหลือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตที่พอเพียง ตามพระราชดำริของพ่อหลวงไทย ในภาพกว้างได้อย่างจริงจังและเร็ววันครับ